เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2126 คน
นิตยา ทองดีวงศ์
โน๊ตบุ๊ค
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • การเลี้ยงปลา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ที่มาของโขน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ที่มาของอินเตอร์เน็ต (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำโครงงาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำงานของคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การผลิตน้ำมันดิบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำเส้นขนมจีน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แหล่งกำเนิดไฟฟ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกกุหลาบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำขนมเค้ก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความหลากหลายทางชีววิทยา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การพิมพ์ดีดภาษาไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พันธ์กล้วยไม้ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สถานที่เที่ยว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดอกไม้้ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การรถไฟ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กระทรวงพลังงาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำลูกชุบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กันยายน 2557>
     
    3525262728293031
    361234567
    37891011121314
    3815161718192021
    3922232425262728
    40293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 13721
    • เฉพาะวันนี้ 5
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 21
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    การทำโครงงาน
    9 ธันวาคม 2553 - 13:21:00

     
    บทเรียน/กิจกรรม >> หน่วยที่ > 1 > 2 > 3 > 4 > 5 > 6 > 7 > 8 > 9 > 10 > 11 > 12
    หน่วยที่ 9
     

     
     
       กิจกรรมที่ 9  
     
     

     1. ให้นักเรียนเขียนเค้าโครงของโครงงานที่นักเรียนสนใจจะทำ ซึ่งมีหัวข้อ ดังนี้

           1.  ชื่อโครงงาน
    2.
     ชื่อผู้ทำโครงงาน
    3.
     ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
    4.
     ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
    5.
      วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
    6.
      สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
    7.
      วิธีดำเนินงาน
    8.
     แผนปฏิบัติงาน
    9.
      ผลที่คาดว่าจะได้รับ
    10.
     เอกสารอ้างอิง

    2. ให้นักเรียนนำเสนอเค้าโครงของโครงงานของกลุ่มนักเรียนบนเว็บ

    3. ให้นักเรียนแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่าเค้าโครงของโครงงานของเพื่อนแต่ละกลุ่มมี

    ความถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร บนเว็บ
     
     
       สรุป  
     
       เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
     

         เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์  คือ  โครงการเพื่อขอเสนอทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

              1. ชื่อโครงงาน
              2. ผู้จัดทำโครงงาน
              3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
              4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
              5. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
              6. สมมติฐานของการศึกษา
              7. ขอบเขตของการทำโครงงาน
              8. วิธีดำเนินการ
              9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
              10. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
              11. เอกสารอ้างอิง

              1. ชื่อโครงงาน
                        ชื่อโครงงานเป็นสิ่งสำคัญประการแรก เพราะชื่อโครงการจะช่วยโยงความคิดไปถึง
    วัตถุประสงค์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และควรกำหนดชื่อโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักด้วย
                        การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นิยมตั้งชื่อให้มีความกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ผู้ฟัง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจปัญหาที่สนใจศึกษาอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริงด้วย เช่น
                        โครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่อ ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวน้อย ซึ่งปัญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ำพลาสติกสามารถไล่แมลงวันที่มาตอมอาหารได้จริงหรือ จากเรื่องดังกล่าวผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ว่า การศึกษาการไล่แมลงวันด้วยถุงน้ำพลาสติก หรือ ผลการใช้ถุงน้ำพลาสติกต่อการไล่แมลงวัน ก็เป็นได้
                        อย่างไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด ๆ นั้น ต้องคำนึงถึงความสามารถที่จะ
    สื่อความหมายถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน
      

              2. ผู้จัดทำโครงงาน
                        การเขียนชื่อผู้รับผิดชอบโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งดีเพื่อจะได้ทราบว่าโครงงานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใครและสามารถติดตามได้ที่ใด  

              3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
                        การเขียนชื่อผู้ให้คำปรึกษาควรให้เกียรติยกย่องและเผยแพร่ รวมทั้งขอบคุณที่ได้ให้คำแนะนำการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนบรรลุเป้าหมาย  

