เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1519 คน
anuwat prawong
apple
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ผู้ประดิษอักษรไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผู้ประดิษกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เฉลยข้อสอบo-netทุกวิชา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6พลศึกษา-การงานอาชีพ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6ภาษาอังกฤษ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6สังคม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6วิชาวิทยาศาตร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อสอบo-netม.6 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โทษของสุรา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โทษของยาเสพติด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประโยชน์ของนม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประโยชน์ของผัก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติพระพุทธจาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติตะกร้อ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การทำงานของคอม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สามก๊ก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เทคนิกการทำหวาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การประดิษฐ์ของเหลือใช้ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวันลอยกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวันวิทยาศาสตร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ธันวาคม 2553>
     
    49293012345
    506789101112
    5113141516171819
    5220212223242526
    53272829303112
    23456789
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 18041
    • เฉพาะวันนี้ 7
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 32
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    2/12/2553 13:34:00

     http://siweb.dss.go.th/Scientist/

    2/12/2553 13:26:00

     
    FC Barcelona
    logo
    ชื่อเต็ม Futbol Club Barcelona
    ฉายา Barça (เจ้าบุญทุ่ม)
    Barcelonistes
    Blaugranes
    Culers หรือ Culés
    ก่อตั้ง 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1899
    สนามกีฬา กัมนอว
    บาร์เซโลนา
    (ความจุ: 98,772)
    ประธาน Flag of สเปน ซานโดร โรเซลย์
    Head Coach Flag of สเปน ชูเซป กวาร์ดีออลา
    ลีก ลาลีกา
    2009-10 ลาลีกา แชมป์
    สีชุดทีมเหย้า
    สีชุดทีมเยือน
    สีชุดที่สาม

    สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา (คาตาลัน: Futbol Club Barcelona หรือ FC Barcelona) หรือรู้จักในชื่อ บาร์ซา (Barça) เป็นสโมสรกีฬาจากเมืองบาร์เซโลนา แคว้นปกครองตนเองคาเทโลเนีย ประเทศสเปน ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) โดยนักฟุตบอลชาวสวิส ชาวอังกฤษ และชาวคาตาลัน

    ในสโมสรประกอบด้วยกีฬาอาชีพ 4 ทีมคือ ทีมฟุตบอล ทีมบาสเกตบอล (Winterthur FCB) ทีมแฮนด์บอล (FC Barcelona-Cifec) และทีมฮอกกีสเกต (FC Barcelona Sorli Discau) และทีมกีฬาสมัครเล่นอีกหลายทีม รวมถึงฟุตซอล รักบี้ เบสบอล ฮอกกีน้ำแข็ง จักรยาน วอลเลย์บอล และกีฬาอื่น

    บาร์ซาเป็นทีมที่ไม่มีสปอนเซอร์บนเสื้อมาตลอดจนกระทั่งฤดูกาล 2005 ได้มีสัญลักษณ์ TV3 บนแขนเสื้อด้านซ้าย และต่อมาในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ได้มีการประกาศว่าจะมีสัญลักษณ์ของยูนิเซฟ (UNICEF) บนเสื้อโดยเงื่อนไขว่าบาร์ซาได้บริจาคเงิน 1.9 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับทางยูนิเซฟแทนค่าสปอนเซอร์

    เนื้อหา

    [ซ่อน]
    • 1 ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
    • 2 ผลงาน
    • 3 ผลงาน
    • 4 แหล่งข้อมูลอื่น

    [แก้] ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

    Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

    หมายเลข ตำแหน่ง ผู้เล่น
    1 Flag of สเปน GK บิกตอร์ บัลเดส
    2 Flag of บราซิล DF ดาเนียล อัลเวส
    3 Flag of สเปน DF เคราร์ด ปีเก
    4 Flag of เม็กซิโก DF ราฟาเอล เมอเคส
    5 Flag of สเปน DF การ์เลส ปูโยล (กัปตันทีม)
    6 Flag of สเปน MF ชาบี เอร์นันเดซ
    7 Flag of สเปน FW ดาบิด บียา
    8 Flag of สเปน MF อันเดรส อิเนสตา
    9 Flag of สเปน FW โบยาน เกร์กิช
    10 Flag of อาร์เจนตินา FW ลิโอเนล เมสซี
    11 Flag of สเปน FW เจฟเฟรน ซัวเรซ
    13 Flag of สเปน GK โคเซ มานูเอล ปินโต
    14 Flag of อาร์เจนตินา MF ฮาเบียร์ มาสเคราโน
    15 Flag of มาลี MF เซย์ดู เกอิต้า
    16 Flag of สเปน MF เซคิโอ บุสเกตส์
    17 Flag of สเปน FW เปโดร โรดริเกซ
    18 Flag of อาร์เจนตินา DF กาเบรียล มิลิโต้
    19 Flag of บราซิล DF แมกซ์เวลล์
    21 Flag of บราซิล DF อาเดรียโน่ คอร์เรอา
    22 Flag of ฝรั่งเศส DF เอริค อบิดัล
    27 Flag of สเปน FW มานูเอล อกูโด้ ดูรัน

