เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 10268 คน
Pichai Sodbhiban
Cultural Arts Preservation Management
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ปรัชญา (0)
    [1 เดือนที่ผ่านมา]
  • ร้านอาหารอ่างศิลา (0)
    [2 เดือนที่ผ่านมา]
  • เทคนิคและวิธีการอนุรักษ์อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่า (0)
    [2 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2-6 (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2-5 (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2-3 (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ตลาดอ่างศิลา ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2 (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์ เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ครั้งที่ 2 (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • โรงพยาบาลศรีรัตนะ (0)
    [4 เดือนที่ผ่านมา]
  • บริบทของศิลปสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น (0)
    [4 เดือนที่ผ่านมา]
  • การอนุรักษ์กับการพัฒนา (0)
    [4 เดือนที่ผ่านมา]
  • การออกแบบมุมขายเครื่องสำอางค์ (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ตัวอย่างการอภิปรายผลงานวิจัยเชิงคุณภาพ (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • อบต.บางพลี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิถีริมคลองสำโรง 3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิถีริมคลองสำโรง 2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิถีริมคลองสำโรง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รายงานสรุปผลการวิเคราะห์และประเมินผลโครงการ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ร่าง คำประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความต้องการด้านทรัพยากรที่จำเป็นในการบริหารความต่อเนื่อง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Glenn Murcutt-Sustainable Architecture (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <มิถุนายน 2558>
     
    2225262728293031
    231234567
    24891011121314
    2515161718192021
    2622232425262728
    27293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 1093963
    • เฉพาะวันนี้ 130
    • ความคิดเห็น 108
    • จำนวนเรื่อง 482
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    บรรษัทภิบาล
    7 พฤษภาคม 2553 - 11:55:00

     วิเคราะห์"บรรษัทภิบาลทำไม และเพื่อใคร

    http://www.businessthai.co.th/bt/images/misc/clear.gifมานิดา ซินเมอร์แมน [11-4-2007] โดย พิชัย สดภิบาล.2552.

    http://www.businessthai.co.th/bt/images/misc/clear.gif

                    คำว่า บรรษัทภิบาลหรือ Corporate Governance และ ธรรมาภิบาลหรือ Good Governance เป็นคำฮิตติดปาก ตั้งแต่ผู้บริหารระดับประเทศ ยันแมงเม่าในตลาดหุ้น!  บริษัทหรือองค์กรไหนไม่มีสิ่งนี้ ดูจะขาดคุณค่า ไร้ราคา ผู้บริหารก็ดูไม่น่านับถือ ไม่น่ายำเกรง ถึงขนาดที่มีนักลงทุนแนวคุณค่าระดับเซียนประกาศว่าจะไม่ลงทุนในกิจการใดที่ผู้บริหารไม่มีบรรษัทภิบาล

                แล้วเจ้า บรรษัทภิบาลที่ว่านี่คืออะไร ทำอย่างไรองค์กรของเราจึงจะได้มาครอบครอง และถ้าถามให้ตรงใจยิ่งขึ้นไปอีก คือ ถ้าบริษัททำตามหลัก บรรษัทภิบาลที่ว่านั่นแล้วจะดีจริงหรือ

                บรรษัทภิบาลและธรรมาภิบาลเป็นเรื่องของกระบวนการในการที่จะควบคุม กำกับดูแล และขับเคลื่อนบริษัทไปในทิศทางที่เชื่อว่าดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกคนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ขออนุญาตย้ำว่า ต้องทั้งถูกต้องและเป็นธรรม ถูกต้องหรือถูกกฎหมายแต่ไม่เป็นธรรมก็ใช้ไม่ได้ ในขณะเดียวกัน จะคำนึงถึงแต่ความเป็นธรรมโดยไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่เหมาะ

                เรื่องของ บรรษัทภิบาลไม่ใช่นโยบายที่พิมพ์ลงในรายงานประจำปีหรือแถลงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่เป็นหลักการและแนวคิดที่ทั้งผู้บริหารต้องนำมาปฏิบัติ ภายใต้การกำกับและตรวจสอบของคณะกรรมการในฐานะที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้น

