เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2616 คน
annie ja..
thailand thai discover thailand travel
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ขอบ่นนิดนะครับ ขอให้คนเล่น BB เงยหน้ามามองคนรอบข้างบ้าง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เลือกน้ำหอมตามราศี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไม่มีใครช่วย..ก็ต้องช่วยตัวเอง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ป้องกันหวัดและบรรเทาอากาศภูมิแพ้อากาศ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีแก้ไข และป้องกันขอบตาดำ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับทำหน้าใส สวยเด้งได้ง่ายๆ (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สูตรเด็ด 11 เคล็ดลับหน้าใส (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • 4 สูตรทำหน้าใสได้ด้วยตัวเอง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ทุ่งทานตะวัน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จุดท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกทานตะวัน จังหวัดสระบุรี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีแก้ไข การนอนไม่หลับ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นอนไม่หลับ โรคนอนไม่หลับ ทำอย่างไรดี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Social Bookmark มาแรง หรือที่เรียกว่า Digg คืออะไร (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรโมทเว็บอย่างไร ให้เป็นที่รู้จัก ติดอันดับกูเกิ้ลง่ายๆ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Buffet เนื้อย่างญี่ปุ่น ร้าน MIYABI สีลมซอย 4 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Buffet อาหารญี่ปุ่น INAHO พระราม4 ตรงข้ามสวนลุม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แนะนำบุฟเฟ่หมูย่างเกาหลี ร้าน Kosirae ทองหล่อ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รู้ได้อย่างไรว่า 'เขา' ไม่ใช่เกย์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีการทานซูชิที่ถูกต้องของชาวญี่ปุ่น (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีการแล่เนื้อปลาฮอนมากุโระ (ทูน่าครีบน้ำเงิน) ของพ่อครัวชาวญี่ปุ่นกันค่ะ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ตุลาคม 2557>
     
    40293012345
    416789101112
    4213141516171819
    4320212223242526
    44272829303112
    453456789
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 193998
    • เฉพาะวันนี้ 24
    • ความคิดเห็น 215
    • จำนวนเรื่อง 74
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    พยาธิตัวจี๊ด การป้องกัน และการรักษา
    12 พฤศจิกายน 2551 - 15:22:00

    พยาธิตัวจี๊ด


    imageพยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum)เป็นพยาธิตัวกลมที่ก่อให้เกิดโรคที่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หรือเกิดความพิการได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อยเท่าพยาธิชนิดอื่นๆ แต่มีความรุนแรงได้มาก พยาธิตัวจี๊ดชนิดนี้เป็นตัวก่อโรคที่สำคัญในคนบริเวณแถบเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะประเทศไทย พบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2379 ได้จากก้อนเนื้องอกในกะเพาะอาหารของเสือที่ตายในสวนสัตว์กรุงลอนดอน ต่อมาปี
    พ.ศ. 2432 มีรายงานการตรวจพบในไทยโดยพบพยาธิตัวจี๊ดจากเต้านมหญิงไทย
    เป็นครั้งแรก ในระหว่างปี พ.ศ. 2476 ถึง พ.ศ. 2480 ศ.นพ.เฉลิม พรหมมาศ และ
    ศ.นพ.สวัสดิ์ แดงสว่าง ได้ทำการศึกษาและรายงานวงจรชีวิตพร้อมกับแสดงให้เห็นว่า กุ้งไรและปลาน้ำจืด เป็นโฮสต์กลางที่สำคัญของตัวอ่อนระยะที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

    จากนั้นมีรายงานการเกิดโรคในอวัยวะต่างๆ เรื่อยมา โดยมีรายงานการตรวจพบจากประเทศไทยมากที่สุดเนื่องจากคนไทยชอบกินอาหารดิบๆ เช่น ปลาน้ำจืดอย่างสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะส้มฟัก มักถูกกล่าวถึงบ่อยในรายงานการติดเชื้อพยาธิตัวจี๊ด นอกจากนี้ยังมี ปลาร้า ลาบดิบ แหนมสด และปลาเผาที่ปรุงไม่สุก เป็นต้น พบว่า
    คนไทยป่วยเป็นโรคนี้ถึงปีละ 1,200-15,00 คน ประเทศไทยมีรายงานการระบาดของพยาธิชนิดนี้ในหมู่ประชากรเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรายงานการตรวจพบที่ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซึย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า
    มาเลเชีย โรคพยาธิตัวจี๊ด บางครั้งเรียกว่า Yangtze edema หรือ choko-fushu ในภาษาญี่ปุ่น

    สาเหตุ

    imageตัวแก่ของพยาธิตัวจี๊ดทั้งตัวผู้และตัวเมียยาวประมาณ 1.5-3.0 ซม. มีลักษณะลำตัวกลมยาว หัวคล้ายลูกฟักทอง ทั้งหัว และตัวจะมีหนาม อาศัยอยู่ที่ผนังกระเพาะอาหารของแมวและสุนัข หลังจากผสมพันธุ์ ตัวเมียจะปล่อยไข่ลงไปในกระเพาะอาหาร ถูกขับถ่ายออกมาพร้อมอุจจาระ ต่อมาเกิดการฟักตัว และเจริญเติบโตเป็น
    ตัวอ่อนหลายระยะ ตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดในระยะติดต่อมีลักษณะคล้ายพยาธิตัวเต็มวัย แต่มีหนามน้อยกว่าและมีขนาดเล็กกว่า มักจะพบขดตัวอยู่ในถุงหุ้ม ซึ่งฝังตัวอยู่ในเนื้อของสัตว์พาหะ ตัวอ่อนอาศัยอยู่ในน้ำ จากนั้นจะไปเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนระยะที่สามในปลา ไก่ กบ งู และหนู เป็นต้น

    ส่วนพยาธิที่พบในคนจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ และมีขนาดยาวประมาณ 0.4-0.9 ซม. ในประเทศไทยมีสัตว์ประมาณ 44 ชนิดที่ตรวจพบว่ามีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิตัวจี๊ดอยู่ ได้แก่ ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาไหล ปลาดุก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น ตะกวด สัตว์จำพวกนก รวมทั้งเป็ดและไก่ สัตว์จำพวกหนู กระแต ส่วนสัตว์ที่เป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดมีหลายชนิด รวมทั้งสุนัข และแมว

    การสำรวจปลาไหลในเขตจังหวัดภาคกลาง พบว่ามีการกระจายของพยาธิตัวจี๊ดอยู่หลายจังหวัด เช่น อ่างทอง อยุธยา ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ลพบุรี สระบุรี เป็นต้น อาหารที่ปรุงแบบสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารหมักที่ทำจากปลาน้ำจืด เช่น ส้มฟัก ปลาร้า ปลาเจ่า หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ พบว่ามีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิตัวจี๊ดอยู่เช่นกัน

    วงจรชีวิตของพยาธิตัวจี๊ด

    imageตัวแก่ของพยาธิทั้งตัวผู้ และตัวเมียจะอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัข และแมว หลังจากพยาธิผสมพันธุ์แล้ว พยาธิตัวเมียจะปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระของสัตว์เหล่านี้ เมื่อไข่ลงน้ำจะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 ตัวกุ้งไรจะกินตัวอ่อนระยะนี้และไปเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2 เมื่อปลากินกุ้งไรที่มีพยาธิ พยาธิจะเจริญในปลาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะติดต่อ เข้าไปฝังอยู่ตามกล้ามเนื้อของสัตว์เหล่านี้

    ถ้าสุนัข หรือแมวกินปลานี้เข้าไป พยาธิก็จะไปเจริญเป็นตัวแก่ในกระเพาะอาหาร แต่ถ้าคนกินปลาซึ่งมีพยาธิระยะติดต่อเข้าไป พยาธิก็จะคืบคลานหรือไชไปตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ยังไม่มีรายงานว่าพยาธินี้เจริญเป็นตัวแก่จนสามารถออกไข่ได้ในคน แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานพบตัวแก่ในอวัยวะของคนได้ แต่ไม่บ่อยนัก

