เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 6351 คน
กันทร์ทิพย์ ช่วยสุข
คลังเก็บข้อมูลการสืบค้น
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • การทำเค้ก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภาวะโลกร้อน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภาวะโลกร้อน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การแผ่รังสีแกมมา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ตัดต่อเพลงแฟนหาย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติประเทศไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความเชื่อทางไสยศาสตร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติพระแม่นิยม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข่าวอัชญากรรม (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติจังหวัดศรีสะเกษ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หนังเกาหลี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติพระนางเรือล่ม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติกีฑา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติเขาพระวิหาร (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <มีนาคม 2558>
     
    92324252627281
    102345678
    119101112131415
    1216171819202122
    1323242526272829
    14303112345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 15292
    • เฉพาะวันนี้ 4
    • ความคิดเห็น 1
    • จำนวนเรื่อง 15
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ประวัติประเทศไทย
    23 พฤศจิกายน 2553 - 15:45:00

     

    ยุคก่อนประวัติศาสตร์

     

    ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในอดีต พื้นที่ซึ่งเป็นประเทศไทยในปัจจุบันได้มีมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ยุคหินเก่าเป็นต้นมา คือ ราว 20,000 ปีที่แล้ว ภูมิภาคดังกล่าวได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและทางศาสนาจากอินเดีย นับตั้งแต่อาณาจักรฟูนัน ราวศตวรรษที่ 1 ของศักราชกลาง แต่

    สำหรับรัฐของคนไทยแล้ว ตามตำนานโยนกได้บันทึกว่า

    เครื่องปั้นดินเผาซึ่งถูกพบใกล้กับบ้านเชียง สันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 2,000 ปี

    การก่อตั้งอาณาจักรของคนไทยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 1400[29]

    อาณาจักรสุโขทัย

    ดูบทความหลักที่ อาณาจักรสุโขทัย

    ภายหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิขะแมร์ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13[30] ทำให้มีรัฐเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในเวลาไม่นานนัก อาทิ ชาวไท มอญ เขมรและมาเลย์ นักประวัติศาสตร์ไทยเริ่มถือเอาสมัยอาณาจักรสุโขทัย นับตั้งแต่ พ.ศ. 1781 เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งตรงกับสมัยรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา และอาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรสุโขทัยขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่เริ่มอ่อนแอลงภายหลังการสวรรคตของพระองค์ การรับพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์เข้ามา ทำให้อาณาจักรสุโขทัยเริ่มมีการปกครองแบบธรรมราชา

    อาณาจักรอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น

    ดูบทความหลักที่ อาณาจักรอยุธยา, อาณาจักรธนบุรี และ อาณาจักรรัตนโกสินทร์

    พระเจ้าอู่ทองทรงก่อตั้งอาณาจักรอยุธยาเป็นอาณาจักรของชนชาติไทยขึ้น ในปี พ.ศ. 1893 มีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งยึดมาจากหลักของศาสนาพราหมณ์ การเข้าแทรกแซงสุโขทัยอย่างต่อเนื่องทำให้อาณาจักรสุโขทัยตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรอยุธยา ต่อมา ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระร่วงเจ้าสุโขทัย คนสุดท้าย พระยายุทธิษฐิระ เอาใจออกห่างไปเข้ากับอาณาจักรล้านนาในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช พระองค์จึงทรงไปประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกและทำสงครามกับอาณาจักรล้านนาเป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิรูปการปกครองใหม่ ซึ่งบางส่วนได้ใช้มาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    โกษาปานนำพระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์ถวายแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14

    การยึดครองมะละกาของโปรตุเกสในปี พ.ศ. 2054 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทำให้อยุธยาเริ่มการติดต่อกับชาติตะวันตก[31] ในขณะเดียวกัน ราชวงศ์ตองอูของพม่าเริ่มมีอำนาจมากขึ้น จึงนำมาสู่การขยายดินแดนมายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และพระเจ้าบุเรงนอง การสงครามอันยืดเยื้อนับสิบปี ส่งผลให้อยุธยาตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรตองอูใน พ.ศ. 2112[32] สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้เวลา 15 ปีเพื่อสร้างภาวะครอบงำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่ง[33]