    [แก้] ผลงาน

    ในปี 1929 ประวัติการ บาร์เซโลนาเจอกับเรอัลมาดริด ผลการแข่งขันทีมบาร์เซโลนาเอาชนะไป 8 ประตูต่อ 2 เป็นผลงาน ดีเยี่ยม

    [แก้] ผลงาน

    ประตูสูงสุดที่ได้ทำไว้ 14 ประตู

    • ลาลีกา: 19
      • 1929, 1945, 1948, 1949, 1952, 1953, 1959, 1960, 1974, 1985, 1991, 1992, 1993, 1994, 1998, 1999, 2005, 2006, 2009
    • โกปาเดลเรย์: 26
      • 1910, 1912, 1913, 1920, 1922, 1925, 1926, 1928, 1942, 1951, 1952, 1953, 1957, 1959, 1963, 1968, 1971, 1978, 1981, 1983, 1988, 1990, 1997, 1998, 2009, 2010
    • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 3
      • 1992, 2006, 2009
    • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ: 4
      • 1979, 1982, 1989, 1997
    • ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ: 2
      • 1992, 1997
    • ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ: 1
      • 2009
    • อินเตอร์ซิตีส์แฟส์คัพ: 3
      • 1958, 1960, 1966
    • อินเตอร์ซิตีส์แฟส์คัพโทรฟีเพลย์ออฟ: 1
      • 1971
    • โกปาลาตีนา: 2
      • 1949, 1952
    • ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา: 11
      • 1945, 1948, 1952, 1953, 1983, 1991, 1992, 1994, 1996, 2005, 2006
    • โกปาเดลาลีกา: 2
      • 1983, 1986

    [แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

    Commons
    • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ


    ดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B2".
    เครื่องมือส่วนตัว
    • ล็อกอิน / สร้างบัญชีผู้ใช้
    เนมสเปซ
    • บทความ
    • อภิปราย
    สิ่งที่แตกต่าง
    ดู
    • เนื้อหา
    • แก้ไข
    • ประวัติ
    การกระทำ
    ป้ายบอกทาง
    • หน้าหลัก
    • เหตุการณ์ปัจจุบัน
    • ถามคำถาม
    • บทความคัดสรร
    • บทความคุณภาพ
    • สุ่มบทความ
    มีส่วนร่วม
    • ศาลาประชาคม
    • ปรับปรุงล่าสุด
    • เรียนรู้การใช้งาน
    • ติดต่อวิกิพีเดีย
    • บริจาคให้วิกิพีเดีย
    • วิธีใช้
    ภาษาอื่น
    • Afrikaans
    • Aragonés
    • العربية
    • Asturianu
    • Azərbaycanca
    • Беларуская (тарашкевіца)
    • Български
    • বাংলা
    • Bosanski
    • Català
    • Česky
    • Cymraeg
    • Dansk
    • Deutsch
    • Zazaki
    • Ελληνικά
    • English
    • Esperanto
    • Español
    • Eesti
    • Euskara
    • Estremeñu
    • فارسی
    • Suomi
    • Français
    • Frysk
    • Gaeilge
    • Galego
    • עברית
    • Hrvatski
    • Magyar
    • Հայերեն
    • Bahasa Indonesia
    • Íslenska
    • Italiano
    • 日本語
    • Basa Jawa
    • ქართული
    • ಕನ್ನಡ
    • 한국어
    • Kurdî
    • Latina
    • Lëtzebuergesch
    • Lietuvių
    • Latviešu
    • Македонски
    • മലയാളം
    • Монгол
    • मराठी
    • Bahasa Melayu
    • Nederlands
    • ‪Norsk (nynorsk)‬
    • ‪Norsk (bokmål)‬
    • Occitan
    • Polski
    • Piemontèis
    • Português
    • Română
    • Русский
    • Srpskohrvatski / Српскохрватски
    • Simple English
    • Slovenčina
    • Slovenščina
    • Shqip
    • Српски / Srpski
    • Svenska
    • Tetun
    • Türkçe
    • Татарча/Tatarça
    • Українська
    • O'zbek
    • Tiếng Việt
    • Yorùbá
    • 中文
    • 粵語


    2/12/2553 13:21:00

     
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
    โวลต์มิเตอร์แบบดิจิทัลสองตัว

    อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการศึกษาและการใช้ระบบที่ดำเนินการ โดยการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน หรืออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าแบบอื่นๆ ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สารกึ่งตัวนำ และหลอดสุญญากาศ การออกแบบและการสร้างวงจรไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาในทางปฏิบัติ ถือเป็นสาขาหนึ่งของฟิสิกส์และด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์ของวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การศึกษาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำแบบใหม่ และเทคโนโลยีดังกล่าว วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