    การติดต่อ

    1. พยาธิตัวจี๊ดสามารถติดต่อไปในคนทุกเพศทุกวัย โดยการกินตัวอ่อนระยะติดต่อที่ปะปนอยู่ในเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาน้ำจืด หรืออาจติดต่อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์โดยไชผ่านทางรก นอกจากนี้พยาธิยังสามารถไชเข้าทางผิวหนังบริเวณที่เป็นแผล โดยเฉพาะในคนบางกลุ่มที่ใช้เนื้อสัตว์สดๆ เช่น กบ ปลา พอกแผล เพื่อทำให้หายเร็วขึ้น
    2. imageการติดต่อของพยาธิชนิดนี้ในคน เกิดได้โดยคนรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ประเภท ปลา, กบ, ไก่ เป็นต้น เมื่ออาหารที่มีพยาธิปะปนอยู่ ถูกย่อย ในกระเพาะอาหาร พยาธิตัวแก่จะหลุดออกมา และเริ่มชอนไชเข้าไปใน อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ตา ปอด ช่องท้อง ทางเดินปัสสาวะ สมองไขสันหลัง เป็นต้น ก่อให้เกิดความผิดปกติในระบบต่างๆ
    3. โรคพยาธิตัวจี๊ดติดต่อโดยการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก เช่น ปลา ไก่ กบ เป็นต้น ตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในเนื้อสัตว์เหล่านี้จะไชผ่านกระเพาะอาหารเข้าสู่กระแสเลือดไปยังตับและไปสู่อวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ ของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ผิวหนัง ปอด ตา สมอง เป็นต้น
    4. คนติดโรคได้โดยทานปลาดิบที่มีตัวอ่อนระยะที่สามของพยาธิตัวจี๊ด สัตว์อื่นๆ ก็เช่นกันสามารถติดโรคนี้ได้ถ้าทานปลาที่มีตัวอ่อนชนิดนี้ เช่น ไก่ หมู หรือนก เป็นต้น เมื่อคนทานเนื้อของสัตว์ดังกล่าวแบบดิบๆ สุกๆ ก็สามารถติดโรคนี้ได้เช่นกัน เนื่องจากคนไม่ใช่ที่อยู่ตามธรรมชาติในวงจรชีวิตของพยาธิชนิดนี้ ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ในร่างกายคนได้ จึงเดินเพ่นพล่านไปตามเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ซึ่งเมื่อเดินไปตามชั้นผิวหนัง จะทำให้ผิวหนังบวม เรียกว่าบวมเคลื่อนที่ ตัวอ่อนที่เคลื่อนนี้อาจมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 12 ปี

    อาการ

    imageอาการจะเกิดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากรับประทานปลาดิบหรือเนื้อดิบของสัตว์ที่มีตัวอ่อนอยู่ โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายไหล ใบหน้าร้อน คัน เป็นลมพิษ บางรายอาจมีอาการจุกเสียดแน่นหรือปวดท้อง

    อาการที่เกิดจากพยาธิไชอยู่ใต้ผิวหนัง ตามลำตัว แขน ขา และบริเวณใบหน้า ทำให้บวมแดงบริเวณนั้นหรือเห็นเป็นรอยทางแดงๆ ตามแนวที่พยาธิไชผ่านไป อาการบวมแดงนี้ จะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วจะหายไปเองแม้ไม่ได้รับการรักษา หลังจากนั้นอาจจะบวมขึ้นมาใหม่ในบริเวณอื่นใกล้ๆ กัน บางครั้งทำให้เกิดเป็นก้อนคล้ายเนื้องอกตามอวัยวะต่างๆ บางรายพบว่าพยาธิไชไปตามเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง พบเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนัง ซึ่งเคลื่อนที่ได้

    อาการของผู้ป่วยจะมีอาการผิดปกติตามแต่ตำแหน่งที่พยาธิไชเข้าไป พยาธิอาจไชไปอวัยวะที่สำคัญอื่นๆ เช่น ตา ปอด กระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะถ้าไปที่สมองจะทำให้อาเจียน คอแข็ง ปวดตามเส้นประสาทได้

    สำหรับอาการทางระบบประสาท มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก บางรายมีอาการเป็นทันทีภายในเวลาไม่ถึงนาที เช่น มีอาการปวดที่แขน ขา ลำตัว หรือปวดศีรษะ มักจะเป็นลักษณะปวดร้าวรุนแรงวิ่งไปตามเส้นประสาท คล้ายไฟช็อต นอกจากนี้ยังพบอาการแขนขาชา หรืออ่อนแรง ปากเบี้ยว กรอกตาไม่ได้ ซึ่งมักเป็นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพยาธิไชเข้าไขสันหลังหรือสมอง ในบางกรณีทำให้เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง คนไข้จะซึมลงหมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ตัวพยาธิสามารถไชไปตามที่ต่างๆ ก่อให้เกิดการทำลาย เซลล์ประสาท มีเลือดออกในเนื้อสมอง และมีสมองบวม ทำให้ผู้ป่วย มีอาการเลวลงได้

    ในกรณีที่พบในลำไส้ ผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง อาจพบก้อนโตในท้อง มีเลือดออกในทางเดินอาหารและลำไส้ หรือพบลำไส้อุดตัน ส่วนมากพบทำให้เกิดโรคที่ลำไส้ใหญ่ หรือพบที่ทวารหนัก มีรายงานทำให้เกิดไส้ติ่ง และ
    ช่องท้องอักเสบ ถ้าไปที่ปอด จะทำให้ปอดและเยื่อหุ้มปอดเกิดการอักเสบ กรณีไปที่ลูกตา ทำให้ตาบวม และแดง มองภาพไม่ชัด โดยมากพบตัวแก่ระยะสามในช่องส่วนหน้าของลูกตา หรือพบพยาธิตัวแก่ทำให้เกิดแผลที่กระจกตาดำ

    การวินิจฉัย

    1. imageการจะบอกว่าเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดแน่นอน ต้องตรวจพบตัวพยาธิ ซึ่งอาจจะไชออกมาทางผิวหนังเอง แต่โดยทั่วไปมักไม่พบพยาธิแม้จะผ่าเข้าไปในบริเวณที่บวม
    2. ดังนั้นการที่จะบอกว่าเป็นโรคนี้ จึงมักดูจากอาการของโรคว่ามีอาการเจ็บ ปวด บวมเคลื่อนที่ได้ และมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือไม่
    3. เจาะเลือด หรือน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจด้วยวิธีทางอิมมูโนวินิจฉัย หรือตรวจโดยใช้เทคนิคพิเศษทางปฏิกิริยาอิมมูน หรือตรวจปฎิกิริยาทางภูมิคุ้มกันต่อพยาธิ์ตัวจี๊ดที่ผิวหนัง
    4. การตรวจน้ำไขสันหลัง ตรวจหาระดับโปรตีน น้ำตาล ตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดแดง หรือเห็นลักษณะของ
      น้ำไขสันหลังเป็นสีแดงเรื่อ ตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดขาว 200-300 ตัว พบว่าเป้นชนิดอิโอซิโนฟิลร้อยละ
      30-50
    5. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง สามารถช่วยบ่งบอกถึงตำแหน่งที่เกิดพยาธิสภาพได้ โดยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย อาจพบลักษณะเลือดออกในสมอง โพรงน้ำในสมองอุดกั้น หรือลักษณะของการระคายเยื่อหุ้มสมอง

    การรักษา

    1. โดยทั่วไปจะรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดบวม ยาแก้แพ้แก้คัน เป็นต้น
    2. แพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษาโรคพยาธิ เช่น อัลเบนดาโซน ขนาด 400 มิลลิกรัม วันละครั้ง หรือวันละสองครั้ง เป็นเวลา 21 วันติดต่อกัน ตัวยาเป็นสารไนโตรอิมิดาโซลสังเคราะห์ ออกฤทธิ์โดยจับกับทูบูลิน ยับยั้งการสร้างไมโครทูบุล ลดการดูดซึมกลูโคส และยับยั้งฤทธิ์ของเอนไซม์ฟูมาเรตรีดักเทสในตัวพยาธิ ระดับยาในน้ำไขสันหลังคิดเป็นร้อยละ 40 ของระดับยาในเลือด
    3. หากพบว่าพยาธิตัวจี๊ดไช มาตามผิวหนัง หรือนัยน์ตาสามารถผ่าตัดออกได้ แต่มักมีปัญหาคือ พยาธิ จะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ทำให้การผ่าตัดนำตัวพยาธิออกนั้น ทำได้ลำบาก
    4. หากพยาธิไชเข้าสมอง หรือไขสันหลังแล้ว จะไม่สามารถผ่าตัดได้

