เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2117 คน
้hikie lover
รัก วิธีชนะใจคน และ ความรู้รอบตัว
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • มาดูคำย่อสแลงในอังกฤษ ที่วัยรุ่นฝรั่งใช้กัน (6)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเขียนโค้ดเพลงเอง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ............... (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับยาวๆๆๆๆ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • .... (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ฟันขาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีที่ทำให้ผิวขาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สายบีทีเอสใหม่(ไม่ต้องดูหรอกค่ะ รก) (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หน้าที่ชาวพุทธที่สำคัญ 4 ประการ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อุตสาหกรรม(ไม่ต้องเข้ามาดู รก) (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ลมมรสุมในไทย (101)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ทวีปออสเตรเลีย ( Australia ) (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แนวข้อสอบวิทย์ (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คำถาม โอเชียเนีย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โอเชียเนียเนื้อหา (รก ไม่ต้องเข้ามา) (19)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบบทดสอบ โอเชียเนีย (16)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รถไฟฟ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แอ่งโคราช(ทอง) (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อิโมชั่น (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • -- (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แต่งได (เส้นคั่นกะภาพ) (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ตุลาคม 2557>
     
    40293012345
    416789101112
    4213141516171819
    4320212223242526
    44272829303112
    453456789
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 159969
    • เฉพาะวันนี้ 10
    • ความคิดเห็น 234
    • จำนวนเรื่อง 136
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    แนวข้อสอบวิทย์
    22 กุมภาพันธ์ 2553 - 21:54:00