    เนื้อหา

    [ซ่อน]
    • 1 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน
    • 2 ระบบอิเล็กทรอนิกส์
    • 3 การออกแบบและผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยคอมพิวเตอร์
    • 4 เว็บไซต์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์

    [แก้] อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน

    ความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ถูกใช้ในงานต่างๆ อย่างแพร่หลาย ลักษณะการใช้งานหลักๆ อาจแบ่งได้เป็น กลุ่มการควบคุม การประมวลผล และการกระจายข้อมูล และอีกกลุ่มคือการแปลงผันและดูดพลังงานไฟฟ้า ทั้งสองกลุ่มเกี่ยวข้องกับการสร้างและตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า แม้ความรู้เรื่องอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนจะถูกประยุกต์ใช้กับโทรเลขและโทรศัพท์มาก่อนบ้าง แต่จุดเริ่มต้นที่อิเล็กทรอนิกส์ถูกนำไปใช้อย่างจริงจังคือช่วงการเริ่มต้นต่างๆ เพื่อแปลงสัญญาณขาเข้าให้อยู่ในรูปที่ต้องการ

    1. สัญญาณขาเข้า จะถูกส่งไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะแปลงสัญญาณทางเคมีเป็นสัญญาณทางฟิสิกส์ที่ต้องการ เช่น การหมุน การแสดงผล เสียง แสง เป็นต้น

    ตัวอย่างเช่น โทรทัศน์ นั้นสามารถแบ่งได้ว่าสัญญาณจากเสาอากาศถือว่าเป็นสัญญาณขาเข้า วงจรในโทรทัศน์ประมวลผลสัญญาณเหล่านั้นเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่เหมาะสมเช่น ความสว่าง สี และเสียง เป็นต้น สัญญาณไฟฟ้าของภาพที่ประมวลผลแล้วจะถูกส่งเป็นสัญญาณขาออกไปยังจอภาพโทรทัศน์เพื่อแสดงต่อผู้ชม ส่วนสัญญาณไฟฟ้าของเสียงจะถูกส่งมายัของระบบวิทยุ

    [แก้] ระบบอิเล็กทรอนิกส์

    การศึกษาระบบอิเล็กทรอนิกส์มักจะแบ่งระบบออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

    1. สัญญาณขาเข้า ได้รับจากเครื่องรับรู้ (เซนเซอร์) เพื่อแปลงสัญญาณทางฟิสิกส์ (เช่น อุณหภูมิ ความดัน ระยะทาง เป็นต้น)ให้กลายเป็นสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กระแส และ แรงดันไฟฟ้า
    2. ส่วนวงจรประมวลผลสัญญาณ เป็นวงจรที่ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์งลำโพงเพื่อให้ผู้ชมได้ยินเช่นกัน

    [แก้] การออกแบบและผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยคอมพิวเตอร์

    ปัจจุบันวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความสะดวกสบายในการออกแบบวงจรด้วยการช่วงเหลือจากโปรแกรมจำลองการสร้างและทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมกลุ่มนี้เรียกว่า Electronic Design Automation (EDA) ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมวาดผังวงจร โปรแกรมออกแบบแผ่นวงจร โปรแกรมจำลองการทำงานวงจร เป็นต้น

    [แก้] เว็บไซต์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์

    • เครื่องมือสำหรับถอดอุปกรณ์บนแผ่น PCB
    • เว็บไซต์ออกแบบและสร้างเครื่องเสียงด้วยตัวเอง


    2/12/2553 13:10:00

     
     
         
                      เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ทางคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้วางโครงการที่จะขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปทั่วราชอาณาจักร ด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างจังหวัด ภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน โดยใช้ชื่อว่า “การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย” แต่เนื่องจาก ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬาเขตต้องเลื่อนออกไป หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ประเทศไทยก็ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2510 ด้วยเหตุ นี้ คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้ประชุมให้ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 ขึ้น ในวันที่ 1 - 5 พฤศจิกายน 2510 เพื่อที่จะให้นักกีฬาต่างจังหวัดทั่วประเทศได้มีโอกาส รับการคัดเลือกเป็นทีมชาติในการแข่งขันกีฬาแหลมทองแต่มีข้อห้ามมิให้นักกีฬาทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขัน
     
