เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2389 คน
Wisdom
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • *** สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ** ๑ ราชอาณาจักรไทย..สืบพลังความดี จากบรรพชน (6)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ปัตตานี ดารุสสลาม (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระยาพิชัยดาบหัก........สายสกุล..วิชัยขัทคะ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระเจ้าเมืองสงขลา หรือ สุลต่าน สุไลมาน (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติราชวงศ์จักรี (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุมทรัพย์... จาก สตีฟ จอบส์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สุนัข / ร็อตไวเลอร์ !!! อีกกี่คน ถึงจะมีวันจบ+ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เด็กอ่อน....เสียชีวิต เพราะคนเลี้ยงขาดสติ *+ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คนเสร็จผี โทรศัพท์...ที่ ตู้ ATM (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไฟ...เมื่อคน..เผาบ้านตัวเอง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาพระธาตุ ประจำปีเกิด (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บ้านโดนยกเซฟ....ใครประมาท (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เศรษฐศาสตร์ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • มุสลิม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การศึกษา.. มหาลัยโลกกว้าง (10)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กฏหมาย ..สามัญประจำบ้าน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุนพันธรักษ์ราชเดช (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ยุโรป.... ท่องเที่ยว (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาแผ่นดินแม่ แทนคุณบ้านเกิด (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กันยายน 2557>
     
    3525262728293031
    361234567
    37891011121314
    3815161718192021
    3922232425262728
    40293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 90915
    • เฉพาะวันนี้ 36
    • ความคิดเห็น 377
    • จำนวนเรื่อง 64
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ประวัติศาสตร์ปัตตานี ดารุสสลาม
    8 ตุลาคม 2555 - 15:31:00


    อาณาจักรปัตตานี (อักษรยาวี:كراجأن ڤتاني ,มลายู:Kerajaan Patani) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในปัจจุบัน ไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าอาณาจักรปัตตานีถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้ก่อตั้ง แต่น่าจะมีความสืบเนื่องไปถึงสมัยลังกาสุกะ ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่11 เดิมอาณาจักรปัตตานีนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน แต่ในราวพุทธศตวรรษที่ 21 ได้เริ่มเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม[1] และมีความเจริญรุ่งเรืองมาก โดยบางช่วงอาณาจักรแผ่ขยายครอบคลุมถึงกลันตันและตรังกานู ตอนกลางของมาเลเซีย[2] แต่หลังการสิ้นสุดราชวงศ์ศรีวังสา อาณาจักรปัตตานีก็เริ่มเสื่อมลง จนตกอยู่ในอำนาจของสยามในปี พ.ศ. 2329 และกลายเป็นเมืองขึ้นเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2445[3]ก็ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศ
    ---------------------------------------
    http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5


      ก่อนหน้าที่ศาสนาอิสลามจะเผยแผ่เข้ามายังปัตตานีนั้นพลเมืองและราชสำนักของปัตตานีถือในศาสนาฮินดู-พราหมณ์และศาสนาพุทธนิกายมหายาน  (ตารีคปาตานี  น.4-5)  โดยมีชาวอินเดียเป็นผู้นำเข้ามาเผยแผ่  ต่อมาภายหลังเมื่อศาสนาอิสลามเผยแผ่เข้ามายังปัตตานี  พลเมืองมลายูจึงเข้ารับอิสลาม ทำให้ในดินแดนปัตตานีมีทั้งมลายูมุสลิม  และมลายูพุทธ  ศาสนาอิสลามเป็นที่ยอมรับของชาวมลายู  มาก่อนหน้าการเข้ารับอิสลามของราชสำนักปัตตานีเป็นเวลาหลายร้อยปี  ครั้นถึงราวปีค.ศ.1457  พญาตู  นักปา  อินทิรา  มหาวังสาและเหล่าบรรดาอำมาตย์มนตรี  แม่ทัพนายกอง  รวมถึงพระโอรสและพระธิดาก็เข้ารับอิสลามอย่างเป็นทางการด้วยการเชิญชวนของชัยค์  ซาอี

    ----------------------------------------
    http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=54&id=1087

