เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1766 คน
วิจัยชุดการสอน
วิจัยชุดการสอน
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ประวัติผู้วิจัย (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นักเรียนทำกิจกรรมจากชุดการสอน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รายงาน 5 บท (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เผยแพร่งานวิจัย (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
       
     
    ปฎิทิน
     
     

    Calendar
    Title and navigation
    Title and navigation
    <กุมภาพันธ์ 2016>
    กุมภาพันธ์ 2016
     
    525262728293031
    61234567
    7891011121314
    815161718192021
    922232425262728
    1029123456
     
       
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 23792
    • เฉพาะวันนี้ 5
    • ความคิดเห็น 35
    • จำนวนเรื่อง 4
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
       
    เผยแพร่งานวิจัย
    Last Updated On: 1 ตุลาคม 2551 - 8:07:00

     

    หัวข้อวิจัย การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ
                   ต่อการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้
    วิทยาศาสตร์ เรื่อง
                   สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
                   ปีที่ 1
    ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับ
                   แบบปกติ

    ชื่อผู้วิจัย นายเสน่ห์ กองศาสนา

    ตำแหน่ง ครู

    ปีการศึกษา 2550

    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ที่มีประสิทธิภาพ 80 / 80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบปกติ และ 3) เปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบปกติ รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) จำนวน 41 คน แล้วสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (simple random sampling) เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 20 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยหรือใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามคู่มือครู จำนวน 5 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (achievement test) เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยเลือกตอบแบบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดย 1) ชุดการสอนหาประสิทธิภาพของกระบวนการ / ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1 / E2 ) โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ 2) วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนการใช้ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ทั้งสองกลุ่มโดยใช้ค่าสถิติ t - test (independent samples) และ 3) วิเคราะห์เจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยใช้ค่าสถิติ t - test (independent samples)

    ผลการวิจัยพบว่า

    1. ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80

    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

    3. เจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

     

     



    อ่านทั้งหมด: 16548, ความเห็นทั้งหมด: 9
     เป็นเว็บเพื่อการศึกษา จุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่ได้จากการศึกษาชุดการสอน ในการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ หากท่านใดประสงค์จะให้ความเห็นขอความกรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพด้วยนะครับ ขอบคุณมาก
    โดย - research - วันที่ 22 มิถุนายน 2551 เวลา 16:21

    อยากได้รายละเอียดทั้งชุดเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา
    โดย - thip2504 - วันที่ 3 กันยายน 2551 เวลา 18:30

     OK ครับขอเวลาอีกระยะหนึ่ง
    โดย - research - วันที่ 12 กันยายน 2551 เวลา 20:44

     เรียนคุณเสน่ห์ ถ้าหากมีข้อสงสัยในเรื่องของการทำวิจัยเกี่ยวกับชุดการสอน ขอความกรุณาข้อคำปรึกษาด้วยนะคะ
    โดย - earng - วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 11:04

     ยินดีครับ ksaneh@hotmail.com
    โดย - research - วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 17:41

     

    ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

    โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

    ชื่อผู้วิจัย นางจิราภรณ์ สังข์งาม

    ปีที่ทำ ๒๕๕๑

    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๕ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพกับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ ๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ และเพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยมีประชากรคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมายที่ ๑ สำหรับทดลองใช้ แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จำนวน ๒๐ คน และกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมายที่ ๒ สำหรับใช้แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จำนวน ๔๐ คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling ) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐ โดยใช้ค่าร้อยละ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ กับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ ๘๐ โดยใช้การทดสอบค่าทีแบบ One sample (t-test ; One sample) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยใช้การทดสอบ ค่าทีแบบ Dependent (t-test ; Dependent sample หรือ t-pair) และหาค่าระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วแปลผลเป็นระดับความพึงพอใจแบบความเรียง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

    ๑. แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีประสิทธิภาพ ๘๕.๙๕ / ๘๖.๐๘ สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ๘๐ / ๘๐ โดยคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการใช้แบบฝึก คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๙๕ และคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๐๘

    ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

    ๓. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

    ๔. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ เฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อแยกพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยที่ด้านผลผลิตมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ด้านกระบวนการ และด้านปัจจัยนำเข้า ตามลำดับ











    โดย - ครูจิราภรณ์ - วันที่ 6 มิถุนายน 2552 เวลา 13:41

     

    ชื่อเรื่อง                  รายงานผลการพัฒนา และการใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน

    กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)

    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

    ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางแสงสุข    พุฒธะพันธ์

    หน่วยงาน            โรงเรียนบ้านถนนชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 3

    บทคัดย่อ

     