                     การแข่งขันกีฬาเขต มีกำหนดให้จัดขึ้นทุกปี ครั้งแรกแบ่งเขตการแข่งขันออกเป็น 5 เขตโดยดูจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ เขต 1 ภาค เหนือ เขต 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 ภาคกลาง, เขต 4 ภาคนครหลวงและตะวันออก และเขต 5 ภาคใต้ ประเภทกีฬา ประกอบด้วย 5 ประเภทเท่านั้น คือ ฟุตบอล กรีฑา บาสเกตบอล เทนนิส และแบดมินตัน ทีมฟุตบอลของจังหวัดศรีสะเกษ จึงได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเขต รอบคัดเลือกของ เขต 2 คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่หลังจากมีการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 จบลงไป จึงได้เพิ่มประเภทกีฬาเป็น 16 ประเภท เพื่อเตรียมตัวแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่เปลี่ยนชื่อมาจากกีฬาแหลมทองเดิม เนื่องจากได้เพิ่ม ประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ กีฬาที่เพิ่มมี มวยสากล จักรยาน ยูโด รักบี้ ตะกร้อ ข้ามตาข่าย ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก และเรือใบ
     
                    หลังจากจบการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้แบ่งเขตการแข่งขันใหม่ โดยถือการแบ่งเขตของกระทรวงมหาดไทยซึ่งมี 10 เขต และให้จังหวัดภายในแต่ละเขตหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันรอบสุดท้ายตามความเหมาะสม จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้เข้ามาในสังกัดในเขต 3 หรือจังหวัดของภาคอีสานใต้ นับจากนั้นเป็นต้นมา การแข่งขันกีฬาเขตก็ดำเนินเรื่อยมา จนถึงการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 17 ซึ่งจัด ขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ทางคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันใหม่จาก "การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย" เป็น "การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ" และให้นับจำนวนครั้งต่อเนื่องจากเดิมเป็น ครั้งที่ 17 ดังนั้นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จึงเริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลกใช้ชื่อว่า การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 นอกจากนี้ยังอนุญาต ให้นักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขันได้เกือบทุกประเภทกีฬาภายใต้เงื่อนไขจำกัดบางประการ จึงทำให้การแข่งขันน่าดูยิ่งขึ้น ทั้งยังเปิด โอกาสให้นักกีฬาส่วนภูมิภาคได้ประลองฝีมือกับนักกีฬาทีมชาติ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์แก่นักกีฬาหน้าใหม่ด้วย
                  ทีมฟุตบอลของจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเหรียญทอง ในการแข่งขันฟุตบอลของกีฬาแห่งชาติ ที่ ราชบุรีเกมส์ เมื่อปี พ.ศ. 2548
                  ทีมฟุตบอลของจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเหรียญทองแดง ในการแข่งขันฟุตบอลของกีฬาแห่งชาติ ที่ สุพรรณบุรีเกมส์ เมื่อปี พ.ศ. 2549
     
         
           กีฬาฟุตบอลเป็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากมีการจัดการแข่งขันทุกระดับทั่วประเทศ รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันจากต่างประเทศเป็นประจำ รัฐบาลไทยจึงได้เล็งเห็นว่า กีฬาฟุตบอลในประเทศสามารถพัฒนาเป็นกีฬาเพื่ออาชีพได้ จึงได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดทำแผนพัฒนากีฬาฟุตบอลอาชีพนำร่องขึ้น โดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า “ฟุตบอลไทยแลนด์โปรวิลเชียล ลีก” โดยที่รัฐบาลไทยได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540 – 2544) ได้กำหนดแผนพัฒนากีฬาอาชีพเป็นแผนงานหลักที่ 4 ต่อเนื่องกัน และแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2545 – 2549) ในการพัฒนากีฬาแห่งชาติ โดยมีโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 5 ปี การแข่งขันฟุตบอล “ไทยแลนด์โปรวิลเชียล ลีก” ตามนโยบายรัฐบาล ได้จัดการแข่งขันขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 – 2543 โดยจัดการแข่งขันในระบบฟุตบอลลีก (แข่งแบบเหย้า – เยือน) เช่นเดียวกับการแข่งขันฟุตบอล ลีก ในต่างประเทศ โดยนำร่องทั่วประเทศ 12 จังหวัด และทั้ง 12 จังหวัดที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย กับสมาคมฟุตบอลไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีดังนี้  
         
      1. สมาคมกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
    2. สมาคมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี
    3. สมาคมกีฬาจังหวัดปัตตานี
    4. สมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่
    5. สมาคมกีฬาจังหวัดอุดรธานี
    6. สมาคมกีฬาจังหวัดสตูล
    7. สมาคมกีฬาจังหวัดนครปฐม
    8. สมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
    9. สมาคมกีฬาจังหวัดกรุงเทพมหานคร
    10. สมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์
    11. สมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมา
    12. สมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา
     
      ทีมชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)
    ทีมรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท (ห้าแสนบาท)
    ทีมรองชนะเลิศอันดับสอง จะได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท (สามแสนบาท)
     
           สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2542 เพื่อทำการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์โปรวินเชี่ยล ลีค ซึ่งก่อตั้งโดยการกีฬาแห่งประเทศ ไทย ร่วมมือกันสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยจัดเป็นโครงการนำร่อง 5 ปี โดยมี ท่าน ส.ส. บุญชงค์ วีสมหมาย เป็นประธานสโมสร และแค่ปีแรกที่ก่อตั้ง ก็ได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน โปรลีก ทันที  
           หลังจากนั้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ก็เข้าร่วมแข่งขันโปรลีก ทุกครั้ง ในชื่อ ศรีสะเกษ สติลร้อค แต่ก็ไม่สามารถชนะเลิศได้เพิ่มเติม โดยทำได้ดีทีสุด คือ ปี 2546 จบฤดูกาลที่ลำดับที่ 5  
      ผลงาน  
      -การแข่งขันฟุตบอลโปรวิลเชียล ลีก ครั้งที่ 1 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้ตำแหน่งชนะเลิศ
    -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครังที่ 2 ปี พ.ศ. 2543 – 2544 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 5
    -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2544 – 2545 จัดการแข่งขันแบบแบ่งโซน เนื่องจากในปีดังกล่าวมีการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องการเร่งการแข่งขันให้จบเร็วขึ้น สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จบการแข่งขันฤดูการนี้ได้อันดับ 5 ของกลุ่ม A ไม่ผ่านการคัดเลือกไปเล่นรอบสุดท้าย
     
      -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2545 – 2546 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 5
    -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2546 – 2547 กกท. ได้มีมติในที่ประชุมให้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเพียง 10 ทีม สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับที่ 4
    -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2547 – 2548 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 6
    -ฟุตบอลโปรวิลเชียลลีก ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2548 – 2549 กกท. ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันฟุตบอลโปรวิลเชียล ลีก เป็น การแข่งขันฟุตบอลโปรเฟรสน่อล ลีก เพื่อพัฒนาเป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ สโมสรฟุตบอลฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษ จบฤดูกาลแข่งขัน ในอันดับที่ 12
     
            ต่อมาปี 2550 ได้มีการรวมลีกทั้งสอง คือ ไทยแลนด์ พี เมียร์ ลีก และ โปรเฟรสน่อล ลีก ภายไต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ถูกจัดให้เข้าไปแข่งขัน ในลีกดิวิชั่น 1 กลุ่ม B (เป็นลีกฟุตบอล ชั้นที่ 2 ของประเทศไทย) รวมทั้งหมด 12 ทีม คือ  
      -ทีมจุฬา-สินธนา
    -ทีมทหารอากาศ
    -ทีมจังหวัดสมุทรสงคราม
    -ทีมจังหวัดนครสวรรค์
    -ทีมจังหวัดพิษณุโลก
    -ทีมจังหวัดจันทบุรี
    -ทีมจังหวัดศรีสะเกษ
    -ทีมจังหวัดนครราชสีมา
    -ทีมจังหวัดฉะเชิงเทรา
    -ทีมศรีราชา-สันนิบาต
    -ทีมนอร์ทกรุงเทพ –เซ็นทรัล
    -ทีมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
     
           เมื่อจบการแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 ของกลุ่ม B ทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้อันดับ 10 ตกชั้นลงไปเล่นในฟุตบอล ลีก ดิวิชั่น 2 อันเป็นลีกฟุตบอล ชั้นที่ 3 ของประเทศไทย
         ในการแข่งขันฟุตบอลลีกประจำปี 2551 ทีมสโมสรฟุตบอล ศรีสะเกษ ได้ลงแข่งขันใน ฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 มีเพื่อน ร่วมกลุ่ม จำนวน 11 ทีมด้วยกัน คือ
     
       1. ทีมนอร์ทกรุงเทพ-เซ็นทรัล
    2. ทีมโรงเรียนจ่าอากาศ
    3. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
    4. ทีมสมาคมกีฬากรุงเทพมหานคร
    5. ทีมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
    6. ทีมสโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
    7. ทีมกรมสวัสดิการทหารบก
    8. ทีมโรงเรียนพณิชยการราชดำเนินธนบุรี
    9. ทีมกองเรือยุทธการ
    10.ทีมมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
    11.ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดลพบุรี
     
      การแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ในปีนั้นทีมฟุตบอลศรีสะเกษได้อันดับที่ 2 ของกลุ่มได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นในลีกดิวิชั่น1 ในฤดูกาลแข่งขันปี พ.ศ.2552 ทันที และในการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ในปีพ.ศ.2552 ซึ่งในปีนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบหมายให้บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันโดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 16 ทีม ได้แก่  
      1. ทีมสโมสรเพื่อนตำรวจ
    2. ทีมสโมสรทหารบก
    3. ทีมสโมสรทหารอากาศ
    4. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา
    5. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษธานี
    6. ทีมสโมสรมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
    7. ทีมสโมสรไทย- ฮอนด้า
    8. ทีมสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
    9. ทีมสโมสรการบินไทย- บ้านบึ่ง
    10. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
    11. ทีมสโมสรจันทบุรี
    12. ทีมเทศบาลเมืองปราจีน
    13. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น
    14. ทีมสโมสรฟูตบอล ปตท.
    15. ทีมสโมสรฟุตบอลศุลกากร
    16. ทีมสมาคมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี
     