    การป้องกัน

    1. ไม่รับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ เช่น อาหารประเภท ยำ ลาบ หมก พล่า รวมทั้งปลาร้า ปลาเจ่า ส้มฟัก ควรรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้ว
    2. ไม่ใช้เนื้อสด โดยเฉพาะเนื้อกบ เนื้อปลา พอกบริเวณบาดแผล
    3. ให้ความรู้เรื่องสาเหตุและการป้องกันโรคพยาธิแก่ประชาชน การป้องกันถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับโรคพยาธิตัวจี๊ด
    image ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
    ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ กรุงเทพ


    อ่านทั้งหมด: 50100, ความเห็นทั้งหมด: 62
    ขอบคุณมากเลยค่ะ

    ตอนนี้มีอาการบวมอยู่ ที่บริเวณต้นขา แล้วอีกสามวันก็มาบวมที่ หัวเข่า  กำลังจะไปหาหมอค่ะ  ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะ
    โดย - ดาดาว - วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 2:06

    ดีค่ะ เรามีอาการ เหมือนมีตัวอะไรวิ่งไปตามตัวเต้มไปหมดค่ะ แล้วเวลามันวิ่งขึ้นสมองก้ปวด  แล้ว ไอ  เจ้บหน้าอก  เป้นมา2ปีแล้วค่ะ ไม่รุ้จะรักษายังงัยค่ะ  กลัวจังค่ะ
    โดย - อ้อม - วันที่ 27 มีนาคม 2552 เวลา 11:52

    คุณหมอครับ ตอนนี้มีอาการเบื่มที่หัวใหล่ก่อนหน้านี้เคยมีอาการปวมที่ต้นคอแล้วก็หายไปแล้วก็กลับมาแสองอาการที่หัวใหล่แล้วทำยังไงจะหายครับ
    โดย - กอล์ฟ - วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 เวลา 0:34

    เป็นมานานแล้วค่ะ ประมาณ 5-6ปีแล้ว แต่ก็เลิกกินอาหารสุกๆดิบมาหลายปีแล้วแต่อาการมันก็ยังมีอยู่ค่ะ คันใต้ผิวหนังบริเวณหลังมือ มีอาการบวม เหมือนมีตัวอะไรชอนไชอยู่ 2-3เดือนเป็นครั้ง ทายาแล้วแต่ก้ไม่หายขาดอยากทราบทำอย่างไรจึงจะรักษาให้หายขาดได้ค่ะ
    โดย - วาด - วันที่ 6 มิถุนายน 2552 เวลา 11:19

     ตอนนี้คุณพ่อเป็นอยู่ค่ะ!!!

    สงสารท่านมากTT_TT

    พอจะมีวิธีรักษาให้หายขาดบ้างมั้ยคะ???

    โดย - pim_waraBUU - วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 เวลา 10:44

     กระเจี๊ยบขาว รักษาพยาธิตัวจี๊ด
    <

    ผู้เขียนได้อานหนังสือ “บันทึกเวชกรรมไทย” ของคุณหมอประเวศ วะสี ถึงตอนที่ว่าด้วยพยาธิตัวจี๊ดว่ายังไม่มียาใดๆ ทั้งยาไทยและยาเทศรักษาโรคนี้ได้เลย


    ก็ ให้เกิดกรุณาขึ้นในจิต เพราะเคยเห็นฤทธิ์ของเจ้าพยาธิตัวจี๊ดนี้มาก่อน และเคยหายมาแล้ว จึงอยากจะบอกกล่าวเอาบุญถ้าใครเป็นโรคนี้ก็โปรดทราบว่า บัดนี้มียาแก้โรคพยาธิตัวจี๊ดนี้แล้ว ได้ผลดีและราคาถูกมากเสียด้วย

    ก่อน ที่จะรักษาโรคที่ว่านี้ ก็ขออ้างประวัติศาสตร์สักเล็กน้อย โดยปกติผู้เขียนมักจะเป็นคนเชื่ออะไรยาก อย่างเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วมีคนมาบอกว่า ให้ซื้อยาอย่างโน้นกิน อย่างนี้กิน หายาอย่างนี้ใช้ ถ้าไม่ยกตัวอย่างคนที่เคยใช้ได้ผลมาเล่าประกอบ ผู้ก็จะไม่สนใจเท่าไหร่

    โดย เฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นยาสำเร็จรูป ที่เรียกว่ายาแผนปัจจุบันละก็จะไม่ยอมเป็นหนูตะเภาสองขาเด็ดขาด เพราะเคยเห็นฤทธิ์มาแล้ว ถ้าเป็นยาไทยหรือที่เรียกว่ายาสมุนไพรละก็ ให้เกิดความกระสันอยากจะลองดูบ้าง เพราะถ้าเกิดไม่ถูกกับโรค อาการที่เรียกว่าแพ้ยา ก็เกือบจะไม่มีเลย
    ที่สำคัญก็คือ หาได้เองหรือจะซื้อก็ราคาถูกมาก เอาละ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

    เมื่อราวสิบกว่าปี ได้รู้จักกับคุณจำรูญ คชแสง อดีตข้าราชการกรมศิลปากร จัดเป็นเพื่อรุ่นพี่ คุณจำรูญ เป็นพยาธิตัวจี๊ดนานๆ ครั้ง อาการ ที่เป็นจะบวมแดง ที่เห็นเป็นมากคือที่มือ ที่นิ้วมือ อาการที่เป็นก็ปวดๆ คันๆ เป็นครั้งละหลายๆ วันแล้วก็ย้ายที่เรื่อยไป บางครั้งขึ้นตาก็บวมที่ตา เหมือนกับถูกหมัดนั่นแหละ

    พี่รูญเขามีวิธีรักษาโรคนี้ ด้วยการไปตลาดสด ซื้อกระเจี๊ยบขาวลักษณะ ก็คล้ายๆ กับกระเจี๊ยบแดงนั่นแหละ เอาฝักอ่อนๆ มากสักกำมือหนึ่ง เอามาย่างไฟพอผิวนอกไหม้เหี่ยวกลิ่นหอมดี จะต้มหรือแกงส้มก็ได้กินสักสองสามวันรับรองหายขาดเลย เห็นพี่รูญรักษาด้วยวิธีนี้ ต่อมาตัวเองก็เป็นบ้าง ไปหามากินก็หายอีก เลยบอกต่อๆ กันไป ปรากฏว่าหายทุกราย



    เมื่อสองปีมานี้ ลูกสาวชาวนาที่อยู่หน้าถ้ำสติ เขาเคยใส่บาตรอยู่ทุกเช้า ต่อมาเห็นหายไปหลายวันถามแม่ได้ความว่าปวดนิ้วมือ เมื่อถามอาการและขอดูมือ ก็เห็นบวมแดง จนมือกำไม่ลง ไปไถนาไม่ได้ ได้แนะนำให้เขาซื้อกระเจี๊ยบขาวมากิน ครั้งแรกดูเขาไม่ค่อยจะเชื้อ เขาเห็นว่าง่ายเกินไป ก็เลยต้องชักแม่น้ำทั้ง 5 มาสาธยาย เขาจึงยอมทดลอง ก็ปรากฏว่าสองวันเท่านั้นหายไปเลย


    ขอเชิญชวน ผู้ที่อยู่ชนบทควรหาเมล็ดกระเจี๊ยบขาวมา ปลูกทิ้งไว้บ้าง ที่เรียกว่าปลูกทิ้งเพราะขึ้นง่าย นอกจากใช้ต้มจิ้มน้ำพริกแกงส้มอร่อยแล้ว ยังใช้แก้โรคพยาธิตัวจี๊ดได้ผลชะงัดอีกด้วย