                ในอดีต เรื่องบรรษัทภิบาลอาจไม่ได้รับการเน้นย้ำ หรือให้ความสำคัญมากนักเพราะธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังเป็นลักษณะครอบครัว แต่เมื่อเศรษฐกิจพัฒนาไปถึงระดับหนึ่ง ตลาดทุนมีความสำคัญและมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น กิจการมากมายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และดำเนินการระดมทุนจากประชาชน แนวคิดเรื่องบรรษัทภิบาลจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นและเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาตลาดทุน

                โดยธรรมชาติ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของกิจการกับนักลงทุนรายย่อยมีผลประโยชน์ที่ขัดกัน ข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่อาจไม่มีการเสนอให้แก่นักลงทุนรายย่อย  นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มักจะเป็นกรรมการบริหารด้วย ทำให้มีข้อมูลอินไซด์ของธุรกิจที่นักลงทุนรายย่อยไม่มี ในขณะเดียวกัน นักลงทุนรายย่อยก็พร้อมที่จะขายหุ้นทันทีที่ได้กำไร หรือขาดทุน จนอาจมองได้ว่านักลงทุนรายย่อยไม่ใช่ผู้ประกอบการ ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นผู้ประกอบการเวลามีเรื่องต้องตัดสินใจในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ว่าเรื่องไหน รายย่อยก็แพ้ทุกที เพราะมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปแล้วใช้คะแนนเสียงแค่เกินครึ่งของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมก็พอ ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยังมีกฎเกณฑ์ กติกาที่เข้ามาช่วยคานอำนาจผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพื่อให้ความเป็นธรรมตามสมควรแก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย  แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีคนพยายามเลี่ยงบาลี หาช่องว่าง รูโหว่ของกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อหาประโยชน์ที่อาจจะเป็นไปตามกฎหมายแต่ไม่เป็นธรรม

                นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นและฝ่ายจัดการก็มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ กิจการกำไรมากหรือน้อย ฝ่ายจัดการก็อยากได้โบนัสก้อนโตเสมอ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นอาจไม่อยากจ่าย เพราะรายจ่ายเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทซึ่งก็คือส่วนที่ผู้ถือหุ้นจะพึงได้รับจากบริษัทที่ลงทุนไปนั่นเอง แม้ว่าในทางกฎหมายและในทางทฤษฎี ผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ และกรรมการไปแต่งตั้งฝ่ายจัดการ แต่ผู้ถือหุ้นคนหรือกลุ่มที่ตั้งกรรมการจริงๆแล้ว ก็คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่นเอง สิทธิขาดในการบริหารกิจการจะอยู่ในมือของกรรมการเป็นส่วนใหญ่

                ในต่างประเทศ เขาเรียกว่าเป็นการแยกกันของ ความเป็นเจ้าของ”(Ownership) และอำนาจในการควบคุมกิจการ”(Control)ยิ่งบริษัทมีขนาดใหญ่มาก มีกิจการในเครือมากมาย มีผู้ถือหุ้นนับพัน นับหมื่นราย  ผู้ถือหุ้นยิ่งมีความรู้หรือข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทน้อยมาก เพราะกรรมการ โดยเฉพาะกรรมการบริหารและฝ่ายจัดการจะเป็นคนตัดสินใจกำหนดทิศทาง นโยบายและการดำเนินการเรื่องต่างๆ ในแต่ละปี จะพบกับผู้ถือหุ้นก็แค่ครั้งเดียวในวันประชุมสามัญประจำปี นอกนั้น อย่างดีก็รายงานความคืบหน้ารายไตรมาสตามข้อกำหนดของตลาด ซึ่งหลายครั้งข้อมูลที่แจ้งผู้ถือหุ้นทราบเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ช่วยไปต่อยอดการวิเคราะห์อะไรได้เลย

                อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจถึงบทสรุปว่า การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์น่าจะเป็นทางเลือกที่เสี่ยงเหลือเกิน ในฐานะนักลงทุนรายย่อย เราจะไว้ใจใครได้ ท่านคิดไม่ผิดเลยค่ะ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของบรรษัทภิบาลเพราะถ้าแนวคิดและหลักการเรื่องนี้ ไม่เป็นที่ยอมรับและยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจังแล้ว โอกาสในการพัฒนาตลาดทุนของไทยจะลดลง