      ซึ่งในการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะคัดเลือกทีมที่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ(ไทยพรีเมียร์ลีก) จำนวน 3 ทีม ซึ่งสโมสรฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างประวัติหน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยการคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันลีกดิวิชั่น1 ได้สิทธิ์ขึ้นเล่นในลีกสูงสุดของประเทศทันทีโดยมีคณะผู้บริหารทีมชุดปัจจุบัน ดังมีรายนามต่อไปนี้
    1. สส. ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร
    3. นายสรศาสตร์ ศรีธัญญรัตน์ ผู้จัดการทีม
    2. นายสมบัติ์ เกีรยติสุรนนท์ ผู้จัดการทั่วไป์และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
    โดยมีอาจารย์ชาติกล้า ทรัพย์ทรงพล เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน
     
         
         
         
         
         


     
     

    Thailand Premier League   Football Association Thailand   Futsal Thailand    Thai Football   ThaiLeagueOnline
    Asian Football (AFC)   Siam Football   Siam Sport   Coreballthai   Cheerthai   Thailand SuSu    96 SportsRadio
    Join:


    2/12/2553 12:02:00

     

     
    ก่อตั้ง :                                                                                             
    ประธาน สโมสร :  
    รองประธานสโมสร :  
    ผู้ จัดการทีม :  
    สนาม :  
    ความ จุ :  
       
    ผล งานรวม  
    ไทยลีก :  
    เอ ฟเอคัพ :  
    ควีนสคัพ :  
    ถ้วย ก :  
    ถ้วย ข :  
    ถ้วย ค :  
    ถ้วย ง :  
     

    กฤษฏา  กระจาดทอง [ GK ] 

    สุพรรณ  หาดคำ [ DF ] 

    ประลอง  สาวันดี [ DF ] 

    อนุวัฒน์  นุชิต [ MF ] 

    เทวา ศรีธรรมานุสาร [ MF ] 

    ทัตพงศ์ หล้าธรรม [ FW ] 

    10 ไพโรจน์ อนันตณรงค์ [ FW ] 

    11 ปรัชญา หงษ์อินทร์ [ DF ] 

    13 ปิยะวัฒน์ ทองแม้น [ FW ] 

    14 ไพรสณฑ์  ฮุนทวีชัย [ DF ] 

    15 ปิยณัฐ  โพธิ์ผา [ DF ] 

    16 จักรพันธ์  พรหมรส [ MF ] 

    17 เอกพันธ์  จันดากรณ์ [ DF ] 

    19 เดวิส สร้างนานอก [ FW ] 

    20 เชาวนัด บุดดี [ MF ] 

    21 พงศ์พิทักษ์  แก้วสมบัติ [ FW ] 

    25 ชาติชาย เที่ยงเจริญ [ GK ] 

    27 อัศวิน บุญมั่น [ MF ] 

    28 โกเศษ เกิดสุข [ DF ] 

    30 ไกรสร ศิลาคำ [ MF ] 

    31 กิตติศักดิ์  ใจหาญ [ FW ] 

    33 วัชรพงษ์  กล้าหาญ [ GK ] 

    36 ศิริศักดิ์  แสงโสมวงศ์ [ DF ] 

    38 วุฒิชัย ทาทอง [ FW ] 

    39 หัตฐพร สุวรรณ [ MF ] 

    Abakar MOUSSA [ MF ] 

    22 VICTOR Amaro [ MF ] 

    23 Njie Ngenevu  DIVINE [ DF ] 

    26 Adama KONE [ FW ] 

    37 Youn Dong  KIM [ MF ] 

    40 Djofang Samen  RUBEN [ GK ] 

     

     


    2/12/2553 11:58:00

     

    2/12/2553 11:53:00

     
    Photo jarinporn

    EZ Contributors
    พี่แนะนำน้อง

    บุคคลสำคัญของโลก
    บอกเล่าความเป็นคุณ
    ประวัติบุคคลสำคัญของโลก

    วันเกิด: 01/01/1986
    อาชีพ:
    โรงเรียน:
    อีเมล์: jarin_porn@hotmail.com
    วันที่สร้าง: 10/11/2007
    จำนวนเรื่อง: 24
    จำนวนผู้ชม: 271288
    จำนวนผู้โหวต: 44
    คะแนนแฟนพันธ์แท้: 118843

    iBlog Photo Clip Webboard
    กาลิเลโอ กาลิเลอี นักวิทยาศาสตร์ ผู้เป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์

              กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) เกิด ณ เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2107 (ค.ศ. 1564) – เสียชีวิต ณ เมืองอาร์เซทิ (Arcetri) ฟลอเรนซ์ ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2185 (ค.ศ. 1642) มีบิดาชื่อ วินเซนซิโอ กาลิเลอิ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักดนตรี และมีมารดาชื่อ จูเลีย กาลิเลอิ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์ และยัง ถูกขนานนามในชื่อต่างๆ เช่น "father of modern astronomy" (บิดาแห่งวิชาดาราศาสตร์สมัยใหม่), "father of modern physics" (บิดาแห่งวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่) หรือ "father of science" (บิดาแห่งวิทยาศาสตร์) เป็นผู้ค้นพบ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น "กฏแห่งการแกว่งของลูกตุ้ม" และ "กฏการตกของวัตถุ"

    ภาพของกาลิเลโอ กาลิเลอี



    2/12/2553 11:51:00

     

    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชกาลที่ 1 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด จุลศักราช 1166 เป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 (ขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงอิศรสุนทร) และเป็นโอรสพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี

    ระหว่างที่ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี ขณะที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ขึ้นครองราชย์ เจ้าฟ้ามงกุฎทรงมีกรณียกิจหลายด้านซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมาในอนาคต ทรงศึกษาภาษามคธ (บาลี) จนสามารถแปลพระปริยัติธรรมได้อย่างแม่นยำ ทรงปฏิรูปพระพุทธศาสนาด้วยการตั้งคณะสงฆ์นิกายใหม่ คือ ธรรมยุติกนิกาย การเสด็จออกธุดงค์ซึ่งทำให้ทรงพบหลักศิลาจารึก

    ทรงใช้เวลาศึกษาภาษาละตินและภาษาอังกฤษ รวมทั้งศาสตร์แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ การเมือง วรรณคดี ปรัชญา ไปจนถึง เรขาคณิต ตรีโกณมิติ วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะดาราศาสตร์ที่ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ หลักฐานอย่างหนึ่งที่ทรงนำความรู้เรื่องดาราศาสตร์มาใช้กับการกำหนดวันสำคัญทางศาสนาซึ่งมีขึ้นตามปฏิทินจันทรคติ คือ พระราชาธิบายเรื่องอธิกมาส อธิกวาร และปักขคณนาวิธี ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการคำนวณปฏิทินจันทรคติแบบใหม่ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นด้วยพระองค์เอง มีความแม่นยำถูกต้องตรงกับดวงจันทร์บนท้องฟ้ายิ่งกว่าปฏิทินที่ใช้อยู่เดิม

    ความสนพระทัยในดาราศาสตร์มองเห็นได้จากการสั่งซื้อตำราดาราศาสตร์ กล้องโทรทรรศน์ และแผนที่ดาว จากต่างประเทศ เครื่องราชบรรณาการส่วนมากเป็นหนังสือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องชั่ง ลูกโลก เทอร์มอมิเตอร์ เครื่องวัดความดันอากาศ สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ ซึ่ง เซอร์ จอห์น เบาริง ราชทูตแห่งสหราชอาณาจักร ได้บันทึกว่า "กล้องที่นำมาถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้ว"

    เซอร์ จอห์น เบาริง ยังเขียนเล่าไว้ว่า ห้องส่วนพระองค์เป็นห้องที่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับห้องนักปราชญ์ราชบัณฑิตที่มั่งคั่งในทวีปยุโรปสมัยนั้น หมอเหา (เฮาส์) ได้บันทึกรายละเอียดไว้จากที่เขาได้เข้าเฝ้าที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ว่า "ข้าพเจ้าได้เหลียวมองไปรอบๆ ห้อง และเห็นพระคัมภีร์ไบเบิลของสมาคม เอ. บี. และพจนานุกรมเวบสเตอร์ตั้งเคียงบนชั้นบนโต๊ะเขียนหนังสือ นอกจากนั้นยังมีตารางดาราศาสตร์และการเดินเรือวางอยู่ด้วย ส่วนข้างบนอีกโต๊ะหนึ่งมีแผนผังอุปราคาที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไป มีรายการคำนวณเขียนไว้ด้วยดินสอ นอกจากนั้นยังมีแบบลอกแผนที่ของนายชานเดลอร์วางอยู่ด้วย"

    ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2394 นั้นเป็นยุครุ่งเรืองของลัทธิจักรวรรดินิยม ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสแผ่อิทธิพลครอบคลุมประเทศต่างๆ ในแถบนี้ แต่สายพระเนตรที่กว้างไกลและพระปรีชาสามารถด้านภาษาและการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้สยามเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รอดพ้นจากการการเข้ายึดครอง