    อ่านทั้งหมด: 1604, ความเห็นทั้งหมด: 2

    ประวัติจังหวัดปัตตานี

         จากหลักฐานเอกสารโบราณของจีน อาหรับ ชวา มลายู และจารึกของชาวอินเดีย ที่ปรากฎ นามเมืองของรัฐสำคัญแห่งหนึ่งบนแหลมมลายู ซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษา เช่น หลังยาซูว ,หลังยาซีเจีย (ภาษาจีน พุทธศตวรรษที่ 11-12 และ 16-18) ,ลังคาโศกะ ,อิลังกาโศกะ (ภาษาสันสกฤต ภาษาทมิฬ พุทธศตวรรษที่ 9 และพุทธศตวรรษที่ 16) ,เล็งกะสุกะ (ภาษาชวา พุทธศตวรรษที่ 20) ,ลังคะศุกา (ภาษาอาหรับ พุทธศตวรรษที่ 21) ,ลังกะสุกะ ,ลังกาสุกะ (ภาษามลายู พุทธศตวรรษที่ 24) (wheatly 1961 Sklling 1992:131; อมรา ศรีสุชาติ 2540;กรมศิลปากร 2540:10)

           ชื่อที่ปรากฏนี้ นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชื่อเมืองเดียวกัน ที่เคยตั้งอยู่ในรัฐเคดะห์ ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และจังหวัดปัตตานีในประเทศไทย แต่ในสมัยหลังศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้น่าจะอยู่ในจังหวัดปัตตานี เนื่องจากชาวพื้นเมืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ยังกล่าวว่าเมืองปัตตานี พัฒนาขึ้นมาจากเมืองลังกาสุกะสอดคล้องกับตำนานเมืองไทรบุรีที่กล่าวว่า ราชามะโรงมหาวงค์ทรงสร้างลังกาสุกะบนฝั่งตะวันตกที่เคดะห์ และพระราชนัดดาของพระองค์ได้มาสร้างลังกาสุกะที่ปัตตานี ชาวพื้นเมืองปัตตานีเรียกบริเวณแถบนี้ว่าลังกาสุกะมา จนกระทั่งแม่น้ำปัตตานีเปลี่ยนทางเดิน (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี,2539:107)

           ราวพุทธศตวรรษที่ 19 ชุมชนลังกาสุกะเริ่มเสื่อมลงไปเนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และศาสนาวัฒธรรมของชาวเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป นักวิชาการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเชื่อว่า ปัตตานีเป็นที่แวะพักจอดเรือเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างพ่อค้าชาว อินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออก และชนพื้นเมืองบนแผ่นดินและตามหมู่เกาะใกล้เคียงต่าง ๆ นอกจากนั้นยังเชื่อมั่นอีกด้วยว่าปัตตานีเดิมเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ตามที่ปรากฎในเอกสารโบราณที่กล่าวมา (ภัคพดี อยู่คงดี,มปป:2)

           หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงร่องรอยของความเจริญร่งเรืองในอดีตของปัตตานีที่บริเวณอำเภอยะรังเป็นซากร่องรอยของเมืองโบราณขนาดใหญ่ซ้อนทับกันถึง 3 เมือง มีซากเป็นโบราณสถานปรากฏอยู่ไม่น้อยกว่า 40 แห่ง ซากเนินโบราณสถานบางแห่งได้รับการขุดแต่งและอนุรักษ์ไว้ เช่น โบราณสถานบ้านจาเละ 3 แห่ง ซึ่งเป็นซากอาคารศาสนสถานก่ออิฐที่มีการขัดแต่งประดับฐานชั้นล่าง ๆ และยังค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น สถูปจำลองดินเผ่า พระพิมพ์ดินดิบ และดินเผาบางชิ้นมีตัวอักษรซึ่งนักภาษาโบราณอ่านและแปลว่าเป็นอักษรปัลลวะ (อินเดียใต้) ภาษาสันสกฤตเขียนเป็นคาถาเนื่องในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน พระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์และเศษภาชนะดินเผาประเภทต่าง ๆ โบราณวัตถุเหล่านี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 (กรมศิลปากร, 2535)

