เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1714 คน
เทคนิคการทาสีบ้าน
เทคนิคต่างๆ ของการทาสีบ้าน
 
หัวข้อล่าสุด
 
   
     
 
ปฎิทิน
 
 

<กรกฎาคม 2557>
 
2730123456
2878910111213
2914151617181920
3021222324252627
3128293031123
3245678910
 
     
 
สถิติบลอกนี้
 
 
  • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 47810
  • เฉพาะวันนี้ 15
  • ความคิดเห็น 5
  • จำนวนเรื่อง 5
ให้คะแนนบลอกนี้
แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
 
     
8/11/2553 10:58:00

 




ประเภทของสีทาบ้าน แบ่างตามพื้นผิวของวัสดุที่จะทาสีดังนี้

1. สีน้ำพลาสติกหรือสีน้ำอะครีลิค เป็นสีที่ใช้ ทางผนังปูนฉาบหรือคอนกรีตหรือฝ้าเพดาน ทั้งที่ประเภทใช้ภายนอกและทาภายใน โดยที่สีทาภายนอกจะมีราคาสูงกว่าสีทาภายใน และทนทานต่อสภาวะอากาศได้ดีกว่า

2. สีน้ำมันเป็นสีที่ใช้ทาสำหรับทาเหล็กและไม้

3. สีย้อมไม้เป็นสีที่ใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เนื้อไม้มีสีที่เราต้องการ

4. สีเคลือบไม้เป็นสีที่ใช้ทาพวกไม้ต่างๆให้เห้นลายไม้ธรรมชาติ เช่น พวกเลคเกอร์ เชลแล๊ก เป้นพวก ีักษ์เนื้อไม้

5. สีกันสนิมเป็นสีที่ใช้ทาเหล็ก จะทารองพื้นเพื่อกันสนิมก่อนทาสีจริง

6. สีรองพื้นผิวปูนใหม่หรือผิวปูน เป้นสีที่ใช้สำหรับเตรียมพื้นผิว ลดความเป็นกรดหรือด่างของผิวปูน ทำให้การยึดเกาะเหมือนทาสีจริง

ส่วนประกอบของสีทาบ้าน

1. สารยึดเกาะหรืออะครีลิค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ที่สุดของสี

2. ผงสีซึ่งจะทำให้เกิดความสวยงาม

3. ตัวทำละลาย ซึ่งจะทำให้เกิดความสวยงาม

4. สารปรุงแต่งต่างๆ ที่ใช้สำหรับปรุงแต่งคุณภาพสีเช่น สารกันบูด , สารกันเชื้อรา


เกรดหรือคุณภาพของสีทาบ้าน

- เกรด A เป็นสีที่มีอะครีิลิค 100% ส่วนใหญ่นำเข้าทางยุโรปการรับประกันอยู่ประมาณ 5-10 ปี มักใช้ทาภายนอกโดยเฉพาะอาคารสูงหรืออาคารที่มีราคาแพง

- เกรด B เป็นสีที่มีอะครีลิค 100% ส่วนใหญ่นำเข้าทางเอเซียการรับประกันอยุ่ประมาณ 3-5 ปี มักใช้ทาภายนอกและภายใน

- เกรด C เป็นสีที่มีสารปรุงแต่ง 30% และมีอะครีลิค 70% การรับประกันอยู่ประมาณ 1-2 ปี มักใช้ทาภายนอก-ภายใน

- เกรด D เป้นสีที่มีสารปรุงแต่งมากกว่า 30 %



แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 4 | อ่าน: 3855 ครั้ง

8/11/2553 10:55:00



ผมว่าควรจะถือโอกาสนี้สร้างความผูกพันระหว่างคนในครอบครัวด้วยการช่วยกันทาสีบ้านหลังเก่าให้ดูใหม่
ก็ดีไปอีกแบบ แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือทาสีบ้านเรานั้น มาทำความรู้จักกับสีชนิดต่างๆ กันสักเล็กน้อยก่อนดีกว่า
คุณจะได้เลือกใช้สีให้เหมาะสมกับงานในสภาพต่างๆ ครับ