    ดาวหาง

    ตลอดพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีดาวหางหลายดวงมาปรากฏเหนือท้องฟ้า ที่สว่างมากมีอยู่ 3 ดวง ดวงแรกชื่อดาวหางฟลูเกอร์กูส มาให้เห็นขณะมีพระชนมายุ 8 พรรษา ดาวหางดวงที่ 2 ชื่อ ดาวหางโดนาติ ค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียนในปี พ.ศ. 2401 มีขนาดใหญ่สวยงาม ขณะนั้นคนไทยและชาวตะวันออกยังมีความเชื่อเรื่องโชคลางและภัยพิบัติจากสิ่งแปลกประหลาดในท้องฟ้า โดยเฉพาะดาวหางที่เป็นเหมือนสัญญาณบอกเหตุร้าย

    ทรงมีพระราชนิพนธ์ประกาศเตือนไม่ให้เกิดการแตกตื่น ชื่อว่า "ประกาศดาวหางขึ้นอย่าให้วิตก" ตอนหนึ่งว่า "ดาวดวงนี้ชาวยุโรปได้เห็นมาแล้วหลายเดือน ดาวอย่างนี้มีคติแลทางที่ดำเนินยาวไปในท้องฟ้าไม่เหมือนดาวพระเคราะห์อื่น ดาวพระเคราะห์ทั้งปวงเป็นของสัญจรไปนานหลายปีแล้วก็กลับมาได้เห็นในประเทศข้างนี้อีก เพราะเหตุนี้อย่าให้ราษฎรทั้งปวงตื่นกันแลคิดวิตกเล่าลือไปต่างๆ ด้วยว่ามิใช่จะได้เห็นในพระนครนี้แลเมืองที่ใกล้เคียงเท่านั้นหามิได้ ย่อมได้เห็นทุกบ้านทุกเมือง ทั่วพิภพอย่างได้เห็นนี้แล"

    ดาวหางดวงที่ 3 ชื่อดาวหางเทบบุท มาเยือนโลกในปี พ.ศ. 2404 และมีความสว่างมากกว่าดาวหางโดนาติเสียอีก ทรงพระราชนิพนธ์ "ประกาศดาวหางปีระกาตรีศก" พร้อมทั้งปัดเป่าความงมงายที่มีอยู่ในสังคม ตอนหนึ่งว่า "ผู้ใดปฏิบัติตัวไม่ดีไม่มียาที่จะแก้ป้องกันกินทาซึมซาบอยู่กับกาย เป็นผู้ไม่สบายมีโรคภัยเล็กน้อยที่เป็นช่องจะให้พิษเช่นนั้น แล่นเข้าไปในกายให้เกิดเจ็บไข้ได้ความไข้ก็ต้องแก่ผู้นั้นไม่เลือกหน้าว่าใคร ก็ดาวหางมาบนฟ้าโกรธขึ้งหึงษาพยาบาทอาฆาตแค้นอะไรอยู่กับเจ้านาย มาแล้วจะได้มาตรงใส่เอาเจ้านายทีเดียวไม่เห็นจริงด้วย"

    เวลามาตรฐาน

    พระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ การสถาปนาเวลามาตรฐานของประเทศ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการกำหนดให้เส้นลองจิจูดที่ผ่านหอดูดาวกรีนิชในอังกฤษเป็นเส้นเมริเดียนหลักของโลก แต่กลับมีหลักฐานว่าพระจอมเกล้าฯ ได้ทรงใช้การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์สำหรับกำหนดเวลามาตรฐานของประเทศไทย โปรดฯ ให้สร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนย ซึ่งเป็นพระที่นั่งทรงยุโรปสูง 5 ชั้น บนยอดเป็นหอนาฬิกามีนาฬิกาขนาดใหญ่ทั้งสี่ด้าน แต่งตั้งพนักงานที่คอยวัดตำแหน่งดวงอาทิตย์ในเวลากลางวัน และดวงจันทร์ในเวลากลางคืน เพื่อปรับนาฬิกาให้เที่ยงตรงอยู่เสมอ

    สุริยุปราคาเต็มดวง

    เหตุการณ์ที่เป็นที่กล่าวขวัญและเป็นที่มาของวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ คือ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 หลักฐานจากประกาศหลายฉบับแสดงว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาการคำนวณเพื่อพยากรณ์ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุริยุปราคา จันทรุปราคา ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลามาก ไม่ได้คำนวณได้รวดเร็วอย่างในปัจจุบัน

    ทรงประกาศผลการคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ล่วงหน้า 2 ปี และเชิญคณะสำรวจทั้งจากฝรั่งเศส อังกฤษ และสิงคโปร์ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมืองฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังมิดดวงอยู่นานถึง 6 นาที 46 วินาที แต่แล้วการเสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นก็ทำให้พระองค์ทรงประชวรเนื่องจากได้รับเชื้อไข้มาลาเรีย และเสด็จสวรรคตในวันที่ 1 ตุลาคม

    ในปัจจุบันนี้ ประชาคมดาราศาสตร์ในระดับสากลที่ศึกษาด้านสุริยุปราคา ยกย่องพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยการกล่าวถึงสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อปี ค.ศ. 1868 ว่าเป็น "King of Siam's Eclipse"



    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2001ms