           สอดคล้องกับจดหมายเหตุจีนที่ได้กล่าวถึงไว้ นอกจากนั้นหลักฐานที่ได้ขุดค้นพบยังแสดงให้เห็นด้วยว่าบริเวณที่เป็นที่ตั้ง อำเภอยะรังในปัจจุบัน เป็นชุมชนที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาพุทธที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียไว้อย่างเต็มที่ มีความสัมพันธ์กับดินแดนใกล้เคียง เช่น บริเวณดินแดนภาคกลางของประเทศไทย และบริเวณคาบสมุทรอินโดจีนด้วย และคงจะเป็นชุมชนที่มีกิจกรรมสืบต่อเรื่อยมาจนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 15 ก่อนที่อาณาจักรศรีวิชัยจะมีอำนาจรุ่งเรืองครอบคลุมคาบสมุทรมลายูในที่สุด (ภัคพดี อยู่คงดี,มปป.:2)

           นักภูมิศาสตร์เชื่อว่า เมืองโบราณขนาดใหญ่ที่บริเวณอำเภอยะรังนั้นหมดความสำคัญลงน่าจะมีเหตุผล ประการหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลช่วงระยะเวลา 1,000 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงไประดับหนึ่งมีผลทำให้ชายฝั่งทะเลถอยห่างออกไปจากเดิม ดังนั้น ที่ตั้งของชุมชนจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นทำเลของการเป็นเมืองท่าค้าขายอีกต่อไป และนำมาซึ่งการย้ายที่ตั้งของเมืองในระยะเวลาต่อมา ซึ่งสัมพันธ์กับตำนานการสร้างเมืองปัตตานีที่กล่าวไว้ในหนังสือหลายเล่ม เช่น Hikayat Patani:Story of Patani ของ A.Teeuw และ D.K.Wyatt:Sajaraj Kerajaan Melaya Patani หรือตำนานเมืองปัตตานีของ lbrahim Syukri เป็นต้น แม้ว่าจะไม่สามารถระบุระยะเวลากำเนิดของเมืองปัตตานีได้อย่างแน่ชัด แต่เมืองปัตตานีก็ได้ปรากฏชื่อและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเป็นลำดับ

           ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 เป็นอย่างน้อย เมืองปัตตานี ได้ชื่อว่าเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ปลายแหลมมาลายู มีฐานะเป็นเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยามาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991-2031) และอยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาเรื่อยมา ในปี พ.ศ.2054 โปรตุเกสสามารถยึดครองมะละกาได้สำเร็จ และพยายามขยายอิทธิพลทางการค้าขึ้นมาทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาลายู ประกอบกับพระราชาธิบดีที่ 2 (พ.ศ.2034-2072) ทรงยินยอมให้โปรตุเกสเข้ามาตั้งสถานีการค้าในเมืองชายฝั่งทะเล เช่น นครศรีธรรมราช มะริด ตะนาวศรี รวมทั้งปัตตานีด้วย ทำให้ปัตตานีกลายเป็นเมืองท่าหลักเมืองหนึ่ง เป็นที่ตั้งของสถานีการค้าของพ่อค้าทั้งชาวตะวันตกและชาวตะวันออก ทั้งชาวอินเดีย จีน และญี่ปุ่น สินค้าที่สำคัญของเมืองปัตตานียุคนั้น ได้แก่ ไม้กฤษณา ไม้ฝาง เครื่องเทศ ของป่า งาช้าง และนอแรด นอกจากนี้ปัตตานียังเป็นจุดรับส่งสินค้าของนานาชาติ เช่น เครื่องถ้วยชาม อาวุธ ดินปืน ดีบุก และผ้าไหม (สถาบันทักษิณคดีศึกษา: 2529)

    โดย - ket - วันที่ 8 ตุลาคม 2555 เวลา 15:37

    ประวัติจังหวัดปัตตานี (ต่อ)

            แม้ว่าปัตตานีเป็นเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาก็ตาม แต่ด้วยเหตุเมืองที่ปัตตานีมีความเจริญมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ทำให้เจ้าเมืองปัตตานีต้องการเป็นอิสละหลายครั้ง ดังเช่น

    ในปี พ.ศ.2092 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา พระยาตานีศรีสุลต่านได้นำกองทัพเรือประกอบด้วยเรือหย่าหยับ 200 ลำ ไปช่วยราชการสงคราม แต่เมื่อเห็นว่ากองทัพกรุงศรีอยุธยาเสียทีพม่า จึงถือโอกาสทำการขบถยกกำลังบุกเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิหนีข้ามฝากไปประทับบนเกาะมหาพราหมณ์ จนเมื่อกองทัพไทยรวบรวมกำลังได้แล้ว จึงยกกองทัพเข้าโอบล้อมตีกองทหารเมืองตานีจนแตกพ่ายไป