    หลักการในเรื่อง บรรษัทภิบาลประกอบด้วย

                    ข้อที่หนึ่ง การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องและเท่าเทียม ทั้งคณะกรรมการและฝ่ายจัดการต้องให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นและควรอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิของตนได้ตามกฎหมาย

                    ข้อที่สอง ในการดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียหรือ Stakeholder ที่เกี่ยวข้องทุกราย ผู้ถือหุ้นอาจเปลี่ยนใจขายหุ้นวันใดวันหนึ่ง แต่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือแม้แต่ชุมชนที่เราประกอบธุรกิจอยู่ก็มีส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา การที่บริษัทมุ่งแต่จะกอบโกยเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยไม่ให้ความสำคัญต่อ Stakeholders ก็มักจะเป็นความเจริญเติบโตที่ไม่ยั่งยืน

                    ข้อที่สาม บทบาทของคณะกรรมการในฐานะที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท จึงต้องสอดส่องการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ(ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่) และต้องพร้อมที่จะท้วงติง ตรวจสอบและคัดค้านการดำเนินงานใดๆของฝ่ายจัดการที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม โดยคณะกรรมการต้องคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัท ผู้ถือหุ้นและบรรดาผู้มีส่วนได้เสีย

                    ข้อที่สี่ องค์กรควรดำเนินการให้มี Code of Conduct หรือคู่มือในการบริหารงานและดำเนินการเพื่อให้กรรมการ ฝ่ายจัดการลพนักงานนำไปยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติ

                    ข้อที่ห้า การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส การตัดสินใจทางธุรกิจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และบ่อยครั้งที่ไม่สามารถชี้ได้ชัดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่ เพราะถ้าคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการตัดสินใจเรื่องไหนแล้ว ได้ผลดีตามที่คาดไว้ คงไม่มีบริษัทใดที่ต้องล้มละลาย หรือขาดทุน

                ผู้เขียนเห็นว่าวิธีการที่จะพิสูจน์เจตนาที่ดีและจริงใจของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการว่า ตั้งใจบริหารงานโดยความสุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายและผู้มีส่วนได้เสียทุกราย คือการเปิดเผยและรายงานข้อมูลทั้งในด้านการเงินและด้านอื่นๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน

                ถ้ามองแนวทางปฏิบัติที่ดีข้างต้นแล้วย้อนกลับมามองชีวิตจริงที่เห็นและเป็นอยู่  คงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อกรรมการอิสระเองก็มาจากการแต่งตั้งของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แม้จะมีการวางกฎเกณฑ์ว่า กรรมการอิสระ หรือกรรมการตรวจสอบสำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะต้องไม่มีความเกี่ยวพันกับฝ่ายจัดการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่  แต่คงไม่มีการเสนอตั้งกรรมการอิสระที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือฝ่ายจัดการไม่รู้จัก จริงๆ แล้ว สังคมไทยทั้งสังคมราชการและสังคมธุรกิจ ก็ไม่ใช่สังคมที่กว้างใหญ่มากมาย ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่รู้จัก คุ้นเคยกันทั้งทางตรงและทางอ้อมเกือบทั้งนั้น แม้ในระยะหลัง เราจะได้เห็น การหักดิบระหว่างฝ่ายจัดการ กับกรรมการตรวจสอบ แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของข้อยกเว้นมากกว่าที่จะเป็นหลัก

                ดังนั้น การที่หลักการในเรื่องบรรษัทภิบาลจะนำมาใช้ได้ผล คนกลุ่มแรกที่ต้องเล็งเห็นประโยชน์ คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่นเอง ถ้าผู้ถือหุ้นรายใหญ่และฝ่ายจัดการไม่เชื่อหรือไม่เห็นประโยชน์ในหลักการนี้ แม้จะมีกฎหมายบังคับ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย เพราะประเด็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายแต่ไม่เป็นธรรมก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ

                ทางออกของนักลงทุนรายย่อยในกรณีที่ผู้บริหารไม่ได้ยึดหลักบรรษัทภิบาลก็คือการขายหุ้นทิ้ง หรือไม่ลงทุนในกิจการนั้นๆ ซึ่งกองทุนซึ่งเป็นผู้เล่นขาใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์หลายๆแห่ง อย่างในบ้านเรา กองทุนที่ใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้น กบข. ก็มีนโยบายการลงทุนว่าจะไม่ลงทุนในกิจการที่ผู้บริหารไม่มี บรรษัทภิบาล

                ไม่ได้เห็นว่าเมืองไทยเรามีการทำการศึกษาเชิงสถิติหรือไม่อย่างไร  แต่ในต่างประเทศได้มีการศึกษาและเผยแพร่ผลการศึกษาออกมา นิตยสาร Forbes เคยทำการสำรวจแล้วพบว่า กิจการที่ได้รับการยกย่องว่ามี บรรษัทภิบาลสูงสุดมีผลตอบแทนการลงทุนให้ผู้ถือหุ้นดีที่สุด ในขณะที่กิจการที่มีปัญหาเรื่องนี้ เป็นกลุ่มกิจการที่มีผลตอบแทนการลงทุนต่ำกว่ากลุ่มแรกอย่างมาก    ทางนิตยสาร Business Weeks ก็เคยทำการศึกษาในลักษณะที่คล้ายกัน แต่ให้นักลงทุน และบรรดากองทุนให้คะแนนเรื่อง บรรษัทภิบาลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ผลออกมาก็ปรากฏว่า บรรดาบริษัทที่ได้คะแนนดีๆ จากนักลงทุนในเรื่องนี้ เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีมากๆ

                แล้วในเมืองไทยละ มาดูข้อมูลนี้ดีกว่า บริษัทที่ปรึกษา McKinsey เคยทำการศึกษาและรายงานใน Global Investor Opinion Survey ในปี 2002 ว่าบรรดาลูกค้ากว่าร้อยละแปดสิบของ McKinsey ยินดีที่จะจ่าย Premium ให้กับราคาหุ้นที่ผู้บริหารมี บรรษัทภิบาลโดย Premium ที่ให้กันมีตั้งแต่ร้อยละสิบเอ็ดของราคาตลาด ไปจนถึงร้อยละสี่สิบ!!!!!!

                มาถึงตรงนี้ แม้แต่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เอง ก็น่าจะพอมองออกว่าคุ้มที่จะยึดหลักบรรษัทภิบาลเพราะเป็นการเพิ่มมูลค่าหุ้นของกิจการท่านได้อย่างดีและถูกต้องตามกฎหมายด้วย

     

     

    บทวิเคราะห์[1]

                บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) หมายถึงโครงสร้างที่แสดงถึงความสัมพันธ์และความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้อง (Stakeholders)[2] องค์การอันประกอบด้วยผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท และฝ่ายบริหาร หรือเราควรใช้คำว่า Good Corporate Governance หมายถึง การบริหารจัดการธุรกิจที่เป็นธรรมและโปร่งใส โดยผู้มีอำนาจบริหารจัดการธุรกิจนั้น ๆ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และผลการกระทำของตนต่อ ผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท (Stakeholders) ทุกรายรวมถึงผู้ที่ถือหุ้น เจ้าหนี้ พนักงาน รัฐ ลูกค้าตลอดจน ประชาชนทั่วไป คณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจตรา การบริหารงานของผู้บริหาร ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และนโยบายของบริษัท ในขณะที่ผู้บริหารงานมีหน้าที่ในการบริหารธุรกิจเพื่อที่จะสร้างผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติระหว่างผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อย ทั้งกรรมการและผู้บริหารมีความรับผิดชอบร่วมกันที่จะชดใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา จ่ายภาษีให้แก่รัฐ ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ของรัฐ นอกจากนี้แล้วยังมีความรับผิดชอบต่อพนักงานให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ต่อลูกค้าให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ หรือมีบริการที่ดี ตลอดจนประชาชนให้ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี[3]