ปัจจุบันผนังบ้านของเรามักจะเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ (จริงหรือเปล่า)ทาสี
การทาสีผนังแบบนี้จะแบ่งสีออกเป้น 2 ชนิด ก่อนทำการทาสีควรตรวจสอบดูก่อนว่า
ผนังเก่าของคุณมีรอยร้าวหรือไม่หากพบว่ามีรอยแตกร้าวก็สามารถทำการโป้วด้วยอะคริลิกซิลิโคน (สีขาว)
หากพบสีหลุดร่อนก็ทำการขูดออกเสียก่อนที่จะขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 4 อีกครั้ง
เพื่อความเรียบเนียนของพิ้นผิว
เมื่อทราบขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวแล้วก็มาทำความรู้จักกับสีที่จะใช้กันเลยครับ

สีที่ใช้สำหรับงานปูน ได้แก่ สีทารองพื้นและสีจริง แตกต่างกันอย่างไร มีคำอธิบายครับ

1.สีทารองพื้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราใช้ทารองพื้นผนังปูนฉาบทั่วๆ ไป
ก่อนทาควรผสมน้ำเจือจางประมาณ 20% ของสี
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำมาจากอัลคาไล สีชนิดนี้นอกจากจะป้องกันเชื้อราได้ดีแล้ว
ยังป้องกันความชื้นได้ดีกว่าสีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก
การใช้งานกับบ้านเก่าควรเลือกสีประเภทนี้ ชนิดรองพื้นปูนเก่า ผสมน้ำ 20% ทารองพื้นก่อนทาสีจริง

2.สีจริง หรือที่เราเคยได้ยินกันติดหูว่าสีน้ำพลาสติกนั่นล่ะครับ สีพวกนี้ทำมาจากสารจำพวกลาเท็กซ์และอะคริลิก
มีการยึดเกาะและยืดหยุ่นที่ดี มีส่วนผสมที่สามารถต่อต้านเชื้อราเหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา
ทำความสะอาดง่ายก่อนใช้ควรผสมน้ำให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตสีแนะนำไว้ (ข้างกระป๋องไงครับ)


สีที่ใช้สำหรับงานไม้
สีชนิดนี้มีประโยชน์ในด้านการป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้าไปทำลายเนื้อไม้
และยังช่วยรักษาความชื้นสัมพัทธ์ของเนื้อไม้เอาไว้ได้ดี ไม้จึงไม่เกิดการแตกร้าว หากได้รับการทาสีอย่างถูกวิธี
สีทาไม้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเช่นเดียวกับสีทาปูน คือ สีรองพื้นและสีจริง

1.สีทารองพื้นไม้ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
สีทารองพื้นไม้ชนิดผสมอะลูมิเนียม ใช้ทารองพื้นไม้ชั้นแรก
เพื่อป้องกันยางไม้และความชื้นภายในไม่ให้ไหลออกมาปะปนกับสีจริง

สีทารองพื้นไม้สีน้ำมัน เป็นสีที่แห้งเร็วเนื่องจากมีทินเนอร์เป็นส่วนผสมทำให้สีเจือจาง
เหมาะสำหรับทารองพื้นครั้งแรกหรือทาทับไม้ที่เคยทาสีอื่นมาก่อน
สีชนิดนี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนดี และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส

2.สีจริง คือ สีที่ทาลงไปชั้นนอกสุดเพื่อความสวยงาม สามารถเลือกได้ว่าจะใช้สีโทนไหน
จะเอาหวานแหววหรือเข้มขรึมสักแค่ไหน แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน
ส่วนใหญ่ทำมาจากใยสังเคราะห์ เนื้อสีที่ทาแล้วจะมีความมันเป็นเงางาม มีการต้านทานเชื้อราที่ดี
ทนการขีดข่วนพอสมควร บางชนิดทนความร้อนได้สูงถึง 93 องศาเซลเซียส


สีที่ใช้สำหรับงานโลหะ จัดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือสีทารองพื้นและสีจริง

1.สีทารองพื้นโลหะ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
สีทารองพื้นโลหะชนิดผสมผงซิงค์โครเมท ภาษาชาวบ้านก็สีกันสนิมนั่นล่ะครับ
สีชนิดนี้จะทำหน้าที่ป้องกัน ไม่ให้เหล็กสูญเสียอิเล็กตรอนให้กับอากาศ
ดังนั้นเหล็กจึงไม่เกิดสนิม ก่อนทาควรกำจัดสนิมให้หมดเสียก่อน แล้วผสมให้เจือจางด้วยทินเนอร์

