เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2550 คน
วิจัยชุดการสอน
วิจัยชุดการสอน
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ประวัติผู้วิจัย (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นักเรียนทำกิจกรรมจากชุดการสอน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รายงาน 5 บท (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เผยแพร่งานวิจัย (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ธันวาคม 2557>
     
    4824252627282930
    491234567
    50891011121314
    5115161718192021
    5222232425262728
    532930311234
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 22047
    • เฉพาะวันนี้ 2
    • ความคิดเห็น 35
    • จำนวนเรื่อง 4
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    เผยแพร่งานวิจัย
    Last Updated On: 1 ตุลาคม 2551 - 8:07:00

     

    หัวข้อวิจัย การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ
                   ต่อการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้
    วิทยาศาสตร์ เรื่อง
                   สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
                   ปีที่ 1
    ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับ
                   แบบปกติ

    ชื่อผู้วิจัย นายเสน่ห์ กองศาสนา

    ตำแหน่ง ครู

    ปีการศึกษา 2550

    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ที่มีประสิทธิภาพ 80 / 80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบปกติ และ 3) เปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนกับกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบปกติ รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) จำนวน 41 คน แล้วสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (simple random sampling) เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 20 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยหรือใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามคู่มือครู จำนวน 5 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (achievement test) เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยเลือกตอบแบบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดย 1) ชุดการสอนหาประสิทธิภาพของกระบวนการ / ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1 / E2 ) โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ 2) วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนการใช้ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ทั้งสองกลุ่มโดยใช้ค่าสถิติ t - test (independent samples) และ 3) วิเคราะห์เจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยใช้ค่าสถิติ t - test (independent samples)

    ผลการวิจัยพบว่า

    1. ชุดการสอน เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80

    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

    3. เจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการเรียนการสอนด้วยชุดการสอนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

     

     



    อ่านทั้งหมด: 15983, ความเห็นทั้งหมด: 9
     เป็นเว็บเพื่อการศึกษา จุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่ได้จากการศึกษาชุดการสอน ในการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ หากท่านใดประสงค์จะให้ความเห็นขอความกรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพด้วยนะครับ ขอบคุณมาก
    โดย - research - วันที่ 22 มิถุนายน 2551 เวลา 16:21

    อยากได้รายละเอียดทั้งชุดเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา
    โดย - thip2504 - วันที่ 3 กันยายน 2551 เวลา 18:30

     OK ครับขอเวลาอีกระยะหนึ่ง
    โดย - research - วันที่ 12 กันยายน 2551 เวลา 20:44

     เรียนคุณเสน่ห์ ถ้าหากมีข้อสงสัยในเรื่องของการทำวิจัยเกี่ยวกับชุดการสอน ขอความกรุณาข้อคำปรึกษาด้วยนะคะ
    โดย - earng - วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 11:04

     ยินดีครับ ksaneh@hotmail.com
    โดย - research - วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 17:41

     

    ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

    โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

    ชื่อผู้วิจัย นางจิราภรณ์ สังข์งาม

    ปีที่ทำ ๒๕๕๑

    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๕ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพกับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ ๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ และเพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยมีประชากรคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมายที่ ๑ สำหรับทดลองใช้ แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จำนวน ๒๐ คน และกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมายที่ ๒ สำหรับใช้แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จำนวน ๔๐ คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling ) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐ โดยใช้ค่าร้อยละ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ กับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ ๘๐ โดยใช้การทดสอบค่าทีแบบ One sample (t-test ; One sample) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยใช้การทดสอบ ค่าทีแบบ Dependent (t-test ; Dependent sample หรือ t-pair) และหาค่าระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วแปลผลเป็นระดับความพึงพอใจแบบความเรียง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

    ๑. แบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีประสิทธิภาพ ๘๕.๙๕ / ๘๖.๐๘ สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ๘๐ / ๘๐ โดยคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการใช้แบบฝึก คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๙๕ และคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๐๘

    ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

    ๓. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึก เรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

    ๔. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง การแต่งร่ายสุภาพ เฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อแยกพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยที่ด้านผลผลิตมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ด้านกระบวนการ และด้านปัจจัยนำเข้า ตามลำดับ