    แนวข้อสอบ วิทยาศาสตร์ ม.1
    เซลล์และพืช


    1. เซลล์คืออะไร.........(หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต )
    2. ตัวอย่างของเซลล์ได้แก่..........(เซลล์เยื่อหอม เซลล์คุม เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กระดูก  เซลล์ประสาท )
    3.  สิ่งมีชีวิตต้องมีลักษณะอย่างไร.........( มีการเจริญเติบโต สืบพันธ์ได้ กินอาหารได้ เคลื่อนไหวได้ ตอบสนองได้)
    4.  กล้องจุลทรรศน์คประกอบด้วยเลนส์ชนิดใด..........(เลนส์นูน อย่างน้อย 2 เลนส์)
    5.  การใช้กล้องจุลทรรศน์ควรดูด้วยกำลังขยายใดเป็นลำดับแรก..........( กำลังขยายต่ำสุด และดูด้วยตา2ข้าง)
    6.  หากดูภาพไม่ชัดเลยควรปรับอย่างไร..........( ปรับปุ่มปรับภาพหยาบก่อน แล้วจึงปรับปุ่มปรับภาพละเอียด)
    7.  ผู้ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์คนแรกคือใคร........( เลนส์เดียว คือ แอมโมนี แวน , เลนส์ปรกอบ โรเบิร์ต ฮุค)
    8.  โครงสร้างพื้นฐานของเซลล์........( นิวเคลียส , ไซโตพลาสซึม , เยื่อหุ้มเซลล์หรือผนังเซลล์)
    9.  เยื่อหุ้มเซลล์ โครงสร้าง และ ทำหน้าที่........( โครงสร้างเป็นไขมันและโปรตีน -คัดเลือกสารผ่านเข้าออก)
    10. นิวเคลียส ทำหน้าที่.........(เก็บสารพันธุกรรม และ ควบคุมกิจกรรมต่างๆในเซลล์)
    11. ผนังเซลล์ ทำหน้าที่่..........( สร้างความแข็งแรงแก่เซลล์ )
    12.  ส่วนใดที่พบเฉพาะในเซลลืพืช.........( ผนังเซลล์ , คลอโรพลาส)
    13.  การแพร่ หมายถึง..........( การที่อนุภาคสาร เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณเข้มข้นต่ำ)
    14.  การแพราจะเกิดเร็ว เมื่อใด.........( อุณหภูมิสูงขึ้น ความเข้มข้นต่างกันมากๆ โมเลกุลขนาดเล็กมากๆ)
    15.  ออสโมซีส หมายถึง..........( การที่อนุภาคน้ำ เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีสารเข้มข้นต่ำ ไปยังบริเวณสารเข้มข้นสูง )
    16.  น้ำเข้าสู่รากพืช โดยวิธีใด.........( ออสโมซีส หรือ การแพร่ของน้ำ)
    17.  ถ้าน้ำเข้าสู่เซลล์พืช-เซลล์สัตว์ มากๆ จะเป็นอย่างไร..........(เซลล์พืชจะเต่ง ส่วนเซลล์สัตว์จะแตก)
    18.  ถ้าดินเค็มมากๆ เซลล์จะเป็นอย่างไร ........... ( น้ำจะออกจากเซลล์ ออสโมซีส สู่ดิน เซลล์เหี่ยว ขาดน้ำ ตาย)
    19.  ท่อลำเลียงน้ำ เรียกว่า..........(ท่อไซเลม ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุไปพร้อมๆกัน)
    20.  ท่อลำเลียงอาหาร........... ( ท่อโฟลเอม ลำเลียงอาหาร จากการสังเคราะห์แสง)
    21. การดูดน้ำ ลำลเียงน้ำ ต้องอาศัยพลังงานใด........( พลังงานจาการคายน้ำของทางปากใบ )
    22.  การคายน้ำเกิดขึ้นที่ใด......( บริเวณปากใบ ซึ่งปากใบจะอยู่ด้านหลังใบ)
    23.  ท่ำลำเลียงน้ำของพืชใบเลี้ยงคู่ เป็นอย่างไร..........(เป็นระเบียบ เป็นวง ถ้าพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะ กระจัดกระจาย)
    24.  การลำเลียงน้ำมีทิศทางอย่างไร......(เกิดขึ้นทางเดียว จากรากสู่ ลำต้น ใบ ปากใบ)
    25.  การลำเลียงอาหารมีทิศทางอย่างไร..........( เกิดขึ้นได้2ทิศทาง จากใบสู่ลำต้น หรือ จากลำต้นสุ่ใบก็ได้)
    26.  การสังเคราะห์แสง หมายถึง..........(การสร้างอาหาร โดยเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี)
    27.  วัตถุดิบที่ใช้ในการสังเคราะหืแสง ได้แก่........... ( น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และแสง เกิดขึ้นที่ คลอโรฟิลด์)
    28.  สิ่งที่ได้จากการสังเคราะห์แสง คือ........( น้ำตาลกลูโคสเ็ป็้นลำดับแรก เก็บไว้ในรูปขอ แป้ง ออกซิเจนและน้ำ)
    29.  นอกจากพืชแล้ว มีสิ่งใดที่มีคลอโรฟิลด์อีก......( แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน)
    30.  การสังเคราะห์แสงเกิดบริเวณใด และเวลาใด..........(ทุกบริเวณที่มีคลอโรฟิลด์ ทุกเวลาที่มีแสง )