    จากนั้น กรุงศรีอยุธยาได้กลายมาเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด[34] ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอยุธยารุ่งเรืองขึ้นอย่างมากในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส, ดัตช์, และอังกฤษ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลซึ่งเพิ่มมากขึ้นของชาวต่างชาติในกรุงศรีอยุธยา ทำให้พระเพทราชาประหารชีวิตคอนสแตนติน ฟอลคอน[35] ความขัดแย้งภายในทำให้การติดต่อกับชาติตะวันตกซบเซาลง[36]

    อาณาจักรอยุธยาเริ่มเสื่อมอำนาจลงราวพุทธศตวรรษที่ 24 การสงครามกับราชวงศ์อลองพญา ส่งผลให้อยุธยาถูกปล้นสะดมและเผาทำลาย เมื่อปี พ.ศ. 2310 ในปีเดียวกัน พระยาตากได้รวบรวมไพร่พลกอบกู้เอกราช และย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของคนไทยเป็นเวลานาน 15 ปี ถือเป็นช่วงเวลาของการทำสงครามและการฟื้นฟูความเจริญของชาติ จนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง

    ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยเผชิญกับการรุกรานจากพม่าครั้งใหญ่ ได้แก่ สงครามเก้าทัพ ผลจากสงครามทำให้พม่าไม่รุกรานไทยอีกเลย นอกจากนี้ ไทยยังมีอำนาจครอบคลุมส่วนใหญ่ของลาวและกัมพูชา แต่ไทยประสบกับการรุกรานในกบฎเจ้าอนุวงศ์ และการรุกรานจากเวียดนามหลายครั้ง

    การเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก

    ดูเพิ่มที่ การเปลี่ยนแปลงดินแดนของสยามและไทย
     

    ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ

    การสูญเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศสและอังกฤษ

    พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เซอร์จอห์น เบาริ่ง ราชทูตอังกฤษ ได้เข้ามาทำสนธิสัญญาเบาว์ริง อันเป็นสนธิสัญญาซึ่งไม่เป็นธรรมฉบับแรกที่ทำกับต่างชาติ ตามด้วยการทำสนธิสัญญาอีกหลายฉบับ ต่อมา การคุกคามของฝรั่งเศสและอังกฤษทำให้สยามเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสและอังกฤษ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากชาติมหาอำนาจ อาณาจักรสยามก็ยีงสามารถธำรงตนเป็นรัฐเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกเลย หากแต่สยามก็ต้องรับอิทธิพลจากประเทศตะวันตกเข้าสู่ประเทศอย่างมาก จนกระทั่งนำไปสู่การปฏิรูปทางสังคมและวัฒนธรรมในเวลาต่อมา และดำรงบทบาทของตนเป็นรัฐกันชนระหว่างประเทศเจ้าอาณานิคมทั้งสอง[37]

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้ประเทศได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ นำมาซึ่งการแก้ไขสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรมทั้งหลายเพื่อให้ชาติมีอธิปไตยอย่างแท้จริง แต่กว่าจะเสร็จก็ล่วงถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล[38]

    การเปลี่ยนแปลงการปกครอง สงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเย็น

    ดูบทความหลักที่ การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 และ สงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย
    พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของไทย

    วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการปฏิวัติ ซึ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำให้คณะราษฎรเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยได้ลงนามเป็นพันธมิตรทางทหารกับญี่ปุ่น และประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร แต่เนื่องจากประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรให้การยอมรับในขบวนการเสรีไทย ประเทศไทยจึงรอดพ้นจากสถานะประเทศผู้แพ้สงคราม

    ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา โดยมีนโยบายในการต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค และส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ต่อมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในประเทศ แต่ในภายหลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยก็กลับอ่อนแอลงจนไม่สามารถปฏิบัติการได้อีก โดยสงครามกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ยุติลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อปี พ.ศ. 2523[39]