              4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                        ในการเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้ทำโครงงานจำเป็นต้องศึกษา หลักการทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเข้าใจง่าย ๆ ว่าเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้องมีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในเรื่องต่อไปนี้
                        - แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา
                        - แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล
                        - ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนำความรู้และ          สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป  
                        การเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงาน คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่าทำไม   ต้องทำ ทำแล้วได้อะไร หากไม่ทำจะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียนคล้ายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป คือ มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป

                        ส่วนที่ 1 คำนำ :

                             เป็นการบรรยายถึงนโยบาย เกณฑ์ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปัญหาที่มีส่วนสนับสนุนให้ริเริ่มทำโครงงานวิทยาศาสตร์
                        ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง :
                             อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงให้เห็นประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมี หลักการ ทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการบรรยายผลกระทบ ถ้าไม่ทำโครงงานเรื่องนี้

                        ส่วนที่ 3 สรุป :

                             สรุปถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามส่วนที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหา ค้นข้อความรู้ใหม่ ค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ให้เป็นไปตามเหตุผลส่วนที่ 1  

              5. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
                        วัตถุประสงค์ คือ กำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิดจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการเขียนวัตถุประสงค์ ต้องเขียนให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายสอดคล้องกับชื่อโครงงาน หากมีวัตถุประสงค์หลายประเด็น ให้ระบุเป็นข้อ ๆ การเขียนวัตถุประสงค์มีความสำคัญต่อแนวทาง การศึกษา ตลอดจนข้อความรู้ที่ค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน คือ     ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุก ๆ ข้อ  

              6. สมมติฐานของการศึกษา
                        สมมติฐานของการศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงาน   ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะทำให้เป็นการกำหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองได้ชัดเจนและรอบคอบ ซึ่งสมมติฐานก็คือ การคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ  ทฤษฎี รวมทั้งผลการศึกษาของโครงงานที่ได้ทำมาแล้ว  

              7. ขอบเขตของการทำโครงงาน
                        ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องให้ความสำคัญต่อการกำหนดขอบเขตการทำโครงงาน เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา
                        1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ การกำหนดประชากรที่ศึกษาอาจเป็นคนหรือสัตว์หรือพืช ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด อยู่ที่ไหน เมื่อเวลาใด  รวมทั้งกำหนด             กลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเหมาะสมเป็นตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา
                        2. ตัวแปรที่ศึกษา การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่วนมากมักเป็นการศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวแปรขึ้นไป การบอกชนิดของ     ตัวแปรอย่างถูกต้องและชัดเจน รวมทั้งการควบคุมตัวแปรที่ไม่สนใจศึกษา เป็นทักษะกระบวนการ   ทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงานต้องเข้าใจ ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็นตัวแปรต้น ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็น    ตัวแปรตาม และตัวแปรใดบ้างเป็นตัวแปรที่ต้องควบคุมเพื่อเป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลต่อการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง สื่อความหมายให้ผู้ฟังและ      ผู้อ่านให้เข้าใจตรงกัน  

              8. วิธีดำเนินการ
                        วิธีดำเนินการ หมายถึง วิธีการที่ช่วยให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการทำ      โครงงาน ตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ซึ่งประกอบด้วย
                        1. การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
                        2. การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
                        3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
                        4. การวิเคราะห์ข้อมูล
                        ในการเขียนวิธีดำเนินการให้ระบุกิจกรรมที่ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง เรียงลำดับกิจกรรมก่อนและหลังให้ชัดเจน เพื่อสามารถนำโครงการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง  

              9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
                        ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ การคาดหวังถึงผลการดำเนินการตามโครงการ ในการเขียนต้องคาดคะเนเหตุการณ์ว่าเมื่อได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์สิ้นสุดลง ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างไรและได้รับมากน้อยเพียงใด ผลที่ได้รับสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ศึกษา  

              10. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
                        การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องกำหนดตารางเวลาดำเนินการทุกขั้นตอน เพราะ  การทำตารางเวลาจะเป็นประโยชน์ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ต่อการติดตามประเมินผลการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน จนสิ้นสุดการทำโครงงานนั้น  