สีทารองพื้นโลหะชนิดที่ทำมาจากอีพอกซี่ ใช้ทารองพื้นผิวที่เป็นเหล็กป้องกันการกัดกร่อนได้ดีมาก
สีชนิดนี้ส่วนใหญ่จะใช้ทารองพื้นโลหะในเรือเดินสมุทร

2.สีจริง เป็นสีที่ใช้ทาทับเพื่อความสวยงาม เป็นสีน้ำชนิดเดียวกับที่ใช้ทาไม้นั่นล่ะครับ
เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติการยึดเกาะได้ดีทั้งไม้ ปูน และโลหะ (ผิวไม่เรียบ)

อุปกรณ์ทาสี
เครื่องไม้เครื่องมือที่คุณจะต้องเตรียมสำหรับการทาสีก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทของสี
เป็นความรู้ในการเลือกซื้อถูก จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรี หรือเสียเวลาเอาไปเปลี่ยนการทาสีน้ำมัน
คุณจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

แปรงสำหรับทาสีน้ำมัน มีขนาดความกว้างหลายขนาด หากพื้นที่กว้างก็เลือกชนิดหน้ากว้าง
หากพื้นที่แคบก็เลือกขนาดเล็กๆ สักหน่อยสีจะได้ไม่เลอะส่วนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่จะทา

ภาชนะผสมสี ควรเตรียมให้มีขนาดที่เหมาะสม
เพราะการผสมสีต้องผ่านกรรมวิธีการคนสีให้เข้ากับทินเนอร์ก่อนทาไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกนะครับ
เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลาย

ภาชนะแช่และล้างแปรง เมื่อทาสีเสร็จเรียบร้อย แปรงต่างๆ ยังคงสามารถเก็บไว้ใช้ได้
ดังนั้นเราควรมีภาชนะสำหรับแช่และทำความสะอาดแปรงด้วย
ภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลายเช่นกัน


การทาสีน้ำพลาสติก มีอุปกรณ์ต่างออกไปจากสีน้ำมันดังนี้ครับ
แปรงดอกหญ้า (ทำมาจากดอกหญ้า) ชนิดเดียวกับที่เราใช้กวาดบ้านนั่นล่ะ
แต่จะไม่มีด้ามมัดให้ปลายดอกบานออกใช้จุ่มสีทาได้ ช่างมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้แปรงชนิดนี้
แปรงชนิดนี้ใช้แรกๆ มักจะมีสีเหลืองตกออกมา ดังนั้นควรแช่น้ำให้สีตกออกมาเสียก่อน จึงนำไปใช้ทาสีได้

ลูกกลิ้ง จะดีกว่าแปรงตรงที่ทาสีได้สม่ำเสมอ และรวดเร็วกว่า
แต่ลูกกลิ้งไม่สามารถทาแทรกเข้าไปตามซอกมุมได้ ดังนั้นจึงต้องใช้แปรงช่วยในการเก็บงานอีกครั้งหนึ่ง


การเตรียมพื้นผิว
ผิวโลหะ : ถ้าเป็นสนิม อย่ามองข้ามให้กำจัด (ให้สิ้นซาก) ให้หมดก่อน
ด้วยการใช้กระดาษทรายขัดบริเวณที่เป็นสนิม แล้วทารองพื้นกันสนิมก่อนทาสีจริงทับ

ผิวไม้ : ต้องมั่นใจว่าไม้นั้นแห้งสนิทแล้วจึงทำการขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ
เช็ดฝุ่นผงไม้ที่เกิดจากการขัดออกให้หมด ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้นไม้กันเชื้อรา
หากเป็นไม้เก่าที่ผ่านการทาสีมาแล้ว แต่สภาพดีก็สามารถใช้กระดาษทรายบะเอียดขัดได้เลย
ก่อนล้างฝุ่นออกรอให้แห้งสนิท แล้วจึงทาสีทับต่อไป
แต่ถ้าสีเดิมมีการหลุดร่อน แตกลาย จะต้องใช้น้ำยากัดสีเก่าออกก่อน น้ำยากัดสีตัวนี้แรงนะครับ
ก่อนใช้ต้องมีการป้องกีนร่างกายของเราด้วยการใส่ถุงมือและระวังอย่าให้กระเด็นถูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย
เพราะว่าจะแสบมาก เมื่อลอกสีเก่าออกหมดแล้ว ควรทำความสะอาด จากนั้นทารองพื้น 2 ครั้ง
ทิ้งระยะเวลาห่างกัน 24 ชั่วโมง ก่อนทาทับอีกครั้ง หรือตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ (ข้างกระป๋อง)
ส่วนสีจริงต้องทาชั้นแรกทิ้งไว้ 16 ชั่วโมงแล้วค่อยทาชั้นที่ 2