    การพัฒนาประชาธิปไตย

    ผู้ร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน ในเหตุการณ์ 14 ตุลา

    หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยยังถือได้ว่าอยู่ในระบอบเผด็จการทหารในทางปฏิบัติอยู่หลายทศวรรษ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนแรกเป็นผลมาจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2516 ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ซึ่งในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยประสบกับความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และได้มีการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหารผ่านรัฐประหารหลายสิบครั้ง อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นได้มีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งสำคัญถึงสองครั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลา และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประชาธิปไตยในประเทศไทยจึงเริ่มมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

    การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองของทักษิณ ชินวัตร เป็นช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ โดยมีการประท้วงเพื่อขับไล่ออกจากตำแหน่งโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากนั้นได้เกิดรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ ทำให้ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนที่การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นการฟื้นฟูประชาธิปไตยอีกสมัยหนึ่ง การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงดำเนินต่อไปในสมัยรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย ต่อมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน จึงเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์

    การเมืองการปกครองและรัฐบาล

    ดูเพิ่มที่ การเมืองไทย, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, กฎหมายไทย และ รัฐบาลไทย
    ห้องประชุมรัฐสภาไทย
    ที่ทำการศาลฎีกา

    เดิมประเทศไทยมีการปกครองแบบระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยาเป็นต้นมา จนกระทั่งมีการปกครองในลักษณะรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางแบบเด็ดขาดตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[40] จนกระทั่งวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้กระทำการปฏิวัติในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยเป็นสามส่วน โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

    ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาควบคู่ไปกับราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในทางนิตินัย ดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งกำหนดรูปแบบองค์กรบริหารอำนาจทั้งสามส่วนดังนี้

    • อำนาจนิติบัญญัติ มีรัฐสภาในระบบสองสภา อันประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มีสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น 630 คน เป็นองค์กรบริหารอำนาจ มีประธานรัฐสภาเป็นประมุขแห่งอำนาจ[41]
    • อำนาจบริหาร มีนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ตามคำกราบบังคมทูลของประธานรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี เป็นองค์กรบริหารอำนาจ นายกรัฐมนตรีเป็นประมุขแห่งอำนาจ[42]
    • อำนาจตุลาการ มีระบบศาล ซึ่งประกอบด้วยศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง เป็นองค์กรบริหารอำนาจ มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประมุขในส่วนของตน

    สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยผู้แทนราษฎรจำนวน 480 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 400 คน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน 80 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี; วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คน มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน (รวมกรุงเทพมหานคร) และมาจากการสรรหาจากกลุ่มอาชีพ 74 คน โดยมีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 7 คน[43] อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี และไม่สามารถเป็นสมาชิกวุฒิสภาติดต่อกันเกิน 1 วาระ[43]; นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ตามสภาผู้แทนราษฎร และไม่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้เกิน 8 ปี[43] นายกรัฐมนตรีมิได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่ได้รับการลงมติเห็นชอบโดยสภาผู้แทนราษฎร; ศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 9 ปี ประกอบด้วยตุลาการ 9 คน[43]

    การแบ่งเขตการปกครอง

    ดูบทความหลักที่ การแบ่งเขตการปกครองของประเทศไทย และ จังหวัดในประเทศไทย
    การแบ่งภูมิภาคของประเทศไทยโดยใช้เกณฑ์อย่างเป็นทางการของราชบัณฑิตยสถาน[44]
         ภาคเหนือ      ภาคอีสาน      ภาคกลาง      ภาคตะวันออก      ภาคตะวันตก      ภาคใต้

    ประเทศไทยแบ่งเขตการบริหารออกเป็น การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด 75 จังหวัด โดยที่ไม่นับกรุงเทพมหานครว่าเป็นจังหวัด; 877 อำเภอ (50 เขตในกรุงเทพมหานคร) และ 7,255 ตำบล[7] และการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล โดย "สุขาภิบาล" นั้นถูกยกฐานะไปเป็นเทศบาลทั้งหมดในปี พ.ศ. 2542[45]

    ส่วนกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นเขตการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม ถูกเรียกเป็นเขตที่เรียกว่า "กรุงเทพมหานครและปริมณฑล"