    ต่อมาในปี พ.ศ.2146 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีรับสั่งให้ออกญาเดโชยกทัพไปตีเมืองปัตตานี เพื่อยึดเข้าไว้ในพระราชอำนาจ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากปัตตานีได้รับการช่วยเหลือจากพ่อค้าชาวยุโรป ทั้งอาวุธปืนใหญ่และทรัพย์สินเงินทอง

    ในสมัยพระเพทราชา (พ.ศ.2231-2245) เมืองปัตตานีไม่พอใจในการสถาปนาขึ้นใหม่ของกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ประกาศไม่ยอมขึ้นกับกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง ทำให้ปัตตานีเป็นอิสระต่อเนื่องมา

    จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ.2301 ตลอดมาจนสิ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองปัตตานีตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบที่เมืองโบราณ ยะรังแสดงว่าประชาชนโดยทั่วไปก่อนหน้านั้นนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ และเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม หลังจากที่อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง อิทธิพลของศาสนาอิสลามจากราชวงค์มัชปาหิตในชวาได้แผ่อำนาจเข้ามาสู่แหลม มลายูก่อตัวขึ้นเป็นอาณาจักรมะละกา

    ในราวพุทธศตวรรษที่ 19 แผ่อิทธิพลไปสู่เมืองต่าง ๆ ทำให้เจ้าเมืองเปลี่ยนการนับถือศาสนาเดิมมาเป็นศาสนาอิสลามทั้งหมด ก่อให้เกิดความร่วมมือด้านการเมือง และการเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาคนี้อย่างเข้มแข็ง ศาสนาอิสลามได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นควบคู่ไปกับการค้า มีการก่อสร้างมัสยิดขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ มัสยิดที่สำคัญคือ มัสยิดกรือเซะ ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่ประจำเมือง และมัสยิดบ้านดาโต๊ะ บริเวณที่เป็นท่าเรือทางตอนเหนือของอ่าวปัตตานี นอกจากนั้นยังมีมัสยิดและสุเหร่าในเขตชุมชนอิสลามถูกสร้างขึ้นอีกหลายแห่ง

            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325-2352) ทรงโปรดฯ ให้สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ยกทัพหลวงลงมาปราบปรามพม่าที่มาตีหัวเมืองทางแหลมมลายูจนเรียบร้อย และในปี พ.ศ.2328 กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จลงไปประทับที่เมืองสงขลาให้ข้าหลวงเชิญกระแสรับสั่งออกไปยังหัวเมือง ที่เหลือ คือ เมืองปัตตานี เมืองไทรบุรี และเมืองตรังกานู ให้มายอมเป็นเมืองขึ้นเช่นเดิม แต่สุลต่านมูฮัมหมัดพระยาปัตตานีในขณะนั้นขัดขืน กรมพระราชวังบวรฯ จึงมีรับสั่งให้พระยากลาโหมยกกองทัพไทยลงไปตีเมืองปัตตานีได้ในปี พ.ศ.2329 กวาดต้อนครอบครัวและศาสตราวุธมาเป็นอันมาก รวมทั้งปืนใหญ่ 2 กระบอก แต่สามารถนำไปได้เพียงกระบอกเดียว แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดฯ ให้จารึกชื่อเป็น ”พญาตานี” ซึ่งนับว่าเป็นปืนใหญ่กระบอกใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร

           ในปี พ.ศ.2332 ตนกูลามิดดินเจ้าเมืองปัตตานีมีหนังสือไปชวนองค์เชียงสือเจ้าอนัมก๊ก ให้ร่วมกันตีหัวเมืองในพระราชอาณาจักร เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงทราบ จึงโปรดฯ ให้ยกทัพไปตีเมืองปัตตานีอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2351 ดาตะปังกาลันได้ก่อความไม่สงบขึ้น รัชกาลที่ 1 โปรดให้เจ้าพระยาพลเทพ (บุนนาค) ยกทัพหลวงออกไปสมทบกับเมืองสงขลา พัทลุง จะนะ ตีเมืองปัตตานีได้สำเร็จ