    โดย - เก็บมาฝาก - วันที่ 28 พฤษภาคม 2553 เวลา 23:04

     นอกจากกระเจี๊ยบขาวแล้วเราสามารถใช้พิษจากน้ำมันเบนซินทาบริเวณที่บวม  พิษน้ำมันเบนซินจะซึมลงไปทำให้พยาธิดิ้นตายและดันตัวขึ้นมาที่ผิวหนังเป็นตุ่มใส  เราสามารถให้เข็มสอยออกได้เลย  วิธีการใช้ใช้สำลีชุมน้ำมันเบนซินประกบบริเวณที่บวม  วันละ 3 ครั้งละ 10 กว่านาที
    จะมีอาการแสบเล็กน้อย  ให้เราประเมินเองว่าพอเหมาะแค่ไหน
    ผมเคยเป็น มีความทุกข์ใจมาก  เมื่อหายแล้วต้องการให้คนอื่นหายเช่นกัน
    เป็นสูตรจากพระสงฆ์วัดเบญจมบพิตร  รับรองหาย 100%
    โดย - ปรีชา ทุพแหม่ง - วันที่ 31 สิงหาคม 2553 เวลา 16:53

    เป็นรอยนูนแดงๆที่ขาย้ายที่ไปเรื่อยเป็นๆหายๆมาเป็นปีแล้วเพิ่งจะไปหาหมอมาสองวันที่แล้วหมอบอกว่าสงสัยจะเป็นตัวจี๊ดไม่ต้องรักษา อายุมันประมาณห้าปีมันจะตายเองถ้าไม่ขึ้นสมองไม่อันตรายแต่เราจะลองเอาวิธีที่คุณๆแนะนำลองดู   ถ้าได้ผลยังไงจะมาบอกนะ
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    รติยา    ยุธยาคะ   20/01/53
    โดย - รติยา - วันที่ 20 มกราคม 2554 เวลา 16:40

    เป็นตาย้าน แท้
    โดย - m - วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 เวลา 14:48

    รนุรีรุ
    โดย - t - วันที่ 26 พฤษภาคม 2554 เวลา 19:47

     พยายามอย่ารับทานอาหารดิบนะครับ..อันตรายมากๆตัวจี้ดจะอยู่กับอาหาร จำพวกสัตว์น้ำ..เป็นแล้วไม่คุ้มครับ.
    โดย - ดอยบึงกาฬ77 - วันที่ 26 พฤษภาคม 2554 เวลา 19:49

    ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆมาเมื่ือ 3 เดือนก่อน ปลายเดือนเมษา เจ็บใต้ซี่โครงขวา และเหมือนมีอะไรขยับอยู่ ทั้งที่ท้องและก้น  กินยา อัลเบนดาโซน ไปตั้งหลายชุด ก็ไม่ดีขึ้น มาตอนหลังมันกระจายไปอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย  ทั้งแขน ขา ตัว ท้อง คอ หน้า หัว มันกระจายไปหมด  และเดือนมิถุนายน เวลานั่งก็รู้สึกได้ว่ามันกระดิ๊บอยู่ที่ก้นกบ มันจะขึ้นลงระหว่างต้นขา ก้น และ เอว ซึ่งมันไม่ใช่ในทวารหนัก บ้างครั้งเหมือนมันพลุบโผล่เหมือนจะมาที่รูทวารแต่ก็ไม่ออกมาให้เห็นตัว เวลารำคาญมากเพราะรู้สึกได้ตลอด ก็เลยไปหา หมอที่จุฬา เจาะเลือด ตรวจอุจจาระ  ก็ไม่เจอสิ่งผิดปกติ  หมอก็ให้ยา แก้ภูมิความรู้สึกไวมากิน (ซะงั้น)  ก็เลยไปโรงพยาบาลปิ่นเกล้า  หมอให้อัลตร้าซาวด์ ก็ไม่เจออะไร ก็ให้ยา อัลเบนดาโซน มากินอีก  แล้วนัดเจาะเลือดคราวหน้า  ก็ไม่รู้ว่าเป็นพยาธิตัวไหน  แต่จากที่อ่านดู อาการมันก็เหมือนตัวจี๊ดนะ แต่ยังไม่เห็นมีที่บวม ไม่รู้จะรักษายังไง ทนกับมันมา 3 เดือนแล้ว ไม่เป็นอันทำงานอะไรเลย  คงต้องลองหากินกระเจี๊ยบขาวดู  ว่าจะได้ผลไหม
    โดย - เล็ก - วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 เวลา 8:04

    กระเจี๊ยบเขียววันละ 7 ฝัก
    โดย - ผ่านมา - วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 เวลา 18:22

    ผมก็เป็นอยู่ ไปหาหมอ หมอก็บอกว่าไม่มีวีธีรักษาให้หายตอน
    นี้เจ็บปวดมาก ใครมีวิธีช่วยแนะนำด้วยครับ
    เมล changky_kkk@hotmail.com
    โดย - กี้ - วันที่ 23 สิงหาคม 2554 เวลา 10:23

    แนะนำให้ไปรักษาที่เวชศาสตร์เขตร้อนค่ะอยู่แถวอนุเสาวรีย์ ใครที่ไปเจอะเลือดตรวจอุตจาระแล้วไม่เจอให้มาที่นี้เพราะว่าเพาะเชื้อประมาณ10วันรู้ผลว่ามีเชื้อตัวจี๊ดไหม ถ้าเจอะเลือดทั่วๆๆไปรับรองไม่เจอค่ะ ตอนนนี้ดิฉันก็รักษาอยุ่ทานยาอัลเบลดาโซลอยู่ แต่ต้องกินให้ครบ 3 อาทิตย์ หรือไม่ก็ลองกินกระเจียบมอญหรือกระเจี๊ยบขาวดูทำทุกอย่าง เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ
    โดย - กุ๊ก - วันที่ 7 ตุลาคม 2554 เวลา 13:19

    ตอบคุณ - กุ๊ก - วันที่ 7 ตุลาคม 2554 เวลา 13:19
    เวชศาสตร์เขตร้อน ผมไปมาแล้ว ตรวจทุกอย่างแล้วเป็นเดือน แต่ก็ไม่เจออะไร หมอส่งต่อมาแผนกผิวหนังให้ยามากินก้ไม่หาย  กระเจี๊ยบขาวก็กินเป็นเดือนแล้ว แต่อาการไชของพยาธิก็ยังอยู่ จากที่เคยรู้สึกแค่ที่ท้อง ตอนนี้ลุกลามไปทั่วทั้งตัว ทั้งแขน ขา ก้น ท้อง หน้าอก หลัง คอ หัว นับได้กว่า 30 จุด ซึ่งมันไม่ได้เจ็บ แต่รู้สึกถึงการดัน การส่าย และเคลื่อนที่  ตอนนี้ผ่านมาก็ 6 เดือนแล้ว ก็ยังรักษาอะไรไม่ได้เลย ทุกวันนี้ลุกแล้วหน้ามืด ตัวร้อนอุ่นๆ ท้องก็ร้องตลอดทั้งที่กินข้าวแล้ว กลุ้มใจมาก
    โดย - เล็ก - วันที่ 10 ตุลาคม 2554 เวลา 15:36

    คุณแม่เป็นอยู่คะ
    ใครที่ลองกินกระเจียบขาวหรือ กระเจี๊ยบเขียวแล้วผลการรักษาเป็นอย่างไรบ้างคะ
    โดย - -ปุ้ย- - วันที่ 21 ตุลาคม 2554 เวลา 11:32

    มีอาการบวมที่หน้าผากค่ะเหนือตาซ้ายขึ้นไป เวลาบวมเหมือนคนหัวโนเลยเป็นก้อนแข็งๆ ไม่เจ็บแต่เป็นคันๆนิดหน่อยเป็นบางวันโดยเฉพาะถ้ากินพวกปลาร้า(สุกก็เป็น)กลัวเป็นตัวจี๊ดมากค่ะเพราะว่าอยู่ตำแหน่งใกล้สมองเวลาไปหาหมอมันก็ไม่ขึ้นเวลาขึ้นส่วนใหญ่ก็เป็นกลางคืนหรือวันที่เราไม่ว่าง มีครั้งหนึ่งไปปรึกษาหมอๆว่าเป็นตัวจี๊ดแต่ทำอะไรมันไม่ได้กลุ้มมาก กระเจี๊ยบขาวมีที่ไหนบ้างใครมีส่งมาให้ปลูกหน่อย บางคนก็ว่าแพ้อาหารดิฉันว่าไม่ใช่หรอก เป็นมาได้ประมาณ 1 ปีแล้วแต่มันไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนค่ะ ใครตอบได้ตอบหน่อยนะคะ คิดว่าทำบุญกับคนที่กำลังกลุ้ม
    โดย - พัด - วันที่ 29 ตุลาคม 2554 เวลา 11:37