    การจัดทำครั้งนี้มี  เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี   รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  ปีที่ 1  ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนการสอน เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน                ที่มีต่อการสอน  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอนที่ผู้จัดทำสร้างขึ้น  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านถนนชัย ปีการศึกษา 2551 จำนวน 27 คน   เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองเป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี(งานเกษตร) แบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการเรียนการสอน ทั้ง 9 ตอน ๆละ 5 ข้อ  เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิด 3 ตัวเลือก แบบทดสอบก่อนเรียน  หลังเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี               รายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิด 3 ตัวเลือก สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย   (x ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

    ผลการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาพีและเทคโนโลยี (งานเกษตร) พบว่า

    1. เอกสารประกอบการเรียนการสอนผู้จัดทำมีประสิทธิภาพ  88.82/87.03

    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นร้อยละ 80 ทุกเรื่อง

    3. ผลจากการประเมินความคิดเห็นของนักเรียนต่อเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    ทั้ง 9 ตอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

    4. ผลจากการประเมินความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่อเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    ทั้ง 9 ตอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.69 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

    โดย - นางแสงสุข พุ - วันที่ 19 สิงหาคม 2552 เวลา 12:44

    อยากให้อ. ช่วยส่งรายงานวิจัย 5 บทเพราะน้องโหลดไม่ได้
    โดย - yayaya71@gmail. - วันที่ 20 ธันวาคม 2554 เวลา 15:15

    ชื่อรายงานเรื่อง                   รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้

    สังคมศึกษาศาสนาและวัฒธรรม  สาระเพิ่มเติม  พระพุทธศาสนา

    ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่ได้รับการสอนด้วย

                                                    ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

    ชื่อผู้รายงาน                         นางศุภลักษณ์  จันทนวงษ์

    กลุ่มสาระการเรียนรู้           สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม

    บทคัดย่อ

                    การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรม

    ทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา

    ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเพิ่มเติม พระพุทธศาสนา  และเพื่อประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบางปะอิน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 จำนวน  42  คน  ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2554  ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  ได้แก่  ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  จำนวน  9  ชุด  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  แบบประเมินชุดการสอนของผู้เชี่ยวชาญและแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า  t

              การศึกษาปรากฏผลดังนี้

    1.  ได้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ  87.00/84.23  และรายชุดการสอนดังนี้

                                    1.1  ชุดการสอนที่ 1 พระรัตนตรัย

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  84.40/82.86 

                                    1.2  ชุดการสอนที่ 2 อริยสัจ 4  : ทุกข์

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  84.76/83.10 

                                    1.3  ชุดการสอนที่ 3 อริยสัจ 4  : สมุทัย

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  85.48/83.33

                                    1.4  ชุดการสอนที่ 4 อริยสัจ 4  : นิโรธ
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  86.30/83.81 

                                    1.5  ชุดการสอนที่ 5 อริยสัจ 4  : มรรค
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  86.91/84.29

                                    1.6  ชุดการสอนที่ 6 อริยสัจ 4  : มรรค (สัปปุริสธรรม 7)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  87.50/84.80 

                                    1.7  ชุดการสอนที่ 4 อริยสัจ 4  : มรรค (บุญกิริยาวัตถุ 10 และ อุบาสกธรรม 7)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  88.21/85.00

                                    1.8  ชุดการสอนที่ 5 อริยสัจ 4  : มรรค (มงคล 38 : ศิลปวิทยา)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  89.15/85.20 

                                    1.9  ชุดการสอนที่ 6 อริยสัจ 4  : มรรค (มงคล 38 : ฟังธรรมตามกาล

           และสนทนาธรรมตามกาล)
           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ90.25/85.70 

                    2.  การสอนโดยการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01 
    โดยหลังการใช้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  36.76  และก่อนการใช้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  23.79

                    3.  การแสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มีความพึงพอใจโดยรวมส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมากสามารถนำมาใช้ใน การเรียน  แล้วส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

    โดย - อ.ศุภลักษณ์ - วันที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 9:41

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
    RadEditor - HTML WYSIWYG Editor. MS Word-like content editing experience thanks to a rich set of formatting tools, dropdowns, dialogs, system modules and built-in spell-check.
    RadEditor's components - toolbar, content area, modes and modules
       
    Toolbar's wrapper  
    Content area wrapper
    RadEditor's bottom area: Design, Html and Preview modes, Statistics module and resize handle.
    It contains RadEditor's Modes/views (HTML, Design and Preview), Statistics and Resizer
    Editor Mode buttonsStatistics moduleEditor resizer
     
