เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 3336 คน
นิตยา ทองดีวงศ์
โน๊ตบุ๊ค
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • การเลี้ยงปลา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ที่มาของโขน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ที่มาของอินเตอร์เน็ต (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำโครงงาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำงานของคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การผลิตน้ำมันดิบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำเส้นขนมจีน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แหล่งกำเนิดไฟฟ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกกุหลาบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำขนมเค้ก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความหลากหลายทางชีววิทยา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การพิมพ์ดีดภาษาไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พันธ์กล้วยไม้ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สถานที่เที่ยว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดอกไม้้ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การรถไฟ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กระทรวงพลังงาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำลูกชุบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กันยายน 2557>
     
    3525262728293031
    361234567
    37891011121314
    3815161718192021
    3922232425262728
    40293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 13476
    • เฉพาะวันนี้ 4
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 21
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    การทำโครงงาน
    9 ธันวาคม 2553 - 13:21:00

     
    บทเรียน/กิจกรรม >> หน่วยที่ > 1 > 2 > 3 > 4 > 5 > 6 > 7 > 8 > 9 > 10 > 11 > 12
    หน่วยที่ 9
     

     
     
       กิจกรรมที่ 9  
     
     

     1. ให้นักเรียนเขียนเค้าโครงของโครงงานที่นักเรียนสนใจจะทำ ซึ่งมีหัวข้อ ดังนี้

           1.  ชื่อโครงงาน
    2.
     ชื่อผู้ทำโครงงาน
    3.
     ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
    4.
     ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
    5.
      วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
    6.
      สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
    7.
      วิธีดำเนินงาน
    8.
     แผนปฏิบัติงาน
    9.
      ผลที่คาดว่าจะได้รับ
    10.
     เอกสารอ้างอิง

    2. ให้นักเรียนนำเสนอเค้าโครงของโครงงานของกลุ่มนักเรียนบนเว็บ

    3. ให้นักเรียนแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่าเค้าโครงของโครงงานของเพื่อนแต่ละกลุ่มมี

    ความถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร บนเว็บ
     
     
       สรุป  
     
       เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
     

         เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์  คือ  โครงการเพื่อขอเสนอทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

              1. ชื่อโครงงาน
              2. ผู้จัดทำโครงงาน
              3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
              4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
              5. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
              6. สมมติฐานของการศึกษา
              7. ขอบเขตของการทำโครงงาน
              8. วิธีดำเนินการ
              9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
              10. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
              11. เอกสารอ้างอิง

              1. ชื่อโครงงาน
                        ชื่อโครงงานเป็นสิ่งสำคัญประการแรก เพราะชื่อโครงการจะช่วยโยงความคิดไปถึง
    วัตถุประสงค์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และควรกำหนดชื่อโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักด้วย
                        การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นิยมตั้งชื่อให้มีความกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ผู้ฟัง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจปัญหาที่สนใจศึกษาอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริงด้วย เช่น
                        โครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่อ ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวน้อย ซึ่งปัญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ำพลาสติกสามารถไล่แมลงวันที่มาตอมอาหารได้จริงหรือ จากเรื่องดังกล่าวผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ว่า การศึกษาการไล่แมลงวันด้วยถุงน้ำพลาสติก หรือ ผลการใช้ถุงน้ำพลาสติกต่อการไล่แมลงวัน ก็เป็นได้
                        อย่างไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด ๆ นั้น ต้องคำนึงถึงความสามารถที่จะ
    สื่อความหมายถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน
      

              2. ผู้จัดทำโครงงาน
                        การเขียนชื่อผู้รับผิดชอบโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งดีเพื่อจะได้ทราบว่าโครงงานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใครและสามารถติดตามได้ที่ใด  

              3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
                        การเขียนชื่อผู้ให้คำปรึกษาควรให้เกียรติยกย่องและเผยแพร่ รวมทั้งขอบคุณที่ได้ให้คำแนะนำการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนบรรลุเป้าหมาย  