    31. สารละลายใดที่ใช้ในการทดสอบแป้ง ......(ไอโอดีน หากเป็นแป้ง จะเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลเป็น น้ำเงินอมม่วง)
    32. แสงสีใด ที่พืชสามารถสังเคราะหืแสงได้ดีที่สุด..........( สีแดง , ม่วง , น้ำเงิน ตามลำดับ)
    33.  การสืบพันธุ์ของพืชมี2ชนิด คือ..........( การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ)
    34.  อวัยวะสืบพันธุ์ของพืช คือ.........( เพศผู้ คือ เกสรตัวผู้ และ เพศเมีย คือ เกสรตัวเมีย)
    35.  เซลล์สืบพันธุ์ของพืช คือ..........( เพศผู้ คือ ละอองเรณู หรือ สเปิร์ม และ เพศเมีย คือ ไข่)
    36.  ดอกครบส่วน ต้องมีส่วนใดบ้าง.........( กลีบเลี้ยง , กลีบดอก , เกสรตัวผู้ , เกสรตัวเมีย = ปกป้องรังไข่)
    37.  ตัวอย่างดอกที่มีไม่ครบส่วน ..........(ข้าวโพด เฟื้องฟ้า ฟักทอง ตำลึง มะละกอ มะพร้าว)
    38.  การสืบพันธุ์ของพืช มีกี่ขั้นตอน ........... ( 2 ขั้นตอน คือ การถ่ายละอองเรณู กับ การปฏิสนธิ)
    39.  การถ่ายละอองเรณู เป็นอย่างไร..........(การที่ละลอองเรณู ไปตกอยู่บนยอดเกสรตัวตัว)
    40.  การปฏิสนธิ เป็นอย่งไร ........... (การที่นิวเคลียสของสเปิร์ม เข้าไปผสมกับไข่ ในรังไข่)
    41. หลังจากปฏิสนธิ รังไข่ จะเจริญไปเป็นส่วนใด..........( รังไข่ เจริญเป็น ผล)
    42.  หลังจากปฏิสนธิ ผนังรังไข่ จะเจริญไปเป็นส่วนใด..........( ผนังรังไข่ เจริญเป็น เนื้อผล)
    43.  หลังจากปฏิสนธิ ออวุล ในรังไข่จะเจริญไปเป็นส่วนใด..........( ออวุล เจริญเป็น เมล็ด)
    44.  การเกิด ผล มีกี่ปประเภท..........( 3 ประเภท คือ ผลเดี่ยว ผลรวม ผลกลุ่ม)
    45.  ผลเดี่ยว หมายถึง..........( ผล ที่เกิดจากรังไข่อันเดียว ในดอกเดียว เช่น มะม่วง เงาะ มะพร้าว ลำใย)
    46.  ผลกลุ่ม หมายถึง.......( ผล ที่เกิดจากรังไข่หลายอัน ในดอกเดียว เช่น ฝักบัว ลูกจาก น้อยหน่า สตรอเบอรี่)
    47.  ผลรวม หมายถึง..........( ผล ที่เกิดจากรังไข่อันเดียว ในดอกช่อ เช่น สัปรส ลูกยอ ขนุน มะเดื่อ)
    48.  การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ ........... ( การสืบพันธุ์ที่ไม่ใช้เซลล์สืบพันธุ์ เช่น แตกหน่อ ติดตา ตอนกิ่ง)
    49.  การขยายพันธ์แบบใดที่ได้จำนวนมากที่สุด ใช้เวลาน้อยที่สุด..........(การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ )
    50.  การเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มีวิะีการอย่างไร........... ( ตัดเนื้อเยื่อเจริญ แคลลัส ไปเพาะในอาหารวุ้น)
    51. สิ่งเร้าคือ ..........( สิ่งที่มากระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง เช่น แสง น้ำ การสัมผัส แรงโน้มถ่ววง อุณหภูมิ อาหาร)
    52.  การตอบสนองมีกี่ประเภท .........( 2 ประเภท คือ ตอบสนองจากเจริญเติบโต และ ตอบสนองจากน้ำในเซลล์)
    53.  ตัวอย่างการตอบสนอง..........( ทานตะวันเอนเข้าหาแสง ดอกบัวบานตอนกลางวัน การหุบของไมยราบ)
    54.  พืชกินสัตว์ ตอบสนองสิ่งเร้าเมื่อมีสิ่งมาสัมผัส.........( กาบหอยแครง หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง)
    55.  พืชใบเหี่ยวเมื่อหมดแสง..........( ดอกแค กระถิน ผักกระเฉด ถั่ว )
    56.  สาเหตุที่พืชส่วนใหญ่จะเหี่ยวตอนกลางวัน คือ.........( พืชมีการคายน้ำ เร็วกว่า ดูดน้ำ เข้าสู่เซลล์)
    57.  บริเวณป่าทึบ มีต้นไม้ขึ้นหนา ต้นไม้จะมีลักษณะอย่างไร..........(ต้นสูงตรง เพื่อรับแสงให้ได้มากที่สุด)
    58.  พืชในทะเลทราย มีการปรับตัวอย่างไร ........... ( ลำต้นอวบเพื่อเก็บน้ำ เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อไม่คายน้ำ)
    59.  สิ่งเร้าที่มีผลต่อพืชมากที่สุดคือ..............(แสง )
    60.  พืชส่วนใหญ่จะตอบสนองต่อแสงอย่างไร........... ( เข้าหาแสง เพื่อทำการสังเคราะหืแสง)
    หน่วยของสิ่งมีชีวิต