    ผมเคยแนะนำเกี่ยวกับใช้น้ำมันเบนซินที่บริเวณมือ  ถ้าเป็นส่วนที่สำคัญผมขอแนะนำ  ยังมีอีกสมุนไพรตัวหนี่ง ท่านให้ใช้ ใบต้นกุ่มบก ปริมาณตามต้องการ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด ผสมกันน้ำซาวข้าว ใช้พอกบริเวณอวัยวะที่เป็นโรคพยาธิตัวจี๊ด แล้วผ้าสะอาดพันไว้สักครู่หนี่ง จะเกิดอาการร้อนขี้น จงอดทนพยายามอย่าแกะยาออก  ให้ปรุงยานี้รักษาวันละครั้ง ทำประมาณ 3-5วัน  แล้วค่อยดูผลเอานะครับ  ถ้าใครใช้ได้ผลอย่างไรกรุณาตอบกลับด้วย  เพื่อเป็นแนวทางให้คนอื่นนะคับ
    โดย - ปรีชา ทุพแหม่ง - วันที่ 1 ธันวาคม 2554 เวลา 5:13

    เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ ดิฉันก็เป็นนะค่ะโรคนี้แต่ไม่ให้หมอพื้นบ้านเอาแป้งมาเป่าให้คะ แล้วตัวพยาธิก็ออกมาเข้ามาในแปง งงมากว่าออกมาได้ไงแต่หาหมอที่เป่ายากมาก แต่หายจริงๆนะคะ
    โดย - กิ่ง - วันที่ 22 มกราคม 2555 เวลา 21:51

    เราต้องไปหาหมออะไรคะตรวจโรคทั่วไปหรือเจาะจงแพทย์เฉพาะทาง
    โดย - จอย - วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 20:38

    หนูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการคล้ายๆแบบที่เล่ามา คือ บางครั้งหนูนั่งอยู่เฉยๆก็มีอาการคันที่มือขึ้นมาแล้วก็บวมประมาณ10-15นาทีจึงค่อยๆหายไปและพอตื่นนอนมาบางวันก็มีอาการตาบวมเหมือนคนโดนต่อยริมฝีปากก็เจ่อแต่ไม่เจ็บไม่คันนะหนูก็เลยใช้ก้อนน้ำแข็งประคบตรงบริเวณประมาณ10-15นาทีก็ค่อยๆหายไป แบบนี้หรือเปล่าค่ะที่เรียกว่าอาการของโรคพยาธิตัวจี๊ด ไปหาหมอๆก็ให้ยาแก้แพ้ แก้คัน ยาลดบวม ใครมีวิธีรักษาให้หายขาดช่วยบอกทีนะค่ะ หรือรู้จักยาชนิดไหนที่รักษาโรคนี้ให้หายขาดก็ช่วยกรุณาบอกทีค่ะหนูอยากหาย ขอบคุณค่ะ
    โดย - กุ๊กกิ๊ก - วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 17:51

    วันนี้ เป็นวัน ที่ 7 พอดีที่ผมกิน ขับพยาธิตัว จิ๊ด

    ปรากฎ ว่าทุกคนที่เห็นแขนผมต่างตกใจ เพราะ ไอ้ตัวจิ๊ด ดัยเจาะไช แขนผมจะออก มา  แต่มันจะเก่าเอาไปอีก

    ทันใดนั้นผมใช้เข็ม เจาะมันออก มัน มัน ดื้อมาก มันจะเข้าไปใหม่   นำไปให้หมอตรวจ  หมอบอกว่า  เคสแรกที่เคยเห็น    เรามีอะไรสงสัยเกี่ยวการ รักษา  โทรสอบถามข้อมูล ได้ จะครับ ฟรี 0867186364 ตี๋ ครับ วิธีการรักษา  เห็นใจ คนที่เป็นครับ มัน ทรมานจิตใจมาก  แต่ไม่รู้ว่าจะมีอีกใหม่  ต้องกินยาต่อครับ
    โดย - ตี๋ - วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 17:33

    ตอนนี้เป็นคันปวมแดงแบบว่าเดี๋ยวจี้ดแสบร้อนคันสลับกันเมื่อเดือนที่แล้วก็เป็นเดือนนี้กลับมาเป็นที่จุดเดิมอีกน่ารำคาญมากทำงานร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ได้กินของดิบแต่ต้องสัมผัสกับของดิบทุกวันเลยมั่นใจว่าต้องเป็นพยาธิตัวจีดแน่
    อยากหายคันมากเลย
    โดย - มล - วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 0:22

    บวมที่ตาคงขึ้นตากินยาถ่ายพยาธิของรพ.สมิติเวช(อยู่ในช่วงรักษา)บวมๆหายๆทรมานอยากหายไม่เป็นอันทำงานทราบผลเจาะเลือดว่าเป็นเมื่อ14ก.พ.คงอยู่ด้วยอีกนาน
    โดย - บักขาม - วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 16:08

    คุณเก็บมาฝากคะ... มันน่าจะเรียกว่ากระเจี๊ยบเขียวนะคะ หรือว่ากระเจี๊ยบขาวมันเป็นอีกพันธุ์นึงนะคะ เพราะว่าสรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวที่ทราบมา มันก็เป็นสมุนไพรรักษาพยาธิตัวจี๊ดเหมือนกันค่ะ
    โดย - Wisdom - วันที่ 20 มีนาคม 2555 เวลา 10:30

    ดิฉันก็เป้นค่ะเป็นมากด้วยพยาธิแพร่ไปทั่วตัว ขื้นสมอง อยู่ตามผิวหนัง อยู่ในมดลูกทำให้เลือดออกกระปริบกระปรอยนานรักษาหมอบอกเป็นเนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูกค่ะ และอยู่ทุกอาวัยวะของร่างกาย กินอัลเบนดาโชนไม่ทันใจเลยไปซื้อยาที่หน้าร.พ.ศิริราชขื่อpraziquantelกิน ต้องกินต่อเนื่องนะคะ ถ้าเป็นมากก็ต้องกินนานอาจจะ5-6เดือนถ้าเป็นน้อยก้กินน้อยลงให้สังเกตุอาการของตนเองเป็นหลัก ขอให้อดทนรักษานะคะ เห็นใจค่ะ และต้องหลีกเลืี่ยงอาหารจำพวกสุกๆดิบ ปลาร้า ของหมักดองด้วยนะคะ
    โดย - ป้า.......... - วันที่ 9 เมษายน 2555 เวลา 12:18

    ผมกำลังอย่ช่วงรักษาครับ เพราะมีอาการผื่นนูนยาว 3-4 จุด แต่ละครั้งจะเป็น1-2 วัน และประมาณ 4-5 วัน ก็จะเป็นอีก ผื่นเป็นครั้งแรกที่หลัง ครั้งที่ 2 เป็นที่รักแร้ ครั้งที่ 3 เป็นที่ท้ายทอยครับ ตอนนี้กินแอลเบนดาโซน 400 มก.เช้าเย็น ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ได้ผลยังไงจะบอกกล่าวให้ทราบครับ
    โดย - หน่มสารคาม - วันที่ 15 เมษายน 2555 เวลา 17:56

    ขอสนับสนุน กระเจียบขาว หรือกระเจี้ยบเขียวนั่นแหละ พอดิฉันได้ อ่านเว็บนี้ แล้ว รีบออกไปตลาดซื้อมากินทันที  ประมาณ ครี่งชั่วโมงรู้สึกดีขึ้นไม่คันจี้ดๆ กิน ประมาณ สิบฟัก อาการของดิฉัน เป็นตรงอวัยะเพศด้านข้าง สองข้าง บวมแดง และปวดๆคันจี้ดๆๆ ตอนแรกคิดว่า เป็น เชื้อรา ซ์้อมาทาก็ไม่หายให้ หมอเช็คก็ไม่อาการติดเชื้อใด และอาการจะบวม คันประมาณ 3-4 วัน ก็จะยุบ แล้ว ก็กลับมาเป็นอีก พออ่านในเน็ต อาการเป็นเหมือน พยาธิตัวจี้ด เลยลองซ์้อกระเจี้ยบมากินดีขึ้นจริงๆค ะไว้ ถ้ากินครบสามวันแล้วจะมาอัพเดทให้นะคะว่า อาการหายขาดหรือเปล่า
    โดย - คนไทย - วันที่ 30 เมษายน 2555 เวลา 20:56