              4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                        ในการเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้ทำโครงงานจำเป็นต้องศึกษา หลักการทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเข้าใจง่าย ๆ ว่าเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้องมีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในเรื่องต่อไปนี้
                        - แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา
                        - แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล
                        - ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนำความรู้และ          สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป  
                        การเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงาน คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่าทำไม   ต้องทำ ทำแล้วได้อะไร หากไม่ทำจะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียนคล้ายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป คือ มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป

                        ส่วนที่ 1 คำนำ :

                             เป็นการบรรยายถึงนโยบาย เกณฑ์ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปัญหาที่มีส่วนสนับสนุนให้ริเริ่มทำโครงงานวิทยาศาสตร์
                        ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง :
                             อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงให้เห็นประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมี หลักการ ทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการบรรยายผลกระทบ ถ้าไม่ทำโครงงานเรื่องนี้

                        ส่วนที่ 3 สรุป :

                             สรุปถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามส่วนที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหา ค้นข้อความรู้ใหม่ ค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ให้เป็นไปตามเหตุผลส่วนที่ 1  

              5. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
                        วัตถุประสงค์ คือ กำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิดจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการเขียนวัตถุประสงค์ ต้องเขียนให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายสอดคล้องกับชื่อโครงงาน หากมีวัตถุประสงค์หลายประเด็น ให้ระบุเป็นข้อ ๆ การเขียนวัตถุประสงค์มีความสำคัญต่อแนวทาง การศึกษา ตลอดจนข้อความรู้ที่ค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน คือ     ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุก ๆ ข้อ  

              6. สมมติฐานของการศึกษา
                        สมมติฐานของการศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงาน   ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะทำให้เป็นการกำหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองได้ชัดเจนและรอบคอบ ซึ่งสมมติฐานก็คือ การคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ  ทฤษฎี รวมทั้งผลการศึกษาของโครงงานที่ได้ทำมาแล้ว  

              7. ขอบเขตของการทำโครงงาน
                        ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องให้ความสำคัญต่อการกำหนดขอบเขตการทำโครงงาน เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา
                        1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ การกำหนดประชากรที่ศึกษาอาจเป็นคนหรือสัตว์หรือพืช ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด อยู่ที่ไหน เมื่อเวลาใด  รวมทั้งกำหนด             กลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเหมาะสมเป็นตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา
                        2. ตัวแปรที่ศึกษา การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่วนมากมักเป็นการศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวแปรขึ้นไป การบอกชนิดของ     ตัวแปรอย่างถูกต้องและชัดเจน รวมทั้งการควบคุมตัวแปรที่ไม่สนใจศึกษา เป็นทักษะกระบวนการ   ทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงานต้องเข้าใจ ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็นตัวแปรต้น ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็น    ตัวแปรตาม และตัวแปรใดบ้างเป็นตัวแปรที่ต้องควบคุมเพื่อเป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลต่อการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง สื่อความหมายให้ผู้ฟังและ      ผู้อ่านให้เข้าใจตรงกัน  

              8. วิธีดำเนินการ
                        วิธีดำเนินการ หมายถึง วิธีการที่ช่วยให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการทำ      โครงงาน ตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ซึ่งประกอบด้วย
                        1. การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
                        2. การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
                        3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
                        4. การวิเคราะห์ข้อมูล
                        ในการเขียนวิธีดำเนินการให้ระบุกิจกรรมที่ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง เรียงลำดับกิจกรรมก่อนและหลังให้ชัดเจน เพื่อสามารถนำโครงการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง  

              9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
                        ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ การคาดหวังถึงผลการดำเนินการตามโครงการ ในการเขียนต้องคาดคะเนเหตุการณ์ว่าเมื่อได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์สิ้นสุดลง ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างไรและได้รับมากน้อยเพียงใด ผลที่ได้รับสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ศึกษา  

              10. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
                        การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องกำหนดตารางเวลาดำเนินการทุกขั้นตอน เพราะ  การทำตารางเวลาจะเป็นประโยชน์ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ต่อการติดตามประเมินผลการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน จนสิ้นสุดการทำโครงงานนั้น  

              11. เอกสารอ้างอิง
                        เอกสารอ้างอิง คือ รายชื่อเอกสารที่นำมาอ้างอิงเพื่อประกอบการทำโครงงาน      วิทยาศาสตร์  ตลอดจนการเขียนรายงานการทำโครงงานวิยาศาสตร์ ควรเขียนตามหลัการ          ที่นิยมกัน (การเขียนเอกสารอ้างอิง --> คลิกที่นี่)  