    องค์การอันประกอบหลักบรรษัทภิบาล[4]

                หลักการพื้นฐานของบรรษัทภิบาล จะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลให้กับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เราจำเป็นต้องพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศ บรรษัทภิบาลจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่งผลให้การระดมทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การหาพันธมิตรทางธุรกิจสามารถทำได้ง่ายขึ้น และเมื่อบริษัทมีความพร้อมทั้งเงินทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ ก็จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับโลกได้มากขึ้น หลักการพื้นฐานของบรรษัทภิบาลประกอบด้วย

    1.       ความตระหนักในภาระหน้าที่ (accountability) ความตระหนักในภาระหน้าที่จะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยสำนึกรับผิดชอบอย่างแท้จริง เป็นการทำงานโดยไม่ใช่เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำแล้ว แต่ยังต้องทำให้ดีที่สุดด้วย

    2.       ความรับผิดชอบ (responsibility) เกิดขึ้นจากการกำหนดภารกิจของแต่ละฝ่ายไว้อย่างชัดเจนว่า ใครต้องทำอะไรและทำอย่างไร การกำหนดภารกิจจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว ไม่เกิดความซ้ำซ้อน และเกิดการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทำให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น

    3.       ความยุติธรรม (fairness) ความยุติธรรมในการดำเนินธุรกิจนั้น เริ่มตั้งแต่การวางนโยบายเพื่อให้บุคลากรแต่ละฝ่ายปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้หลักการที่ชัดเจน

    4.       ความโปร่งใส (transparency) ความโปร่งใสตามหลักบรรษัทภิบาล หมายถึง การเปิดเผย ข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและทันเวลา เป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญของหลักบรรษัทภิบาลเช่นกันข้อมูลสำคัญอย่างงบการเงินที่นำเสนอต่อผู้ถือหุ้น

    5.       มุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Excellency) หลักสำคัญอีกประการหนึ่งของบรรษัทภิบาลที่มุ่งสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจ คือ ส่งเสริมการปฏิบัติอันเป็นเลิศแก่บุคลากรทุกฝ่าย และส่งเสริมให้การปฏิบัติงานทุกด้านมุ่งไปสู่ความสมบูรณ์แบบ นั่นคือต้องมีการวางนโยบายที่ชัดเจน หรือมีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ

                บรรษัทภิบาลต้องการบริหารงานที่เป็นธรรมาภิบาล (Good Governance) ที่ยึดถือความถูกต้องความชอบธรรมหรือหมายถึงการปกครองที่ดี การบริหารงานที่เป็นธรรม โปร่งใส (การปกครองที่เป็นธรรมนั้นหายากนัก มีแต่มากหรือน้อยเท่านั้น) การบริหารองค์การแบบนี้จะต้องคำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง (Stakeholders)  

    5]

    ภาพรวมของบรรษัทภิบาล

    ผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง (Stakeholders) แบ่งเป็นกลุ่มได้คือ

    1. ผลประโยชน์ (An Interest) บุคคลหรือกลุ่มที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจ มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เช่น การตัดสินใจปิดโรงงานมีผลต่อชุมชน

    2. สิทธิ (Right) สิทธิตามกฏหมาย บุคคลหรือกลุ่มมีสิทธิเรียกร้องหรือป้องกันสิทธิได้ตามกฎหมาย เช่น สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนของลูกจ้าง Moral Right สิทธิในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเกิดจากความคิดในทำนองเดียวกันของคนหรือกลุ่มคน ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมาย เช่น ความยุติธรรม ความเสมอภาค

    3. ความเป็นเจ้าของ (Ownership) บุคคลหรือกลุ่มที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสินทรัพย์ตามกฎหมาย เช่น เจ้าของบริษัท เจ้าของกิจการ เป็นต้น