    1. เซลล์ (Cell) หมายถึง หน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต มีรูปร่างลักษณะและขนาดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งมีชีวิตและหน้าที่ ของเซลล์เหล่านั้นเซลล์ที่มีขนาดเล็กที่สุดคือ ไมโครพลาสมา (Mycoplasma) หรือ PPLO (Pleuropneumonia - like organism) มีขนาดประมาณ 0.1 - 0.25 mเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ เซลล์ไข่นกกระจอกเทศ

    2. เซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปมีโครงสร้างหลักคล้ายกัน แต่อาจมีลักษณะบางประการแตกต่างอย่างเด่นชัด นักชีววิทยาจึงจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะโครงสร้างเซลล์ คือ

      โพรแคริโอต (Prokaryote) ได้แก่ พวกแบคทีเรีย ไมโครพลาสมา และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

    แบคทีเรีย
       
    ยูแคริโอต (Eukaryote) ได้แก่ พวกโพรทิสต์ พืช และสัตว์

    ยูคาริโอต

    3. โครงสร้างของเซลล์ยูแคริโอต โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส มีลักษณะสำคัญดังนี้

    เซลล์พืช
    เซลล์พืช

    เซลล์สัตว์
    เซลล์สัตว์

    ส่วนที่ห่อ หุ้มเซลล์ ประกอบด้วย

    1) ผนังเซลล์ (Cell wall) พบในเซลล์พืช รา ยีสต์ ไม่พบในเซลล์สัตว์ สร้างความแข็งแรง ทำให้เซลล์คงรูปร่างอยู่ได้
    ยอมให้โมเลกุลของสารเกือบทุกชนิดผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ประกอบด้วยเซลลูโลสเรียงกันเป็นมัด ๆ เรียกว่า ไมโครไฟบริล (Microfibril) โดยมีสารเพกทิน (Pectin) เป็นตัวเชื่อม


    2) เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) พบในเซลล์สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ควบคุมการผ่านเข้าออกของสารเพราะมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน (Semipermeable membrane)ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนอยู่รวมกันเป็น Fluid mosaic model กล่าวคือ โมเลกุลของฟอสโฟลิพิดเรียงกันเป็น 2 ชั้น หันด้านมีขั้วซึ่งชอบรวมตัวกับน้ำ (Hydrophilic)ออกด้านนอก และหันด้านไม่มีขั้นซึ่งไม่ชอบรวมกับน้ำ (Hydrophobic) เข้าข้างใน และมีการเคลื่อนที่ไหลไปมาได้ ส่วนโปรตีนมีลักษณะเป็นก้อน (Globular) ฝังหรือลอยอยู่ในชั้นไขมัน และอาจพบคาร์โบไฮเดรตเกาะที่ผิวโปรตีนด้วยก็ได้


    ไซโทพลาสซึม (Cytoplasm) เป็นของเหลวภายในเซลล์ที่อยู่รอบ ๆ นิวเคลียสประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุต่าง ๆ ไซโทพลาซึมมี ออร์แกแนลล์ (Organelle) หลายชนิด ทำหน้าที่ต่าง ๆ กัน
    1. ไรโบโซม (Ribosome)
    - มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดเล็กประมาณ 20 nm ประกอบด้วย rRNA และโปรตีน
    - เซลล์ยูแคริโอตมีไรโบโซม ชนิด 80 S ประกอบด้วย 2 หน่วยย่อย คือ 40 S และ 60 S ส่วนเซลล์โพรแคริโอต มีไรโบโซมชนิด 70 S ประกอบด้วย 2 หน่วยย่อย คือ 30 S และ 50 S
    - พบทั่วไปในไซโทพลาสซึม ไมโทคอนเดรีย คลอโรพลาสต์ หรือเกาะอยู่บนร่างแหเอนโดพลาสซึม
    - มีหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนสำหรับใช้ภายในเซลล์และส่งออกไปใช้นอกเซลล์


    2. เซนทริโอล (Centriole)
    - เป็นท่อกลวง ประกอบด้วยไมโครทิวบูล 9 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ท่อ เรียงกันเป็นวงกลม เรียกว่า 9 + 0 (ตรงกลางไม่มีไมโครทิวบูล)
    - มีหน้าที่สร้างเส้นใยสปินเดิล (Spindle fiber) ดึงโครโมโซมในขณะที่มีการแบ่งเซลล์
    - ควบคุมการเคลื่อนที่ของซิเลีย (Cilia) และ แฟลเจลลัม (Flagellum) ซึ่งมีไมโครทิวบูล 9 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ท่อ เรียงเป็นวงกลม และตรงกลางมีไมโครทิวบูลอีก 2 ท่อ จึงเรียกว่า 9 + 2