     
     

    |  หน้าแรก  |  ประมวลรายวิชา  |  บทเรียน/กิจกรรม  |  เว็บบอร์ด  |  ตรวจสอบการส่งงาน  |

     
     


    อ่านทั้งหมด: 817, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2390)
    แม่ร่ำไห้ร้องสื่อคดีฆ่าโหด “น้องเพลง” ไม่คืบ(ดีโพลมา2389)
    หนังเรื่อง คนนรก(สนุกมาก)(ดีโพลมา2388)
    แฟลชม็อบ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง (ดีโพลมา2387)
    คําพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ 7109/2555 (ดีโพลมา2386)
    โน๊ต อุดม แต้พานิช - เดี่ยวไมโครโฟน 7(ดีโพลมา2385)
    แกะปูอย่างถูกวิธี ได้เนื้อเน้นๆ
    ฃีรี่ส์ฝรั่ง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง (ดีโพลมา2383)
    กปปส.ตั้งมูลนิธิหนุนคสช.-สปช.เดินหน้าปฏิรูป(ดีโพลมา2382)
    ผู้หญิงตัดเซียน [โจวซิงฉือ/เจิ้งอวี้หลิง] (ดีโพลมา2381)
    ต้องการงานพาสทาม คีย์ข้อมูล งานมาทำที่บ้าน สนใจงานคลิกที่นี่ค่ะ
    ร่าง คำประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติ
    ความต้องการด้านทรัพยากรที่จำเป็นในการบริหารความต่อเนื่อง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2380)
    กฎหมาย ผู้ต้องขังตายในคุก(ดีโพลมา2379)
    หนังเจาะรหัสอัจฉริยะ(ดีโพลมา2378)
    เขียน SQL คำนวณอายุ จากวันเกิด
    SQL Server Date Functions
    Function Date in mysql
    การแปลงไฟล์.chmไปเป็นpdf
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2377)
    ข่มเหงรังแกจิตใจเมีย เมียยิงตายอ้างบันดาลโทสะได้(ดีโพลมา2376)
    คนตัดคน ภาค 3 (ดีโพลมา2375)
    mysql postgress 2in1 on REDHat
    mysql dump and compress file
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2374)
    กฎหมายโทษอนาจาร(ดีโพลมา2373)
    หนัง[2/2]วันสิ้นโลก ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย(ดีโพลมา2372)
    หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ รับสมัครงานเป็นทหารมหาดเล็ก
    งานที่บ้าน คีย์ข้อมูลทางเน็ต สนใจงานคลิกที่นี่ค่ะ
    งานทำที่บ้าน คีย์ข้อมูลทางเน็ต ต้องการงานคลิกที่นี่ค่ะ
    งานอิสระ คีย์ข้อมูล ทำที่บ้าน เปิดรับจำนวนมากค่ะ
    6 นิสัยของคน(อายุ)เกิน 100 ปี
    วิเคราะห์ทิศทางการเปิดประตู
    สัญญาณเตือนดวงตาเสื่อม
    แบบนี้ก็ เกือบเสียแฟนล่ะ 5555
    จาก ไอซ์ บัคเก็ต มาสู่ ไรซ์ บัคเก็ต,... ดีกว่ามั้ย??
    กรมอุตุฯ ชี้ฝนฟ้าคะนองทั่วกรุงฯ 80%
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2371)
    กฎหมายขับไล่ออกจากที่ดิน(ดีโพลมา2370)
    (ประชันเงาเสียง - "ใบเตย อาร์ สยาม") (ดีโพลมา2369)
    พิธีไหว้ครูและครอบครูโขน-ละคอน ประจำปี ๒๕๕๗(ดีโพลมา2368)
    5 เคสไอโฟน สุดแปลก สุดพิศดารในปี 2014
    วิธีการเล่นเป่ายิ้งฉุบให้ชนะได้ทุกครั้ง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2367)
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ (ดีโพลมา2366)
    หนัง[1/2]DeepImpact วันสิ้นโลก(ดีโพลมา2365)
    เชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงาน (ดีโพลมา2364)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2001ms