    เมืองใหญ่และจังหวัดใหญ่



    อ่านทั้งหมด: 1067, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    แนวปฏิบัติของสำนักงานที่ดินในการจดจำนองที่ดินตามกฎหมายใหม่ (คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    คดีสั่งสลายการชุมนุม ปี 53(2)(1-3-58)
    ยำตำรวจ หั่นดอกไม้และกระบอง 01/03/58 (คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    เวทีข่าวสุดสัปดาห์อาทิตย์ 1 มีนาคม 2558 (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เปาบุ้นจิ้น Ep.3 สับเปลี่ยนองค์ชาย-1 (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ติ๋ม (อดีตนางแบบ) สุดเวทนา! ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ภัตตาคารบ้านทุ่ง 28 กุมภาพันธ์ 2558 FULL ผักไชยา
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่28ก.พ.58(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    เวทีข่าวสุดสัปดาห์เสาร์ 28 กุมภาพันธ์ 2558(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เปาบุ้นจิ้น Ep.2 ศึกชิงจอหงวน-1(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    วิตามินนั้น จำเป็นแค่ไหนต่อร่างกาย
    “เปิด ใจ ปัน” คอนเสิร์ตเปิดหมวกช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    รายการ 5 เช้าข่าวใหญ่ 27-2-58
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27ก.พ.2558 (คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    ข่าวเที่ยง สำนักข่าวไทย 27 กุมภาพันธ์ 2558(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เปาบุ้นจิ้น Ep.1 ราชบุตรเขยจอมโหด-1 (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    คุณ ไกรฤกษ์ หมัดสมบูรณ์ (ลงพื้นที่ช่วยเหลือ สัปดาห์ที่ 1)(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    26-2-58 ข่าวข้นรับอรุณ (ช่วงที่3) : Battle ข่าว
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่26ก.พ.2558 (คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    ข่าว 5 หน้า 1พฤหัสบดี 26 กุมภาพันธ์ 2558 (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    แอบรักออนไลน์ตอนจบ(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    การบริหารสมอง(Brain Activation)
    ส่งมาให้คอกาแฟโดยเฉพาะ นานาสาระจากไลน์
    เพื่อ...ลูกรัก# 3 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก
    มอบให้ลูกทุกๆคนบนโลกใบนี้ "วัยพ่อแม่นี้ ขี้ใจน้อย เป็นยิ่งนัก"
    สาระจากไลน์ : หลายปีนี้ เริ่มรู้สึก.....
    ธารน้ำใจหลั่งไหล!ช่วยเหลือเด็กม.3หัวใจแกร่ง(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    จับประเด็นข่าวร้อน 25 กุมภาพันธ์ 2558
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่25ก.พ.2558(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    25-2-58 ข่าวข้นรับอรุณ (ช่วงที่6)(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ศึกพิภพแม่มดมหัศจรรย์ (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เรียนเชิญเข้ากองละคร (ดีโพลมา 25258 )
    Operation Red Wings (ภารกิจช่วยเหลือ) (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่24ก.พ.2558(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    24-2-58 ข่าวข้นรับอรุณ (ช่วงที่1) (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    จินน์ ปีศาจอเวจี 2014 HD (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    นิชคุณ ถ่ายภาพยนตร์โฆษณา หารายได้ช่วยเหลือเด็ก ร่วมกับ UNICEF (รายการดีที่จะแนะนำให้อ่าน
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่23ก.พ.2558(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    5 เช้าข่าวใหญ่จันทร์ 23 กุมภาพันธ์ 2558 (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เฮโล 4 หน่วยฝึกรบมหากาฬ (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    บุโรพุทโธ บาหลี พิเศษ !! กุ้งล๊อบสเตอร์
    TAIWAN SONGKARN FESTIVAL
    เกาะเต่า
    ภูจองนายอย
    การท่องเที่ยว
    อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
    การท่องเที่ยว จังหวัดตราด
    การท่องเที่ยว จังหวัดศรีสะเกษ
    เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดเมืองนราธิวาส (รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ยำตำรวจหั่นดอกไม้และกระบอง 22/02/58(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.4001ms