    3.ไมโครทิวบูล (Microtubule)
    - ประกอบด้วยโปรตีนพวกทิวบูลินเรียงต่อกันเป็นวงเห็นเป็นท่อ
    - มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของเซลล์ (เพราะเป็นส่วนประกอบของซิเลียและแฟลเจลลัม) การดึงโครโมโซมขณะมีการแบ่งเซลล์และการเคลื่อนไหวของไซโทพลาสซึม ซึ่งเรียกว่า ไซโคลซิส (Cyclosis)
    ไมโครฟิลาเมนต์
    - ประกอบด้วยโปรตีนพวกแอกทินและไมโอซินสานกันเป็นร่างแหอยู่รวมกันเป็นมัด ๆ ในไซโทพลาสซึม
    - มีหน้าที่เกี่ยวกับการคอดของเซลล์ขณะมีการแบ่งไซโทพลาสซึม การหดตัวของเซลล์กล้ามเนื้อและการเคลื่อนที่ของเซลล์บางชนิด เช่น อะมีบา , เม็ดเลือดขาว


    4.ไลโซโซม (Lysosome)
    - พบเฉพาะในเซลล์สัตว์ มีกำเนิดจากกอลจิคอมเพลกซ์
    - มีเอนไซม์สำหรับการย่อยสลายสารต่าง ๆ ภายในเซลล์
    - ย่อยสลายเนื้อเยื่อหรือเซลล์ที่หมดอายุ เช่น การย่อยสลายคอร์พัสลูเทียมหลังตกไข่ การย่อยสลายหางลูกอ๊อดก่อนกลายเป็นกบ เรียกกระบวนการนี้ว่า ออโตลิซิส (Autolysis)


    5. ร่างแหเอนโดพลาซึม (Endoplasmic reticulum)
    - เป็นเมมเบรนที่เชื่อมต่อกับเยื่อหุ้มเซลล์และเยื่อหุ้มนิวเคลียสได้ มองดูคล้ายท่อหรือช่องแคบ ๆ เรียงตัวทบไปทบมากระจายทั่วไปในไซโทพลาซึม
    - ไม่พบในเซลล์ของโพรแคริโอต (แบคทีเรียและสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)
    - แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ


    ร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผิวขรุ ขระ (Rough endoplasmic reticulum ; RER)
    - มีไรโบโซมเกาะที่ผิวด้านนอก
    - พบมากในเซลล์ที่มีการสังเคราะห์โปรตีนหรือเอนไซม์ต่าง ๆ เช่น เซลล์ในตับอ่อน เป็นต้น
    ร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผิว เรียบ (Smooth endoplasmic reticulum ; SER)
    - ไม่มีไรโบโซมเกาะที่ผิวด้านนอก
    - พบมากในเซลล์ที่มีการสังเคราะห์ไขมันหรือเซลล์ที่มีหน้าที่ที่ขับสเตรอยด์ เช่น เซลล์ในต่อมหมวกไต เป็นต้น ส่วน SER ในเซลล์ตับทำหน้าที่ขนส่งไลกโคเจนและกลูโคส
    6.กอลจิคอมเพลกซ์ (Golgi complex)
    - เป็นถุงแบนบางเรียบซ้อนกันเป็นตั้ง ๆ 5 - 8 ชั้น ภายในมีของเหลว ส่วนปลายทั้งสองข้างยื่นพองออกเป็นถุงเล็ก ๆ เรียกว่า เวซิเคิล (vesicle)
    - มีบทบาทในการสร้างไลโซโซม
    - เป็นแหล่งสะสมสารต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้ในกิจกรรมของเซลล์
    - เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์เซลลูโลสเพื่อสร้างผนังเซลล์หลังการแบ่งเซลล์
    - เกี่ยวข้องกับการสร้างสารเมือกในเซลล์หมวกราก