     
    RadEditor's Modules - special tools used to provide extra information such as Tag Inspector, Real Time HTML Viewer, Tag Properties and other.
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    "ชนชั้นกลาง" ในอาเซียนต้องการอะไร
    กสทช. เข้าช่วยเหลือกรณีมือถือระเบิดขณะชาร์จแบต เตือนประชาชนหากเกิดเหตุรีบแจ้ง
    10 ข่าวเด่นประจำวัน 5 กุมภาพันธ์ 2559 Thai Hot News
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่5ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    รวมโจร ดวงตก นนท์ ธวัฒิชัย (credit) ......
    ทำหัวแร้งบัดกรีจากไฟแชค sawat bunketkajorn
    "กอบกาญจน์"สั่งการปลัดกระทรวงท่องเที่ยวชี้แจงข้อเท็จจริงเร่งด่วน
    ประชุมหัวหน้าส่วนราชการหรือเทียบ
    นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุม หน.ส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง
    ผลสำรวจระบุ 40%ซื้อสินค้าออนไลน์เพราะจัดส่งสินค้าถึงบ้าน
    วอนช่วยเหลืออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยพิการไร้ที่พึ่ง TNN 24
    คับข่าว ครบประเด็น Thu พฤหัสบดี 4 กุมภาพันธ์ 2559 ตอน 1 HD NewsThai19 และทีวีช่อง9
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่4ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    คลิปแกล้งคน - แสดงพลังจิต oh03wa2
    แม่ชีใหญ่078 ธรรมทานขั้นวิเศษ yutoo1234
    กรณีต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
    กรณีต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
    แร่เฮมาไทต์ (Hematite)พลังแม่เหล็ก(รหัสพิเศษ193)
    เสื้อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ TNN 24
    ชาวนาขุดเจอเงิน2หมื่นล้านบาทในไร่ตัวเอง ESANPLAZA
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่3ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคน - อุบัติเหตุเต็มพายหน้าเลย PIE IN FACE PRANK ! รวมคลิป แกล้งคน
    มวยไทย vs มวยพม่า โดนก้านคอสลบ KHONTHAI Channel
    m-commerce มาแรง แซงทุกโค้ง
    Dcleanfood.com : รู้จักผักชีให้ดียิ่งขึ้น ก่อนนำมารับประทาน !!!
    เพื่อนทุก(ข์)บ้าน | ช่วยเหลือ3พี่น้องแม่รับจ้างตัดหญ้ายากจน-ขาดเรียนบ่อย | ทีวีช่อง8
    10 ข่าวเด่นประจำวัน 2 กุมภาพันธ์ 2559 Thai Hot News
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่ 2ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคนสุดฮา ตอน ไดโนเสาร์ แกล้งคน สุดฮา
    มวยไทย vs มวยจีน ก้านคอทีเดียวหลับ Muay Thai
    เชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย :
    Concert "For Friend"ด้วยความรัก...จากใจ...เพื่อนช่วยเพื่อน
    Dcleanfood.com : ประโยชน์ 5 ประการที่ได้จากการรับประทานผักชี
    ช่วยเหลือเด็กวัย 14 ปีกระดูกหลังงอผิดรูป | 01-02-59 | รถปลดทุกข์ | ThairathTV
    ทุบโต๊ะข่าว : วิษณุปัดให้ความเห็นร่าง รธน.- บิ๊กป๊อกซัด 2 พรรคใหญ่ อย่ากระแนะกระแหน
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่1ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคน - เป็นการแกล้งที่กวนตีนที่สุด PIEING PRANK! รวมคลิป แกล้งคน
    ทำหัวแร้งบัดกรีจากไฟแชค sawat bunketkajorn
    แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน : กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภช
    ททท. จับมือพาต้า จัดงาน “PATA Adventure Travel and Responsible Tourism
    เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของชาวอินสตาแกรม
    Dcleanfood.com : รู้จักกับผักชี ผักที่ไม่ได้มีดีแค่ไว้ใช้โรยหน้า
    นาทีชิวิต!! การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวจีนจมน้ำ ที่เกาะสิมิลัน CLIPPPP
    ชูวิทย์ นอนคุกคืนแรก ปรับตัวได้แล้ว เตรียมจำแนกไปอยู่แดนอื่น
    แกล้งคนสุดฮา ตอน แม่มดน้อย แกล้งคน สุดฮา แกล้งคน สุดฮา
    อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่31ม.ค.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    วิธีการทำแอร์แบบประหยัด veeraprong sana (credit) ......
    วิธีเพิ่มสัญญาณWiFiด้วยกระป๋อง Chutinan Rungreangsupanon Chutinan
    ดีโพลมา30159)งานเลี้ยงปีใหม่ของไปรษณีย์พลับพลาไชย (6ตอน)
    มอง "ชนชั้นกลาง" ในอาเซียนด้วยมุมมองใหม่

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2507ms