    และยังแบ่งได้เป็น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์การทั้งภายนอกและภายใน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในองค์การ
    1.คณะกรรมการ 2.ผู้ถือหุ้น 3.พนักงาน หรือ ลูกจ้าง 4.ผู้บริหาร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกองค์การ
    1...ลูกค้า 2.ผู้จัดหาวัตถุดิบ 3.ผู้จัดจำหน่าย 4.รัฐบาล 5.สหภาพแรงงาน 6.คู่แข่ง 7.คู่ค้า 8.ชุมชนในท้องถิ่น 9.องค์การ หน่วยงานสถาบันต่าง ๆ สาธารณะชน

    ตัวอย่างกลุ่ม Stakeholders ของ First Transforming Travel

    ปัจจุบันผู้ที่มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องขององค์การ มีแต่ละกลุ่มดังนี้[6]

    1.       ผู้บริหาร (Manager)

    2.       คณะกรรมการบรรษัท(The board of director)

    ก.       คณะกรรมการตรวจสอบ(The audit committee)

    ข.       คณะกรรมการเกี่ยวกับการชดเชย(The compensation committee)

    ค.       คณะกรรมการสรรหา(The nominating committee)

    3.       ผู้ถือหุ้น(Stockholder)

    4.       พนักงาน(Employees)

    5.       รัฐบาล(Government)

    6.       เจ้าหนี้(Creditor)

                นอกจากมีคณะกรรมการบรรษัทที่ดี(The Best board of directors) ผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการองค์การนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อกำหนดทุกอย่างที่องค์การสร้างขึ้น ได้แก่ เป้าหมาย นโยบาย และกลยุทธ์ และต้องพยายามติดตามว่าองค์การสามารถดำเนินงานตามข้อกำหนดเหล่านั้นได้หรือไม่ดังนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการจึงต้องมีความรับผิดชอบในระยะยาว นอกจากนี้สิ่งที่ผู้บริหารควรไห้ความสนใจคือการให้ความสำคัญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์การด้วย ดังนั้นการบริหารจัดการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้เริ่มเข้ามามีความสำคัญเนื่องจากองค์การต้องค้นพบให้ได้ว่ากลุ่มหลากหลายเหล่านั้นมีความพึงพอใจต่อองค์การหรือไม่อย่างไรเพื่อองค์การจะได้ทราบว่าการดำเนินงานขององค์การนั้นบรรลุวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใด

                คณะกรรมการบริษัทเป็นทั้ง ผู้สร้างกฏ และ ผู้คุมกฎ จึงต้องเป็นแบบอย่างของการทำงานอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และรับผิดชอบ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างบรรษัทภิบาล โดยตามหลักบรรษัทภิบาล ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัทที่ดีไว้ 3 ประการ คือ
                1. เป็นคนดี ด้วยการมีจริยธรรม ซื่อสัตย์ และเคารพจรรยาบรรณในวิชาชีพ เพราะหน้าที่หนึ่งของกรรมการบริษัทคือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร การถือความสุจริตของคณะกรรมการจึงจะ ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                2. เป็นคนเก่งหรือเป็นมืออาชีพ ด้วยการมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการที่จะต้องดำเนินบทบาทผู้นำขององค์กรในการกำหนดนโยบาย สามารถวางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ และสรรหาฝ่ายบริหารที่จะนำแนวทางที่กำหนดไว้ไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งความเป็นมืออาชีพสามารถพิจารณาได้จากคุณสมบัติ 2 ประการ ได้แก่
                            2.1 ความเป็นผู้นำ ที่จะต้องมีความรู้ ความสามารถทางธุรกิจ สามารถกำหนดนโยบายและวางกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม และต้องสามารถกำกับดูแลฝ่ายบริหารให้นำนโยบายและกลยุทธ์ที่วางไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างจริงจัง
                            2.2 ความเป็นอิสระ เกิดจากความมีสำนึกในการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างการเป็นกรรมการกับการเป็นบุคคลภายในบริษัทออกจากกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งจะทำให้กรรมการมีความเที่ยงธรรมในการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง
                3.เป็นคนกล้า ด้วยคุณสมบัติของการเป็นผู้ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ในฐานะของการเป็นผู้คุมกฎ และจะต้องมีวิธีจัดการกับปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
                นอกจากความสำคัญในเรื่องของคุณสมบัติของคณะกรรมการที่ดีจะเป็นส่วนสนับสนุนให้แนวคิดบรรษัทภิบาลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว มาตรการที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการสร้างระบบกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล คือ การจัดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทให้เอื้อต่อการถ่วงดุลอำนาจภายในบริษัท