    7.ไมโทรคอนเดรีย (Mitochondria)
    - เป็นแท่งหรือก้อนกลมรี เยื่อหุ้มชั้นนอกควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร เยื่อชั้นในพับย่นไปมายื่นเข้าข้างใน เรียกว่า คริสตี (Cristae) มีของเหลวภายใน เรียกว่า แมทริกซ์ (matrix)
    - มีหน้าที่สร้างพลังงานให้แก่เซลล์ (ส่วนใหญ่อยู่ในรูป ATP)
    - เชื่อกันว่าไมโทรคอนเดรียเป็นโพรแคริโอตที่เข้าไปอาศัยในเซลล์ยูแคริโอตแบบ Symbiosis จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์


    8.พลาสทิด (Plastid)
    - พบในเซลล์พืชและเซลล์สาหร่ายทั่วไป (ยกเว้น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)
    - เชื่อกันว่าพลาสทิดเพิ่มจำนวนโดยการแบ่งตัวเองได้


    9. แวคิวโอล (Vacuole)
    - มีลักษณะเป็นถุงมีเยื่อหุ้มบาง ๆ เรียกว่า โทโนพลาสต์ (Tonoplast)
    - ภายใต้มีของเหลวหรือสารหลายชนิดบรรจุอยู่ แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
    ฟูดแวคิวโอล (Food vacuole) เป็นแวคิวโอลที่มีอาหารอยู่ภายใน พบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวบางชนิด เช่น อะมีบา
    คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล (Contractile vacuole) เป็นแวคิวโอลที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียหรือน้ำออกจากเซลล์ เพื่อควบคุมสมดุลของสารละลายภายในเซลล์ พบในโพรโทซัวบางชนิด เช่น พารามีเซียม
    แซปแวคิวโอล (Sap vacuole) เป็นแวคิวโอลที่สะสมสารละลายต่าง ๆ เช่น โปรตีน น้ำตาล เกลือ และรงควัตถุที่ทำให้เกิดสีต่าง ๆ ได้แก่ แอนโทไซยานิน ซึ่งทำให้เซลล์กลีบดอกมีสีฟ้า ม่วงหรือแดง



    นิวเคลียส (Nucleus) มีรูปร่างคล้ายทรงกลม โดยทั่วไปมีเพียง 1 นิวเคลียสเท่านั้น แต่ในสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำบางชนิด มี 2 นิวเคลียส เช่น พารามีเซียม สำหรับเซลล์เม็ดเลือดแดงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเมื่อเจริญเต็มที่จะไม่มี นิวเคลียส
    นิวเคลียสถือว่าเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของเซลล์ มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้


    1) เยื่อหุ้มนิวเคลียส (Nuclear membrane)
    - เป็นยูนิตเมมเบรน 2 ชั้น ที่มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์
    - เยื่อหุ้มชั้นนอกมีไรโบโซมเกาะอยู่
    - ผิวของเยื่อหุ้มมีรูเล็ก ๆ (annulus) กระจายทั่วไปเป็นช่องติดต่อระหว่างของเหลวในนิวเคลียสกับของเหลวในไซโทพลา สซึม
    2) นิวเคลียส (Nucleous)
    - เห็นชัดเจนในภาวะปกติที่เซลล์ยังไม่มีการแบ่งตัว
    - ไม่มีเยื่อหุ้ม เป็นบริเวณที่สะสม RNA และสังเคราะห์ไรโบโซม 10 เปอร์เซ็นต์ และ RNA 4 เปอร์เซ็นต์
    3) โครโมโซม (Chromosome)
    - เป็นเส้นใยเล็ก ๆ เรียกว่า โครมาทิน (Chromatin) ซึ่งก็คือ โมเลกุลของ DNA ที่มีโปรตีนหุ้มนั่นเอง เมื่อมีการแบ่งเซลล์ เส้นใยโครมาทินจะขดพันกันแน่นคล้ายลวดสปริงเห็นเป็นแท่ง เรียกว่า โครโมโซม (Chromosome)
    - โครโมโซมประกอบด้วย 2 โครมาทิด (Chromatid) เชื่อมกันที่ เซนโทรเมียร์ (Centromere)