ผิวปูน : หากเป็นผนังปูนใหม่ต้องรอให้ผนังแห้งดีเสียก่อนแล้วใช้กระดาษทรายลูบ
เพื่อให้เม็ดทรายหรือคราบน้ำปูนหลุดออก ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้น และสีจริงตามลำดับ
หากเป็นผนังเก่าให้ตรวจดูสภาพหากชำรุดมากให้ทำการล้างและขัดออกด้วยแปรงลวด
จากนั้นอุดโป้วรอยร้าวก่อนทำการขัดด้วยกระดาษทราย ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า 1 ครั้งและสีจริง 3 ครั้ง

ก็เป็นอันพอจะรู้ขั้นตอนต่างๆ ของการทาสีกันบ้างแล้วนะครับ
สำหรับท่านใดที่ไม่มีเวลาแต่อยากเปลี่ยนบ้านหลังเก่าของคุณให้ดูใหม่ก็จ้างช่างครับ
แต่เตือนกันไว้สักเล็กน้อยครับ ช่างบางคนตบตาเจ้าของบ้านเพราะความขี้เกียจ เช่น
การเตรียมผิวไม้ต้องขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงทาสี
ช่างบางคนแอบใช้สีพลาสติกทาทับอุดรอยเสี้ยนไม้ไปเลย รอจนแห้งแล้วใช้สีน้ำมันทาทับ
ดูว่างานสีน้ำมันค่อนข้างเรียบร้อยแต่นานไปจะเกิดการแตกและหลุดร่อนออกมาต้องรื้องานมาซ่อมกันใหม่ภายหลัง
แบบนี้ไม่ดีแน่ หากมีเวลาแอบดูวิธีการทำงานของช่างบ้าง ก็จะดีนะครับ

บทความจาก: HOME CARE
ผู้แต่ง: คุณวุฒิ นิยมทรัพย์



แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 1 | อ่าน: 3741 ครั้ง

Last edit on 8/11/2553 11:17:00




 เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์
สีแดงเป็นสีที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันอาทิตย์แต่อย่าคิดจะใช้สีแดงสดเป็นสีบ้านหรือสีห้องนอนเป็นอันขาด บ้านของคนเกิดวันอาทิตย์ต้องเป็นบ้านไม้สีแดงหรือไม่ก็เป็นบ้านสีขาวสว่างสดใส ส่วนห้องนอนก็ควรใช้สีควันบุหรี่ สีขาวสะอาดหรือถ้าฝาผนังเป็นไม้ เป็นอิฐก็แต่งห้องด้วยผ้าม่านสีขาว มีลูกไม้ถักสีขาวด้วยเช่นกันแค่นี้ก็เสริมดวงชะตาและทำให้คนเกิดวันอาทิตย์อยู่ในบ้านนี้อย่างร่มเย็นเป็นสุขได้มากแล้ว




เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันจันทร์
คนเกิดวันจันทร์ค่อนข้างชอบอยู่คนเดียวสงบๆไม่ค่อยอยากยุ่งวุ่นวายกับใคร สีบ้านที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันจันทร์ต้องเสริมความเป็นคนมีเสน่ห์ให้ผู้คนเห็นชัดๆ สีที่ใช้ก็ควรเป็นสีเงิน สีฟ้าอ่อนหรือไม่ก็เป็นสีเหลืองอ่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูบ้านหากมีสีทองได้จะยิ่งเสริมความโดดเด่นให้มากขึ้น ห้องนอนของคนเกิดวันจันทร์ควรจะใช้สีครีม สีเหลืองนวล และสีเขียวอ่อนปนขาว อย่าคิดจะใช้สีสดๆ เป็นอันขาด เพราะนอกจากไม่เสริมดวงชะตาด้านใดด้านหนึ่งแล้ว ยังทำให้ผู้คนที่อยู่ในบ้านเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มได้อีกด้วย





เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันอังคาร
สีบ้านที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันอังคารควรเป็นสีเทา สีฟ้าอ่อน เพราะคนเกิดวันอังคารค่อนข้างเป็นคนใจร้อน ใจเร็ว ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยให้มากๆ เพราะจะเป็นสถานที่เดียวซึ่งให้ความสงบ อบอุ่น ปลอดภัย และยังทำให้ผู้คนที่อยู่ในบ้านด้วยเกิดความรู้สึกผ่อนคลายความรุ่มลงได้อีกด้วยนอกจากนี้คนเกิดวันอังคาร ยังควรให้ความสำคัญกับห้องนอนอีกด้วยเพราะจะเป็นที่ๆ เสริมดวงชะตาให้ได้อย่างมากสีของห้องนอนควรจะใช้สีเขียวอ่อนๆสีฟ้าอ่อนๆหรือสีพยับหมอกซึ่งจะให้ความอ่อนโยน ปลอบประโลม และยังให้ความสงบความมีสมาธิ ผู้พักผ่อนจะเกิดความรู้สึกว่าตัดความยุ่งยากวุ่นวายออกไป ตัดขาดจากโลกภายนอกไปได้สักพักหนึ่ง




เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันพุธ
พุธกลางวัน สีบ้านที่ถูกโฉลกด้วย คือ สีฟ้า แดง แสด ขาวและดำ ให้เลือกสีเหล่านี้ในการตกแต่งบ้าน ทาสีทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงห้องนอน และห้องอื่นๆ ภายในบ้านเพื่อเสริมสิริมงคลและทำให้ผู้อยู่ในบ้านเกิดความสงล และยังรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ถ้าเป็นคนสนใจการตกแต่งบ้่าน จะเป็นบ้านที่ค่อนข้างออกสไตล์โมเดิร์นผสมกลิ่นอายตะวันออก ทำให้ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนรู้สึกทึ่งในความเป็นคุณ และยังสามารถใช้สีต่างๆ เหล่านี้ในการตกแต่งเป็นสถานที่ทำงานหรือโฮมออฟฟิศ เพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรืองให้กับคุณอย่างมากอีกด้วย


พุธกลางคืน สีชมพู เทา เขียวอ่อนและขาวนวล เหมาะจะเป็นสีของที่อยู่อาศัย เพราะเป็นสีซึ่งให้ความสงบ ให้่ความอ่อนโยน และปลอบประโลมจิตใจได้เป็นอย่างดี ตามธรรมดาแล้วคนเกิดพุธกลางคืนมักให้ความสำคัญกับผู้คนในบ้านด้วยกัน ห้องแต่ละห้องจึงมีสีที่เหมาะกับบุคลิกภาพของคนนั้นๆ แต่ถ้ายังยึดโทนสีดังกล่าวมานี้จะเสริมดวงชะตาทุกคนได้ดีที่เดียว ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และคลายความร้อนรุ่มไปได้มาก ส่วนสีของตัวบ้านภายนอกควรมีสีเข้มๆ เพราะโดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนค่อนข้างใจร้อน ทำอะไรก็ต้องให้ได้อย่างใจเร็วๆ ดังนั้นควรเลือกสีที่จะเสริมดวงชะตาให้เกิดความสงบ สีเข้มๆ ทึบๆ ภายนอกแต่ล้อมรอบต้วยต้นไม้สีเขียว ดงไม้ที่มีดอกไม้หลากสีสัน จะทำให้มีสมาธิ เหมาะที่จะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน ตัดความยุ่งยากวุ่นวายออกไปและเป็นที่ๆคุณจะพักฟื้นเรียกพลังในร่างกายให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง


เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี
สีบ้านที่ถูกโฉลก ควรเป็นสีเอิร์ธโทน มาเป็นอันดับแรก หรือไม่ก็สีน้ำตาลหรือ เป็นบ้านไม้ธรรมชาติไปเลยจะเสริมดวงชะตาได้มาก อยู่แล้วสงบสุข ปลอดภัย และเสริมสิริมงคลได้อย่างได้อย่างดีอีกด่้วย บ้านไม้สีน้ำตาลหรือบ้านตีกทาสีเนื้อๆ น้ำตาลอ่อน ๆ ก็เหมาะที่จะทำให้คนอยู่ในบ้านเกิดความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบ้านสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดีก็เหมือนเป็นหลุมหลบภัย เป็นสถานที่ ๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก เหมาะกับนิสัยที่ชอบเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ คนเดียวของ คุณมากส่วนสีของห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นเพื่อความสบายใจนั้นก็ต้องเป็น สีส้มอ่่อน สีีพีช หรือสีฟ้าอ่อน ๆ สีเหลืองครีม และสีขาว นี่แหละที่จะสร้างความ สุขกาย สบายใจ และอารมณ์ดีให้กับคนเกิดพฤหัสบดีได้อย่างมาก




เลือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันศุกร์
สีบ้านที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันศุกร์นั้น ควรเป็นสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีควันบุหรี่ มาเป็นอันดับแรก หรือสีส้มอ่อน สีเขียวอ่อน ๆ ก็ได้ทาภายนอก จะเสริมดวงชะตาให้ผู้คนภายในบ้านอยู่แล้วสงบสุข เกิดความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบ้านสำหรับคนเกิดวันศุกร์นั้นก็เหมือนเป็นหลุมหลบภัย เป็นสถานที่เล็ก ๆ เป็นส่วนตัว ยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางร่มไม้ ภูเขา หรือสถานที่ ๆ เป็นธรรมชาติได้จะยิ่งดีมาก โดยดวงชะตาคนเกิดวันศุกร์จึงมีบ้าน หลายหลัง มีทั้งบ้านหลังเล็ก หลังใหญ่ หรือมีสถานที่ ๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก เหมาะกับนิสัยที่ชอบความเป็นอิสระ บางเวลาก็อยากเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ไม่อยากวุ่นวายกับผู้คน ส่วนสีของห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็ต้องเป็น สีพีช หรือเขียวอ่อน ๆ และสีขาว นี่แหละเหมาะมาก เพื่อความสุขกายสบายใจและอารมณ์ดีให้เกิดขึ้น ส่วนสีฟ้าอ่อน และสีเหลืองครีม หรือสีส้มเรื่อ ๆ นั้น เหมาะที่จะเป็นม่านหน้าต่าง และเครื่องประดับตกแต่งห้องนอน เช่น โคมไฟ แจกันอันใหญ่ ๆ หรือโต๊ะ เก้าอี้ ก็เหมาะที่จะมีเครื่องใช้าเหล่านี้เอาไว้ประดับตกแต่ง เพื่อเพิ่มความสง่าราศี และเสริมดวงชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างมาก




เสือกสีบ้านสำหรับคนเกิดวันเสาร์

สีบ้านที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันเสาร์นั้น ควรเป็นสีอ่อน ๆ เช่นสีขาว สีควันบุหรี่ หรือ สีเขียวอ่อน ๆ จะเสริมดวงชะตาให้ผู้คนภายในบ้านอยู่แล้วสงบสุข เกิดความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย อย่าเลือกบ้านสีฟ้า หรือ สีน้ำเงินเพราะกลับทำให้คนเกิดวันเสาร์ร้อนรุ่ม อยู่แล้ว ไม่สงบ สีเขียวอ่อน ๆ นี่แหละควรเลือกมาเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านภายนอกหรือห้องต่าง ๆ ภายในบ้านก็ตาม และบ้านสำหรับคนเกิดวันเสาร์นั้น ก็เหมือนเป็นสถานที่นัดพบปะผู้คน จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์ประดับประดามากมายหลายสไตล์ในบ้านหลังเดียวกัน ยิ่งถ้ามีเงินมาก ห้องแต่ละห้องก็จะแยกย่อยออกไปตามประโยชน์ใช้สอย ก็ขอให้เลือกห้องทำงาน ห้องรับแขก หรือ ห้องนั่งเล่น ตามสีเสื้อเครื่องเครื่องแต่งกายที่จะเสริมดวงชะตาด้านต่าง ๆ มาใช้กับการทาสีห้องหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องด้วยก็จะเสริมกันยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยดวงชะตา คนเกิดวันเสาร์จะมีบ้านหลายหลัง มีทั้งบ้านหลังเล็ก หลังใหญ่ หรือมีสถานที่ ๆ ตากอากาศ เหมาะกับนิสัยที่ชอบมีเพื่อนมิตรมากหน้าหลายตา และชอบความสรวลเสเฮฮา ห้องแต่ละห้องของคนเกิดวันเสาร์จึงอาจมีหลายสี ได้เช่นกัน





แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 5127 ครั้ง

เลือกดูบลอก Search:
ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2001ms