              11. เอกสารอ้างอิง
                        เอกสารอ้างอิง คือ รายชื่อเอกสารที่นำมาอ้างอิงเพื่อประกอบการทำโครงงาน      วิทยาศาสตร์  ตลอดจนการเขียนรายงานการทำโครงงานวิยาศาสตร์ ควรเขียนตามหลัการ          ที่นิยมกัน (การเขียนเอกสารอ้างอิง --> คลิกที่นี่)  

     
     

    |  หน้าแรก  |  ประมวลรายวิชา  |  บทเรียน/กิจกรรม  |  เว็บบอร์ด  |  ตรวจสอบการส่งงาน  |

     
     


    อ่านทั้งหมด: 837, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2454)
    กฎหมายที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2453)
    มนุษย์หลายเสียง(ดีโพลมา2452)
    ศูนย์โรคตับ “รพ.จุฬาลงกรณ์”ร่วมเสวนารีสตาร์ทสุขภาพ!!(ดีโพลมา2451)
    รับงาน งานมาทำที่บ้าน งานพิเศษ คีย์งาน พิมพ์งาน ง่ายๆ ที่นี่ค่ะ
    ภาษีมรดกเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน หรือไม่ อย่างไร??
    การรับมรดกที่ดิน, จดทะเบียนผู้จัดการมรดก
    การโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นมรดก?
    ภาษีมรดก มาทำความรู้จักภาษีมรดกครับ
    ภาษีมรดก หมายถึง .....
    เทศกาลกินเจ 2557 มี 2 รอบ เริ่มวันที่ 24 กันยายน
    ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ประจำปี 2557
    งานพระสมุทรเจดีย์ 2557 วันที่ 13-24 ต.ค.
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2450)
    ข่าวโยกย้ายตำรวจ(ดีโพลมา2449)
    ทึ่ง คนหรือหุ่นยนต์(ดีโพลมา2448)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2447)
    การบังคับชำระหนี้โดยพลการ(ดีโพลมา2446)
    เงาเสียงเต๋า เจมส์ พุ่มพวง หญิงลี(ดีโพลมา2445)
    วิธีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องปั๊มน้ำที่ถูกต้อง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2444)
    ฎีกาที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2442)
    สี่เลือดบ้า มือใหม่หัดปล้น(ดีโพลมา2441)
    ไอแบงก์ จัดงาน “ร่วมใจไกล่เกลี่ยฯ”(ดีโพลมา2440)
    HAPIfork ส้อมอัจฉริยะช่วยลดน้ำหนัก
    อยากเป็นสาวหุ่นดี ต้องฝึกทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัย
    แสงยามเช้า อัศจรรย์แห่งการลดความอ้วน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2439)
    เปิดรายชื่อที่คาดจะเป็นผบก.(ดีโพลมา2438)
    โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ดีโพลมา2437)
    คลิปตำรวจไทยไม่เฟี้ยวววว ไม่เคยจับกูได้ ล่าสุดโดนจับแล้ว
    เพลงเพราะๆฟังต่อเนื่องหลายๆเพลงอัตโนมัติ(ดีโพลมา2436)
    Car Free Day เปิดถนนคนเดิน ปิดถนนสีลม 20-22 ก.ย.
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี KALMAEGI ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 16 กันยายน 2557
    การส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
    เตรียมตัว!เมื่อส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร
    ฝึกดูหนังให้เก่งภาษาอังกฤษ
    วิงส์ไก่แซ่บ ฉบับ Homemade
    【 ชิสึโอกะงานแฟร์ &การศึกษาแฟร์ 】
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2435)
    พนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ มีความผิดตามมาตรา 157(ดีโพลมา2434)
    หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย(ดีโพลมา2433)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2432)
    (ชมคลิป)ตำรวจนั่งวินจยย.ไล่จับแท็กซี่เมาปลิ้น(ดีโพลมา2431)
    รถไฟเรือเมล์ลิเกกองถ่าย ตอนที่ 30 ตอนจบ(ดีโพลมา2430)
    วิธีการทาแป้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ใบหน้าห่างไกลจากสิว
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2429)
    ข่าวโยกย้ายนายตำรวจ(ดีโพลมา2428)
    ผู้ใหญ่ ยังอาย เทพมากๆ(ดีโพลมา2427)
    โฆษณา Thailand Happiness 2014 สวยมาก น่าเที่ยวสุด ๆ

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 15.6ms