    เรียบเรียง ศรายุทธ วุฒิเสน

    http://writer.dek-d.com/writer/story/view.php?id=73864






    อ่านทั้งหมด: 17473, ความเห็นทั้งหมด: 4
    อาจารย์ หนูเคยเรียนกับอาจารย์ อ๊
    เรยมาหาแนวข้อสอบ
    เรยมาเจอชื่ออาจารย์
    หนูเด็ก ราชินูน่ะคะอาจารย์ ปีนี้อยู่ม.2/3 แระ
    ขอบคุนสำหรับข้อสอบค่ะ
    โดย - แก้วกัลญา - วันที่ 5 สิงหาคม 2553 เวลา 21:47

     10:35:06
    ดีจังเลยมีแนวข้อสอสอบด้วย
    โดย - prin - วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา 10:35

    ขอบคุณค่ะ
    โดย - เมเม่ - วันที่ 21 เมษายน 2554 เวลา 18:05

    หนูขอขอบพระคุณอย่างสูงให้ความรู้
    โดย - ด.ญกมลรัตน์ - วันที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 10:20

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2570)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    ตำรวจแคนาดาเผยภาพนาทีระทึก มือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในรัฐสภา (ชมคลิป) (ดีโพลมา2569)ร่วมกับส
    หนังเรื่องทะลักจุดแตก(ดีโพลมา2568)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังเรื่องทะลักจุดแตก
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2567)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    กฎหมายเรื่องการวิ่งเต้นล้มคดี(ดีโพลมา2566)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27(ดีโพลมา2565)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2564)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    ลูกครูญี่ปุ่น ถูกฆ่าหั่นศพ รุดพบตำรวจ (ดีโพลมา2563)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 26(ดีโพลมา2562)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    ออกกำลังอย่างไรในคนทำงานคอมพิวเตอร์
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2561)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    ขับรถอย่างไรจึงไม่ปวด
    ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “สมชาย ไพบูลย์” แนวร่วม นปช.และอดีต ส.ข.บางบอ
    รพ.จุฬาลงกรณ์ เชิญประชาชนร่วมบำเพ็ญกุศล (ดีโพลมา2559)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม -ตอนที่ 25(ดีโพลมา2558)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน).
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2560)
    กฎหมายค่าส่วนกลาง(ดีโพลมา2559)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 24 (ดีโพลมา2558)
    กินอย่างไร เมื่อไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
    กินอย่างไรห่างไกลเบาหวาน
    กินอย่างไร เมื่อเป็นโรคเบาหวาน
    หางาน part time งานผ่านเน็ต รับงานทำที่บ้านได้ คลิก
    โรคความดันโลหิตสูง รักษาได้ แค่หลีกให้ไกลจากโซเดียม
    อีเมล และสมอง อัศจรรย์แห่งการเชื่อมโยง
    Japanese Language Course
    แค่หลับสนิท ก็ผอมได้ไม่น่าเชื่อ!
    อลังการอะ ศิลปะบนผนังที่ห้างรูปเกือกม้าในเนเธอร์แลนด์
    วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์ สูตรเด็ดที่สาว ๆ ต้องคิดก่อนลอง !
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2556)
    สตช. เพิ่งตื่น สั่งเข้มปราบปรามแหล่งเงินกู้นอกระบบ(ดีโพลมา2555)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 23(ดีโพลมา2554)
    30 วิธีฉลาดสุดๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณ “ง่ายขึ้น” ไปดูว่ามีอะไรบ้าง!
    การปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเป็นคนที่มีความสุขทำอย่างสม่ำเสมอ
    งานพิเศษ งานรายได้เสริม ใช้เวลาว่างๆ 2-3 ชั่วโมง ทำงาน ที่นี่ค่ะ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2553)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่18ต.ค.2557(ดีโพลมา2552)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 22(ดีโพลมา2551)
    ตามหาญาติ (ดีโพลมา2550)
    หางานทำที่บ้าน งานทำทางเน็ต สร้างรายได้ที่บ้านค่ะ
    เลือกที่พัก รายวัน รายเดือน อย่างไรดี
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2549)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2548)
    แต่งตั้งนายตำรวจราชสำนัก (ดีโพลมา2547)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 21ขอขอบคุณที่มาของข่าว/ภาพจากผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านล่างนี้ทุก
    หนังเรื่องผีชี่วะ ภาค4 (ดีโพลมา2545)
    หนี้เสียเกิดจากการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีคุณภาพ (ดีโพลมา2544)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 109.2002ms