                ในบทความได้บอกว่าในต่างประเทศได้มีการศึกษาและเผยแพร่ผลการศึกษาออกมา นิตยสาร Forbes เคยทำการสำรวจแล้วพบว่า กิจการที่ได้รับการยกย่องว่ามี บรรษัทภิบาลสูงสุดมีผลตอบแทนการลงทุนให้ผู้ถือหุ้นดีที่สุด ในขณะที่กิจการที่มีปัญหาเรื่องนี้ เป็นกลุ่มกิจการที่มีผลตอบแทนการลงทุนต่ำกว่ากลุ่มแรกอย่างมาก    ทางนิตยสาร Business Weeks ก็เคยทำการศึกษาในลักษณะที่คล้ายกัน แต่ให้นักลงทุน และบรรดากองทุนให้คะแนนเรื่อง บรรษัทภิบาลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ผลออกมาก็ปรากฏว่า บรรดาบริษัทที่ได้คะแนนดีๆ จากนักลงทุนในเรื่องนี้ เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีมากๆ

                    คุณณัฐญา นิยมานุสร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมบรรษัทภิบาล สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ได้แสดงความเห็นว่า หลักของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีต้องให้คำแนะนำกับลูกค้าให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้ โดยหลักพื้นฐานง่ายๆ ที่บริษัทจดทะเบียนต้องพึ่งมีก็คือ FAT [7]

                    F: Fair หมายถึง ความยุติธรรม ซึ่งบรรษัทต้องมีความยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกัน

                A: Accountability หมายถึง ความรับผิดชอบต่อบอร์ด และภายในองค์กรเอง

                T: Transparency หมายถึงความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใสในการทำรายการเกี่ยวโยง ระหว่างกัน และการเปิดเผยข้อมูลถูกต้องเพียงพอ

    ตัวอย่างบริษัทธรรมาภิบาล เป็นธนาคารไทยภชพาณิชย์ ที่ได้รับรางวัล บริษัทธรรมาภิบาลดีเด่นประจำปี 2552  ดูจากวิสัยทัศน์แล้วเขาดูแลผู้ที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) มาเป็นตัวนำ และคุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)

    8]

    สรุป

                บรรษัทภิบาลเป็นแนวคิดในการควบคุมดูแลกิจการ และการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ และการดำเนินงานของบริษัท โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสมร่วมทั้งเข้าใจถึงประเด็นที่อ่อนไหว นั่นคือ เรื่องเกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหาร และดำเนินการอย่างชอบธรรม เพื่อเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง


    [1] พิชัย สดภิบาล.บทวิเคราะห์ บรรษัทภิบาล.

    [2] วรนาถ แสงมณี.2552.เอกสารคำสอนเรื่องภาวะผู้นำเชิงกลยุทธและบรรษัทภิบาล.

    [3] เดือนเด่น นิคมบริรักษ์,2542

    [4] Corporate Governance System

    The E.ON Corporate Governance System is based on the German Corporate Governance Code, thus guaranteeing exceptional transparency in relations between company management and its stakeholders. Corporate Governance Structure at E.ON

    [5] Management of Environmental Quality: An International Journal

    [6] วรนาถ แสงมณี.2552.เอกสารคำสอนเรื่องภาวะผู้นำเชิงกลยุทธและบรรษัทภิบาล.

    [7] Corporate Governance Forum “CG Substance and Forum: What FA Should Know?”