            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352-2367) เกิดความไม่สงบบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาอภัยสงครามและพระยาสงขลา (เถี่ยนจ๋อง) ผู้กำกับดูแลหัวเมืองมลายูแบ่งเมืองตานีออกเป็น 7 หัวเมือง และแต่งตั้งให้พระยาเมืองเป็นผู้ปกครอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2359 เป็นต้นมา ได้แก่

    1. เมืองปัตตานี ต่วนสุหลง เป็นเจ้าเมือง
    2. เมืองยะหริ่ง นายพ่าย เป็นเจ้าเมือง
    3. เมืองสาย นิเดะห์ เป็นเจ้าเมือง
    4. เมืองหนองจิก ต่วนนิ เป็นเจ้าเมือง
    5. เมืองระแงะ นิดะห์ เป็นเจ้าเมือง
    6. เมืองรามันห์ ต่วนมันโซร์ เป็นเจ้าเมือง
    7. เมืองยะลา ต่วนยาลอร์ เป็นเจ้าเมือง

    (Ibrahim Syukri, 1985 : 61-62 ; ครองชัย หัตถา, 2451 : 140-142)

            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกวิธีการปกครองบ้านเมืองแบบจตุสดมภ์ (เวียง วัง คลัง นา) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2435 เป็นต้นมา จัดการปกครองเป็นแบบ 12 กระทรวง มีกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงการแผ่นดิน โดยให้จัดการปกครองเป็นระบบเทศาภิบาล ทรงใช้นโยบายประนีประนอมและทรงดำเนินการทีละขั้นตอนโดยไม่ก่อ่ให้เกิดการ กระทบกระเทือนต่อการปกครองของเจ้าเมือง ทั้ง 7 หัวเมือง ในภาคใต้ทรงโปรดฯ ให้จัดแบ่งเป็น 4 มณฑล ได้แก่

    ๑. มณฑลภูเก็ต จัดตั้งในปี พ.ศ. 2437
    ๒. มณฑลชุมพร จัดตั้งในปี พ.ศ. 2439
    ๓. มณฑลนครศรีธรรมราช จัดตั้งในปี พ.ศ. 2439
    ๔. มณฑลไทรบุรี จัดตั้งในปี พ.ศ. 2440

            มณฑลนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยเมือง 10 เมือง โดยรวมเอาบริเวณ 7 หัวเมืองเข้าไว้ด้วยคือ เมืองนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตานี ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก ยะลา ระแงะ และรามันห์ มีผู้ว่าราชการเมืองดูแล อยู่ในการปกครองของข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑล ปี พ.ศ. 2447 ทรงพระกรุณาโปรดให้แยกหัวเมืองทั้ง 7 ออกจากมณฑลนครศรีธรรมราช มาตั้งเป็นมณฑลปัตตานี พร้อมทั้งเปลี่ยนฐานะเมืองเป็นอำเภอ และจังหวัด ได้แก่

    จังหวัดปัตตานี รวมเมืองหนองจิกและเมืองยะหริ่ง
    จังหวัดสายบุรี รวมเมืองระแงะ 
    จังหวัดยะลา รวมเมืองรามันห์

    นอกจากนี้ยังแยกท้องที่อำเภอหนองจิกยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมืองเก่า ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอมะกรูดและอำเภอโคกโพธิ์ตามลำดับ เมืองปัตตานีเดิมเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอปะกาฮะรัง และจัดตั้งอำเภอขึ้นใหม่อีก 2 อำเภอ คือ อำเภอยะรัง และอำเภอปะนาเระขึ้นกับจังหวัดปัตตานี

            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำภายหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลจึงต้องตัดทอนรายจ่ายให้น้อยลงเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของ ประเทศ จึงยุบเลิกมณฑลปัตตานี คงสภาพเป็นจังหวัด ยุบจังหวัดสายบุรีเป็นอำเภอตะลุบัน และแบ่งพื้นที่บางส่วนของสายบุรี คือระแงะ และบาเจาะ ไปขึ้นกับจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 เป็นต้นมา จังหวัดปัตตานีมีการปกครองโดยผู้ว่าราชการจังหวัด พระยารัตนภัคดี (แจ้ง สุวรรณจินดา) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีคนแรก ภายใต้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแห่งราช อาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวในปี พ.ศ. 2499 และ พ.ศ. 2505 และใช้บริหารราชการแผ่นดินมาจนทุกวันนี้