    โดย - ครูจิราภรณ์ - วันที่ 6 มิถุนายน 2552 เวลา 13:41

     

    ชื่อเรื่อง                  รายงานผลการพัฒนา และการใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน

    กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)

    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

    ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางแสงสุข    พุฒธะพันธ์

    หน่วยงาน            โรงเรียนบ้านถนนชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 3

    บทคัดย่อ

     

    การจัดทำครั้งนี้มี  เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี   รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  ปีที่ 1  ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนการสอน เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน                ที่มีต่อการสอน  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอนที่ผู้จัดทำสร้างขึ้น  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านถนนชัย ปีการศึกษา 2551 จำนวน 27 คน   เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองเป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี(งานเกษตร) แบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการเรียนการสอน ทั้ง 9 ตอน ๆละ 5 ข้อ  เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิด 3 ตัวเลือก แบบทดสอบก่อนเรียน  หลังเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี               รายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิด 3 ตัวเลือก สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย   (x ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

    ผลการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาพีและเทคโนโลยี (งานเกษตร) พบว่า

    1. เอกสารประกอบการเรียนการสอนผู้จัดทำมีประสิทธิภาพ  88.82/87.03

    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นร้อยละ 80 ทุกเรื่อง

    3. ผลจากการประเมินความคิดเห็นของนักเรียนต่อเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    ทั้ง 9 ตอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

    4. ผลจากการประเมินความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่อเอกสารประกอบการเรียนการสอน

    ทั้ง 9 ตอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.69 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

    โดย - นางแสงสุข พุ - วันที่ 19 สิงหาคม 2552 เวลา 12:44

    อยากให้อ. ช่วยส่งรายงานวิจัย 5 บทเพราะน้องโหลดไม่ได้
    โดย - yayaya71@gmail. - วันที่ 20 ธันวาคม 2554 เวลา 15:15

    ชื่อรายงานเรื่อง                   รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้

    สังคมศึกษาศาสนาและวัฒธรรม  สาระเพิ่มเติม  พระพุทธศาสนา

    ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่ได้รับการสอนด้วย

                                                    ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

    ชื่อผู้รายงาน                         นางศุภลักษณ์  จันทนวงษ์

    กลุ่มสาระการเรียนรู้           สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม

    บทคัดย่อ

                    การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรม

    ทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา

    ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเพิ่มเติม พระพุทธศาสนา  และเพื่อประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบางปะอิน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 จำนวน  42  คน  ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2554  ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  ได้แก่  ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  จำนวน  9  ชุด  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  แบบประเมินชุดการสอนของผู้เชี่ยวชาญและแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่า  t

              การศึกษาปรากฏผลดังนี้

    1.  ได้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ  87.00/84.23  และรายชุดการสอนดังนี้

                                    1.1  ชุดการสอนที่ 1 พระรัตนตรัย

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  84.40/82.86 

                                    1.2  ชุดการสอนที่ 2 อริยสัจ 4  : ทุกข์

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  84.76/83.10 

                                    1.3  ชุดการสอนที่ 3 อริยสัจ 4  : สมุทัย

                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  85.48/83.33

                                    1.4  ชุดการสอนที่ 4 อริยสัจ 4  : นิโรธ
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  86.30/83.81 

                                    1.5  ชุดการสอนที่ 5 อริยสัจ 4  : มรรค
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  86.91/84.29

                                    1.6  ชุดการสอนที่ 6 อริยสัจ 4  : มรรค (สัปปุริสธรรม 7)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  87.50/84.80 

                                    1.7  ชุดการสอนที่ 4 อริยสัจ 4  : มรรค (บุญกิริยาวัตถุ 10 และ อุบาสกธรรม 7)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  88.21/85.00

                                    1.8  ชุดการสอนที่ 5 อริยสัจ 4  : มรรค (มงคล 38 : ศิลปวิทยา)
                                           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ  89.15/85.20 