    [8] http://www.scb.co.th/th/abt/abt_sob.shtml



    อ่านทั้งหมด: 38953, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    โครงการ "เธออยู่ที่ไหน" ช่วยเหลือสุนัขจรจัด (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    Sbobet Th เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด
    คลิปแกล้งคน - โล้นซ่า VDO555.blogspot.com
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่29มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    รายการ 5 เช้าข่าวใหญ่ 29-6-58(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    คลิปจัดเต็ม! ต้นหอมเปิดใจ สาเหตุเลิกแทค รอบ3(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    การซ้อม คอนเสิร์ต “ 60 ปี โทรทัศน์ไทย กับ อารีย์ นักดนตรี และเพื่อนชาวทีวี”
    เทคนิคแทงบอล SBOBET TH ออนไลน์
    Sbobet Th เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด
    ชาวบ้านจ.ชัยนาท ร้องหน่วยงานช่วยเหลือเหตุบ้านริมน้ำเจ้าพระยาทรุดตัว
    คลิปแกล้งคน โดนตบเลย
    ข่าวที่น่าสนใจ28/6/58(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ปรากฏการณ์ภาคสนามข่าว 28/6/58 : ฝนหลวงช่วยภัยแล้ง(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    เฉลยโกงไฮโล 1 เดียวในโลก (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ใบงานที่ 1 เรื่อง อินเทอร์เน็ต
    คลิปช่วยเหลือคนอ้วน หายใจลำบาก มีผิวหนังแตกและแข็ง มีน้ำเหลืองออกตามรอยผิวที่แตก
    คลิป เผ่นแทบไม่ทัน คลิปแกล้งคน ซอมบี้บุกเมือง ไล่กินคน เหมือนของจริง
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ตอมแมลงวัน : ปราง-ศิรดา เจ้าของคะแนนแอดมิดชั่นสูงสุดในประเทศ
    คลิปรวมสารพัดไอเดียสุดเจ๋งเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    สมัคร Sbobet Th วันนี้ ลุ้นรับโบนัสทันที
    คลิปแกล้งคน - ชู้ในห้องน้ำ VDO555.blogspot.com
    ข่าว ตำรวจ เมื่อวานนี้ (41 ข่าว)(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    26-6-58 ข่าวข้นรับอรุณ (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ดังทั่วโลก!! น้องเมย์ โชว์ช็อตมหัศจรรย์ทำเอาคนดูเฮกันทั้งสนาม
    ชมรมชาวยศเสเลี้ยงสังสรรค์ครบรอบ10ปี(ดีโพลมา26658) มี 6 ตอน
    ชมรมชาวยศเสเลี้ยงสังสรรค์ครบรอบ10ปี(ดีโพลมา26658) มี 6 ตอน
    เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 26 การทำบัญชีอย่างง่าย (2)
    คลิปแกล้งคนแบบหื่นๆ
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่25มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    รายการ 5 เช้าข่าวใหญ่ 25-6-58 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    คลิปย้อนหลังเหรียญทองปิงปองหญิงเดี่ยว(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 26 การทำบัญชีอย่างง่าย (1)
    วอนช่วยเหลือเด็ก 2 ขวบพิการทางสมอง (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    งาน “เฉลิมฉลอง 82 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง”
    ทหารเจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยแล้ง (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    คลิปแกล้งคน - ตดเป็นชุด VDO555.blogspot.com
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่24มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    รายการ 5 เช้าข่าวใหญ่ 24-6-58 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    คลิปย้อนหลังณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง คว้าเหรียญทอง ว่ายน้ำ ฟรีสไตล์ 200 ม. หญิง
    เทคนิคแทงบอลSBOTHAIออนไลน์
    เราตัวจริงการรับทำ seo ราคาถูก เพื่อติดหน้าแรก Google
    การให้ คือการสื่อสารที่ดีที่สุด : สิ่งดีๆเพื่อสังคม เริ่มที่ตัวเรา(รายการดีที่เราขอชมเชย
    คลิปแกล้งคน -เลื่อมใส7
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่23มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ข่าวข้นกีฬา (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ไฮไลท์ซีเกมส์ : วิ่ง 4x100 เมตร หญิง ทอง (รายการดีที่เราขอชมเชย)
    ผู้ช่วยเหลือแมว,หมา(ฉก.)(รายการดีที่เราขอชมเชย)
    แกล้งคนเข้าห้องน้ำ ตลกขำขำ
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่22มิ.ย.2558 (รายการดีที่เราขอชมเชย)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 671.8759ms