    ----------------------------------------------------------
    http://123.242.179.85/webptn/index.php?option=com_content&view=article&id=66%3A2011-01-20-06-58-42&catid=6&Itemid=7
    โดย - ket - วันที่ 8 ตุลาคม 2555 เวลา 15:39

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    ภาษีมรดก หมายถึง .....
    เทศกาลกินเจ 2557 มี 2 รอบ เริ่มวันที่ 24 กันยายน
    ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ประจำปี 2557
    งานพระสมุทรเจดีย์ 2557 วันที่ 13-24 ต.ค.
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2450)
    ข่าวโยกย้ายตำรวจ(ดีโพลมา2449)
    ทึ่ง คนหรือหุ่นยนต์(ดีโพลมา2448)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2447)
    การบังคับชำระหนี้โดยพลการ(ดีโพลมา2446)
    เงาเสียงเต๋า เจมส์ พุ่มพวง หญิงลี(ดีโพลมา2445)
    วิธีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องปั๊มน้ำที่ถูกต้อง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2444)
    ฎีกาที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2442)
    สี่เลือดบ้า มือใหม่หัดปล้น(ดีโพลมา2441)
    ไอแบงก์ จัดงาน “ร่วมใจไกล่เกลี่ยฯ”(ดีโพลมา2440)
    HAPIfork ส้อมอัจฉริยะช่วยลดน้ำหนัก
    อยากเป็นสาวหุ่นดี ต้องฝึกทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัย
    แสงยามเช้า อัศจรรย์แห่งการลดความอ้วน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2439)
    เปิดรายชื่อที่คาดจะเป็นผบก.(ดีโพลมา2438)
    โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ดีโพลมา2437)
    คลิปตำรวจไทยไม่เฟี้ยวววว ไม่เคยจับกูได้ ล่าสุดโดนจับแล้ว
    เพลงเพราะๆฟังต่อเนื่องหลายๆเพลงอัตโนมัติ(ดีโพลมา2436)
    Car Free Day เปิดถนนคนเดิน ปิดถนนสีลม 20-22 ก.ย.
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี KALMAEGI ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 16 กันยายน 2557
    การส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
    เตรียมตัว!เมื่อส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร
    ฝึกดูหนังให้เก่งภาษาอังกฤษ
    วิงส์ไก่แซ่บ ฉบับ Homemade
    【 ชิสึโอกะงานแฟร์ &การศึกษาแฟร์ 】
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2435)
    พนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ มีความผิดตามมาตรา 157(ดีโพลมา2434)
    หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย(ดีโพลมา2433)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2432)
    (ชมคลิป)ตำรวจนั่งวินจยย.ไล่จับแท็กซี่เมาปลิ้น(ดีโพลมา2431)
    รถไฟเรือเมล์ลิเกกองถ่าย ตอนที่ 30 ตอนจบ(ดีโพลมา2430)
    วิธีการทาแป้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ใบหน้าห่างไกลจากสิว
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2429)
    ข่าวโยกย้ายนายตำรวจ(ดีโพลมา2428)
    ผู้ใหญ่ ยังอาย เทพมากๆ(ดีโพลมา2427)
    โฆษณา Thailand Happiness 2014 สวยมาก น่าเที่ยวสุด ๆ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2426)
    รอง ผบ.ตร.แถลงรวบ"ชายชุดดำ"สังหาร"พล.อ.ร่มเกล้า"(ดีโพลมา2425)
    รวมเพลงจีนฮิตในอดีตที่ติดหูคนไทย(ดีโพลมา2424)
    Caterman เคเทอร์แมน : ขนมไทยและความหมายมงคล
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2423)
    "ศรีวราห์"ผงาดนครบาล (ดีโพลมา2422)
    ร่วมเสวนารีสตาร์ทสุขภาพ!! (ดีโพลมา2421)
    คลิปสุดยอด การวาดภาพ 3 มิติ(ดีโพลมา2420)
    6 สูตรหน้าเด้ง เพื่อทุกสภาพผิว

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.4001ms