    เคยเป้นค่ะ ขึ้นสมอง 10% จากที่คุณหมอบอกนะค่ะ อาการทรมานมาก ตรงกับที่ในนี้บอกเลยปวดศรีษะมาก แล้วก็อาเจียน วินเวียนมากชนิดว่าลืมตาไม่ได้เลย แต่ว่ามาคิดดูว่าไม่เคยทานอาหารที่ทำให้เกิดโรคได้ แต่พอมาดูจากนี้แล้วก็พอจะเข้าใจว่าเป็นได้ไง ชอบทานยำทุกชนิดเลยแต่ทุกครั้งก็ลวกวัตถุดิบหมดเลยนะค่ะ แต่มันก็อาจจะไม่สุกซะทีเดียว ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ จะปฏิบัติใหม่ เพื่อห่างไกล โรคนี้ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
    โดย - น้องไอร์ - วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 เวลา 10:03

    ทำอย่างไรให้พยาธิหายไปจากโลก   มีวิธีไหมค่ะ
    โดย - mews - วันที่ 26 พฤษภาคม 2555 เวลา 8:55

    ทำอย่างไรให้พยาธิหายไปจากโลก   มีวิธีไหมค่ะ
    โดย - mews - วันที่ 26 พฤษภาคม 2555 เวลา 8:55

    ตอนนี้เปนอยู่ค่ะ เปนมาสามปีล่ะ ทีแรกไปพบแพทย์ แพทย์ก่บอกให้หยุดกิน สุกๆดิบๆ หยุดมาได้ปีกว่าๆเกือบสองปี ก่กลับมากินอีก พอไม่ถึงปี ก่เริ่มมีอาการคันที่เดิมที่เคยเปน คันตามนิ้วเท้า เคลื่อนที่ไปตามฝ่าเท้า เวลาเดินปวดมากทั้งคันทั้งปวด ตอนนี้หยุดกินสุกๆดิบๆแล้วค่ะ จะหากระเจี๊ยบขาวมากินแล้วก่จะเอาน้ำมันเบนซิลมาทาบริเวณที่เปนด้วยค่ะ
    โดย - may - วันที่ 27 มิถุนายน 2555 เวลา 0:31

    แฟนเป็นมา5ปีแล้วค่ะ ลองกินกระเจี๊ยบขาวมา1- 2 เดือนแล้วค่ะแต่ก็ไม่หายขาด เพียงแต่อาการปวดบวมทุเลาลงมาบ้าง แต่เคยลองทำอีกวิธีหนึ่งเวลาที่อาการปวดบวมขึ้นมา ให้เอาเนื้อหมูสดมาแปะไว้ที่ตรงจุดนั้นทิ้งไว้สัก10-15นาทีแล้วอาการปวดจะค่อยๆดีขึ้นแล้วอาการบวมจะหายไปประมาณ 1-2 อาทิตย์ ค่ะ คนเฒ่าคนแก่เขาบอกมาค่ะ.
    โดย - กีต้าร์ นครศรีฯ - วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 เวลา 20:54

    4วันก่อนมันบวมมากเลยค่ะ. กินอัลเบ็ลดาโซน3วัน. มือหนูบวมจากหลังมืออ้อมมาหน้ามือปวดนิดๆคันหน่อยๆจนมาคันที่ฝ่ามือเปนจุดดำๆเลยเอาเข็มทิ่มลงไปตอนแรกนึกว่าเสี้ยนปักเลยบีบๆ บีบตรงจุดดำๆที่เห็นบีบไปบีบมามันก็แสบๆคันๆเลยไปล้างจานกองเน่าๆที่แช่มาหลายอาทิตย์เท่านั้นละค่ะอาการคันก็มากขึ้นแสบด้วยคันด้วยเจ็บด้วยเลยนั่งบีบออกจนในที่สุดพยาธิก็ออกมา เหมือนสิวเลยค่ะสิวเสี้ยนแต่ต่างกันแค่คนละสี มันขยับไปมาดิ้นไปดิ้นมา เลยเอาไปส่องกล้องดูในห้องlab. พยาธิตัวจี๊ดชัดๆค่ะ สงสัยมันจะออกมาตามกลิ่นจานเน่าๆตอนที่ล้างน่ะค่ะ ตอนนี้ก็งดอาหารสุกๆดิบๆค่ะงดยอดผัก เปนกำลังใจให้คนที่ป่วยอยู่นะคะ.
    โดย - กิ๊ก - วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 เวลา 23:16

    ผมมีอาการปวดหัวครื่นใส้จะอาเจียนได้7วันแล้วแต่ผมเคยเป็นโรคนี้และก็เป็นไมเกรนพร้อมกันอ๋อผมยังมีอาการคันในช่วงแรกด้วยแต่ผมก็ชอบทานสมตำปลาล้าแล้วยังมีอาการเหมือนมีอะไรวิ่งแล่นอยู่ตามตัวเวียนหัวแล้วก็มองไม่ค่อยชัดครับ
    โดย - ชัยยุทธ์ - วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 เวลา 22:14

    กระเจี๊ยบขาวหาซื้อได้ที่ไหนบ้างค่ะ
    โดย - เล็ก - วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 เวลา 0:44

    เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเคยเป็น รักษาที่ รพ.รามาธิบดี ก็ไม่หาย  ที่ รพ.เวชศาตร์เขตร้อน ก็ไม่หายหมอบอกว่า พยาธิมันอยู่ในตัวเราม่สามารถฆามันให้เตายได้ ขยายพันธ์ไม่ได้  เป็นอยู่แล้วกินตัวใหม่เข้าไปก็ไม่มีผล  มันจะอยู่ได้เพียงตัวเดียวในร่างกายเรา  ทางหลีกเลี่ยงคือไม่กินอาหารสด อาหารไม่สุก หรืออาหารหมักดองที่ทำจากสัตว์ เช่นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเจ่า กุ้งพล่า ของปิ้ง-ย่าง สุก ๆ ดิบ ๆ อาการก็จะไม่มี เพราะไม่มีอาหารไปหล่อเลี้ยงมัน  ผมต้องทนกินข้าวใข่เจียวนานกว่า 2 ปี หรือเน้นไม่กินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาการก็หายไป  จนรู้สึกว่ามันตายไปแล้ว ซึ่งอาการของมันถ้าเป็นทีจะเป็นติดต่อกันและเป็นหลายวันกว่าอาการที่บวมจะยุบ  คล้ายคนแพ้อะไรสักอย่าง คันและบวมเคลื่อนที่ได้  เมื่อไม่นานมานี้  หลังจากหายไปกว่า 12 ปี  อยู่ดี ๆ ก็มีอาการขึ้นมาอีก  ผมได้อ่านจากเวปนี้จึงซื้อกระเจี๊ยบขาวมากิน 1 อาทิตย์ ทัรนทีที่กิน วันแรกก็เชื่อได้ว่า กระเจี๊ยบมีผลในการยับยั้งมันได้ เพราะอาการบวมและผื่นคันหายไป  แต่ไม่รู้ว่าจะสามารถฆ่ามันให้ตายได้หรือเปล่า   แต่หลัง 1 อาทิตย์ที่ผมไม่ได้กินกระเจี๊ยบ  รู้สึกว่าสายตามันพร่ามัวลวง  มองอะไรไม่ชัดเจน  ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สายตาในการทำงานกับคอมพิวเตอร์มากไปหรือเปล่า  แต่ก็ภาวนาว่าไม่ให้เกี่ยวข้องกับพยาธิที่มีบางคนบอกว่าอาจขึ้นสายตาและทำให้ตาบอดได้
    คงต้องรอดูอีกสักระยะ มีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบครับ
    โดย - คนอยุธยา - วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:13

    ขอแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม
    กระเจี๊ยบขาว หรือกระเจียบเขียว หรือกระเจี๊ยบมอญ คืออย่างเดียวกัน  หาซื้อง่ายตามตลาดทั่วไป ราคาถูก วัก่อนซื้อมา 3 ขีด 10 บาท กินวันละ 7 ฝัก ก็ได้หลายวัน  เนื้อในฝักนำมาต้ม หรือผัด มีมีเมือกลื่น ๆ บางคนอาจไม่ชอบ  แต่ถ้านำไปแกงส้ม น่าจะกลมกลืนและกินง่าย หรือต้มสุกกินแกล้มกับน้ำพริก ก็กินง่าย  ถือเป็นพืชที่เป็นสมุนไพร กินมากน้อยก็ไม่มีพิษภัยต่อร่างกาย ไม่มีเอฟเฟกใด ๆ กับร่างกาย  ลองดูครับเผื่อเป็นวาสนาของตัวท่านที่เป็นพยาธิตัวจี๊ดอยู่
    โดย - คนอยุธยา - วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:26

    ปัจจุบัน รักษาได้แล้วน้ะครับ เพราะผมได้พบมากับตัวของผมเอง ลองดูรูปตามลิ้งได้เลยครับ หากผมโกหกขอให้มีอันเป็นไป   http://image.ohozaa.com/view2/wd3yVOng0jqd1S8B
    หรือคุยกับผมได้ครับ ที่เบอร์ 0810568537 ซึ่งวันนี้ผมได้มีโอกาสไปดูน้องคนหนึ่ง อยู่ จ. อุดรธานี
     ผมได้นำรูปมาแชร์ตามลิ้งนี้เลยครับ  http://image.ohozaa.com/view2/wd3CQZN6wBrVLd04   รอดูรูปหลังจากที่ผมได้รักษาน้องคนนี้แล้วผมจะนำรูปของน้องมาแชร์อีกครั้งครับ
    โดย - ขุนทอง - วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 เวลา 22:28

    ผมมีอาการปวดที่หัวบริเวณท้ายทอยเป็นมาหลายเดือนแล้วไปหาหมอเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเอกซเรย์สมองก็ไม่เป็นอะไรแต่มันยังมีอาการปวดนึบๆอยู่ผมกลัวจะเป็นพยาธิไม่เป็นตาทำอะไรเลยกลัวตาย
    โดย - ตั้ม - วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 เวลา 13:54

    ดิฉันเพ่ิงมีอาการค่ะ คันตามร่างกายเหมือนมดไต่
    ทั่วร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ไม่มากนัก ไม่บวม ไม่นูน 
    ไปซื้อยาถ่ายพยาธิมากินแต่ก็ยังมีอาการอยู่  อย่างน้ี
    ใช้่พยาธิตัวจี๊ดหรือไม่ค๊ะ  เป็นกับวงมาก

                เรียนผุู้รู้ตอบด้วยค่ะ และจำรักษาอย่างไร
    โดย - คนไทย - วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 เวลา 16:44

    ผมก็เหมือนกันมีอาการปวดนึบๆตามตัวคันๆบ้างแต่ไม่มีอาการบวม นูน ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือไม่ไปตรวจมาหมอบอกว่าไม่สามารถตรวจได้แน่นอนต้องรอให้มีอาการควรทำอย่างไรดี
    โดย - ตั้ม - วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 เวลา 18:26

    เป็นมานานแล้วแต่ไม่มีอาการ  แต่เป็นรอยให้เห็นว่าเป็น
    โดย - เปานาดง - วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 เวลา 7:52

    ดิฉันก็เป็นคะเป็นจนไม่มีกะใจจะทำอะไรเลยคะอาการตอนนี้ดิฉันมีแผลตามหน้าขาและต้นคอมันจะขดอยู่ตามแผลทำให้คันและเจ็บเวลาตัวมันไชแต่ดิฉันใช้มือจิกดึงมันออกมาได้บ้างไม่ได้บ้างบางทีตัวมันก็ขาดตอนนี้กินยาalbendazoleอยู่คะกระเจี๋ยบก็ลองแล้วยังไม่ได้ผลเลยคะอาการก็ยังเหมือนเดิมคะเคยให้นำเกลือฆ่าเชื้อก็กินมันก็ดีแต่ไม่นานก็มีอาการอีกอยากหายใครรู้จักวิธีรักษาช่วยบอกต่อเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ
    โดย - หนู - วันที่ 8 ตุลาคม 2555 เวลา 18:24

    ตอนนี้ทดลองใช้ลูกมะเกลือกินกับมะพร้าวอาการดีขึ้นและไปหาหมอผิวหนังที่ระยองก็ดีขึ้นมากอารที่ทนทรมานมานานก็หายไปเลยคุณหมอให้ยาตัวใหม่แทนalbandazoleแผลที่เกิดจากการเกาแกะก็แห้งดีขึ้นมากม๊ากคิดว่าคงจะหายซะทีสู้ๆๆๆๆนะคะทุกคนขอให้หายจากโรคบ้าๆๆๆนี้กันทุกคนนะคะ
    โดย - หนู - วันที่ 14 ตุลาคม 2555 เวลา 17:20

    ตอนนี้ทดลองใช้ลูกมะเกลือกินกับมะพร้าวอาการดีขึ้นและไปหาหมอผิวหนังที่ระยองก็ดีขึ้นมากอารที่ทนทรมานมานานก็หายไปเลยคุณหมอให้ยาตัวใหม่แทนalbandazoleแผลที่เกิดจากการเกาแกะก็แห้งดีขึ้นมากม๊ากคิดว่าคงจะหายซะทีสู้ๆๆๆๆนะคะทุกคนขอให้หายจากโรคบ้าๆๆๆนี้กันทุกคนนะคะ
    โดย - หนู - วันที่ 14 ตุลาคม 2555 เวลา 17:27

    เป็นเหมือนกันกินยาalbandazoleมา2อาทิตย์ยังคันอยู่และกระจาย แก่แล้วไม่ทันมองว่ามีตัวออกมากับแผลตายเลยป่านนี้ติดกันทั้งบ้าน
    มาออกอาการตอนกินมังสวิรัติ 2 ปี คงไม่มีอาหารให้มันกิน
    ตอนนี้ยังไชอยู่ทั่วตัวและตา ทำให้ตามัว  เมื่อก่อนมันอยู่ที่สมอง ทำให้ปวดประสาทเส้นตามร่างกาย
    โดย - แม่กลัวติดลูก - วันที่ 15 ตุลาคม 2555 เวลา 14:39

    ตอนเด็กๆเลี้ยงแมวชอบอึในห้องน้ำเราต้องราดลงท่อ พื้นห้องน้ำเปียกเข้าทีไรก็จะรู้สึกมีตัวอะไรไชเท้าเสมอ แต่มองไม่เห็นลองเกาๆดู ผ่านไป 15-20ปี ก็คันก้นเวลาทานกระเจี๊ยบเขียวจิ้มน้ำพริก ก็ไปซื้อฟูก้าคาร์ครั้งเดียวเม็ดเดียวมากิน ทุกครั้งที่คัน ก็ไปก็ 8-10ครั้ง
    บางครั้งมีอะไรเหมือนมาไชตาขาว พบว่าตามัวลงมาก ภายใน ปี 2ปี เกิดวุ้นในตามเสื่อมเมื่อมองดูเวลาหมอส่องกระทบไฟ วุ้นนั้นมีเส้นลอยไปมา มองดูคล้ายคราบของตัวลูกน้ำ
    เข้าใจว่าการทำแบบนี้(กินยาไม่ต่อเนื่อง) คือการทำให้มันขึ้นสมอง หลังจากนั้นก็ปวดเส้นข้างขวาที่วุ้นในตาเสื่อมนั้น เป็นนานๆ ผ่านไปอีกปี 2ปี มีอาการชาครึ่งตัวเป็นมาตอนกลางคืน กรอกตาไม่ได้ขาขวา และ ใบหน้าข้างขวาชา มีการบวมของระบบน้ำเหลือง ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องผื่นคันตามตัวเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว
    ตอนนั้นยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่ได้รับคำแนะนำให้กินยาเพียงจือหวาง ซื้อแถววัดตึก กิน 8 เดือนอาการที่ร้ายแรงทำถ้าว่าจะกลับบ้านเก่าก็เป็นปกติ เลิกทานยาไป 2 เดือน เกิดก้อนที่ขาบวมมากและผื่นที่ปกติขึ้นประจำ ไปหาหมอผิวหนังให้ไป รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน
    หมอทำท่าว่าไม่น่าเป็นตัวจิ๊ด แต่ขอหมอเจาะเลือด แล้วกลับไปฟังผล 2 อาทิตย์ ขอยาไปกินด้วย albandazole กินไปก็คันมากขึ้นคิดว่าไม่ดีขึ้น หยุดยาไป 2วันก่อน พบหมอ  ก็มีอาการพยาธิไชทั่วตัว ตา หน้าชา จึงขอเตือนทุกคนว่าห้ามหยุดยาระหว่างรักษามันจะกระจายไปทั่ว
    เมื่อวานมัันไชตาอย่างมาก แล้วก็ไชรูจมูก ลองแหย่ให้จามน้ำมูกไหล ก็สั่งในทิชชู ว่าจะทิ้งลองเอาแว่นขยายมาส่อง พบมีตัวขาวๆ เกาะปลายน้ิวกลาง เหมือนขนรักแร้ความยาวครึ่ง ซม. แต่สีชาว ร่างกายมันผอมแห้งแต่ปลายหัวมันกัดจิกนิ้วเราแน่น พยามยามด฿งออก อีกมือถือแว่นขยายไปด้วยก็ไม่ถนัด พอหลุดมันก็รีบมุดเข้าชอกเล็บนิ้วชี้ทันทีทีนี้เคาะไม่ออกรับไปล้างมือฟอกสบู่
    ทั้งหมด จะบอกว่าไม่ต้องห่วงว่าจะติดลูก เพราะติดชัวร์ ตัวเล็กขนาดนี้ หั่นหมู ปลา ก็คงมองไม่เห็น เข้าห้องน้ำล่างก้นคงติดออกมา มิน่าเค้าให้ล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือหยิบอาหาร
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 18 ตุลาคม 2555 เวลา 10:45