                                    1.9  ชุดการสอนที่ 6 อริยสัจ 4  : มรรค (มงคล 38 : ฟังธรรมตามกาล

           และสนทนาธรรมตามกาล)
           มีประสิทธิภาพ  เท่ากับ90.25/85.70 

                    2.  การสอนโดยการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01 
    โดยหลังการใช้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  36.76  และก่อนการใช้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  23.79

                    3.  การแสดงความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มีความพึงพอใจโดยรวมส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมากสามารถนำมาใช้ใน การเรียน  แล้วส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

    โดย - อ.ศุภลักษณ์ - วันที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 9:41

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    ข่าวข้นสุดสัปดาห์ 21 ธันวาคม 2557
    เวทีข่าวสุดสัปดาห์ Sun อาทิตย์ 21 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา211257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่
    แฟนคลั่ง!! “ช้างศึก” ถึงบ้าน ขึ้นรถบัสแห่ (ดีโพลมา211257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด
    สื่อตั้งฉายา ผบ.ตร.ขายฝัน-ยุคสมัยของผมใหญ่แค่ไหนก็จับ (ดีโพลมา211257ร่วมกับสื่อสยามข่าวม
    หนังฟรั่งมันๆแนวแอ๊คชั่น(ดีโพลมา211257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    ชมเชยข้าราชการดีๆ(ดีโพลมา2208)
    ชมเชยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานช่วยเหลือทางการเงิน(ดีโพลมา2192)
    ชมเชย คุณ ศุภดา รัตนทวีโสภณ(เจ้าหน้าที่คปภ.) (ดีโพลมา2218)
    ชมเชยบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) (ดีโพลมา141257.ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ทุบโต๊ะข่าว 1 20 12 2557
    ดูบอลย้อนหลัง มาเลเซีย 3-2 ไทย ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิง นัดสอง (ดีโพลมา201257ร่วมกับสื่อสยา
    “ป๋าเปรม” ปลุกสำนึกยืดอกต้านคนโกง(ดีโพลมา201257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    เดินหน้าผ่าตำรวจ (ดีโพลมา201257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    ฉากตลก-โก๊ะตี๋ปลุกพระสู้กับเปิบ(ดีโพลมา201257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    การสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสร้าง Engagement
    มงคลที่ ๓
    จับประเด็นข่าวร้อน Fri ศุกร์ 19 ธันวาคม 2557
    10 ข่าวเด็ดแมเนเจอร์ 19ธ.ค.57(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    คลุกวงข่าว Fri ศุกร์ 19 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่19ธ.ค.2557(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ฉากตลก-พิธีบวงสรวงเปิดกล้องถ่ายหนัง (ดีโพลมา191257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    เนื้อเพลง เพลงไม่รักอย่าแล
    เนื้อเพลง เพลงเธอไม่ผ่าน
    Music on heart
    ภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้า- อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-ไร่บีเอ็น พระตำหนักเขาค้อ - พระธาต
    ทัวร์ ตะรุเตา-เกาะไข่-อาดัง-ราวี-หลีเป๊ะ- หินงาม-จาบัง
    บอก9เล่าสิบ 18 ธันวาคม 2557
    HI-LIGHT NEWS 18 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    รวบไอ้หนุ่มโรคจิต แอบถ่ายคลิปใต้ประโปรงสาว (ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงา
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่18ธ.ค.2557 (ดีโพลมา181257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังเรื่องไอ้หนุ่มพลังม้าไวอาก้าเรียกพี่ (ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    วิธีกำจัดแมลงสาบตายยกรัง
    เสียงประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
    คลุกวงข่าว Wed พุธ 17 ธันวาคมน 2557(ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    “บิ๊กป้อม” ยันประสาน ตปท.จับพวกผิด ม.112(ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่17ธ.ค.2557 (ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนัง ฉากขำๆ (ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กระต่ายน่าเลี้ยง
    ไดร์อาร์รี่ชีวิตประจำวัน
    แมวน่าเลีี้ยง
    ผามออีแดง
    ใบงานที่ 2.1
    มันใหญ่มาก
    Bigbike Thailand
    เพลงใหม่
    กาลาปากอส
    เพลงสากล
    สัตว์เลี้ยงที่น่ารัก
    อุทยานหลวงราชพฤษ์
    ไดอารี่ของ roongthiwa

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2ms