    ฟังผลหมอบอกว่าคุณไปทำอะไรมาเป็นตัวจี๊ดจริงๆ ให้กินยาต่อให้ครบ 3 อาทิตย์ แล้วขอหมอเจาะเลือดดูใหม่
    กรรมที่มีต่อกันแท้ๆ ถ้าไม่กินยาไม่ต่อเนื่องคงไม่กลับขึ้นที่ตา สมองอีก
    แนะนำกระเจี๊ยบเขียวต้องกิน 7-10 ฝัก ติดกัน 7-10วัน เวลาก่อนนอนหรือมื้อเย็นจะดี อยากกินแบบหยุดๆ มันจะหนีหาที่อยู่ใหม่
    ให้ชัวร์ไมเวชศาตร์ตรวจเลยอย่าทิ้งไว้จะเป็อัมพฤกต์ถาวร
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 18 ตุลาคม 2555 เวลา 10:54

    อ้อ ถ้าคันทั่ทวารไม่ใช่พยาธิตัวจึ๊ดนะ พันธ์อื่น คิดว่าคนเกือบทุกคนคงเป็นพยาธิ ถ้าไม่ไปยุ่งกับมันก็อยู่ด้วยกันไป ถ้าไปกินกระเจี๊ยบมันไม่ชอบมันก็หนีไปที่อื่น
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 18 ตุลาคม 2555 เวลา 12:43

    มันออกมาทางรูทวารติดออกมากับกางเกงในตอนแรกไม่รุ้ตัวอะไรลองค้นหาดูเลยรู้ว่าพยาธิตัวจี๊ด. กังวลมากว่ามันจะมีอีกและทำไมมันออกมาทางรูทวารเพราะไม่เคยมีอาการคันตามที่ต่างมาก่อนแต่เจอออกมาแบบนี้เครียดมาก
    โดย - โบกี้ - วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา 0:44

    ผลตรวจเลือดหลังทานยา 21 วัน ที่เวชศาสตร์เขตร้อน คือ หายแล้ว ค่าเป็น ลบ
    แต่ผลทางสมองยังมีอยู่ ตัวชาครึ่งซีก ไม่รู้ว่าจากการทำลายของพยาธืหรือเปล่า หมอตรวจต่อเนื่องอยู่ ไม่สามารถกลอกตาได้สุด
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา 12:41

    สวัสดีค่ะ  พอดีว่าคุณพ่อเป็นอะไรไม่รู้ค่ะอยู่ดีๆปากคูณพ่อก็บวมค่ะ 
    โดย - คุณลูก - วันที่ 2 ธันวาคม 2555 เวลา 14:55

    พยาธิไม่ได้ขึ้นสมอง แต่เคมีที่กิน 21 วัน เช้า เย็น  มากกว่าที่เขียนไว้ที่กล่องให้กินครั้งเดียวเม็ดเดียว ถึง 84 เท่า มีผลต่อร่างกาย ทุกระบบ ทั้งประสาท และระบบเลือด ตอนนี้เป็นโรคข้ออักเสบที่นิ้วโป่งต่อมาที่นิ้วชี้ ศอก เข่า เริ่มไม่พร้อมกัน ยังกลัวว่าจะแพ้ภูมิตัวเองด้วยหรือเปล่า ตรวจหมดแม๊ะบอกว่าตับถูกทำลายอย่างมาก
    ขับสารพิษด้วยสมุนไพร และอาหารจะทันหรือเปล่าไม่รู้
    สมดุลในร่างกายเสียหมด ไม่สามารถนอนหลับเองได้ ตื่นมาหนาวสะท้านตอนเที่ยงคืน แล้วนอนไม่หลับอีก ท้องเสีย หิวน้ำอย่างมาก อาจจะแก่แล้วไม่อาจรับยาจำนวนมากได้
    พยาธิตาย เราก็ตายด้วย กรรมคือการกระทำนะ
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลา 14:55

    ดิฉันก็มีอาการคันที่ตัวเหมือนมีอะไรเดิน  บางที่ก็เหมือนโดนตัวอะไรกัด บางครั้งก็รู้สึกว่ามาอยู่ที่ตา ทำให้ปวดกับแสบตามาก อ่านหนังสืออาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา บอกให้กินกระเจี๊ยบเขียววันละ 7-10ฝัก ใช้สารส้มถูตัวก่อนอาบน้ำ (ระวังความคมของสารส้ม) แล้วล้างออกด้วยสบู่ ขอแนะนำให้ถูตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้า เช้า-เย็น ทำจนกว่าจะหาย ดิฉันทำมา 2 อาทิตย์แล้วยังไม่หาย ถ้าใครเพิ่งเป็นก็อาจจะหายได้  ให้อดทน แต่ถูด้วยสารส้มจะทำให้ผิวแห้ง  ควรทาโลชั่น  อีกประการ ใช้สารส้มถูตัวนานๆ ไม่รู้ว่ามีสารพิษหรือเปล่า เพราะดิฉันรู้สึกเหมือนเป็นตะคริวที่น่องตอนกลางดึก ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น ดิฉันรู้ความทุกข์ทรมานใจ เพราะบางครั้งไม่กล้าหลับ หรือบางครั้งตื่นกลางดิกแล้วตาสว่าง สิ่งที่กังวลอีกอย่างก็คือกลัวลูกติด  แต่เขาก็ติดแล้ว  อีกประการหนึ่งดิฉันไปหาหมอที่รพ.จุฬา หมอส่งดิฉันไปแผนกจิตเวช  มันเสียความรู้สึกมาก  เราทุกข์ใจกับสิ่งที่เป็น ตัวก็มองไม่เห็น รักษาก็ไม่รู้ผล แถมยังถูกหาว่าจิตผิดปรกติอีก นี่คือประสบการณ์การรักษาที่ดิฉันอยากจะแชร์  กำลังหาข้อมูลว่าสารส้มมีพิษหรือเปล่า  ใครรู้ช่วยบอกด้วย
    ถ้าใครอยากจะคุยกับดิฉัน อีเมล์มาที่ jintas491@gmail.com
    โดย - ลูกก็ติด - วันที่ 29 ธันวาคม 2555 เวลา 16:55

    สารส้มมีพิษกับไต เพราะมีสารอะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายประมาณร้อยละ 3 ถูกดูดซึมแพร่กระจายผ่านทางระบบเลือดไปยังปอด ตับ กระดูก และสมอง และถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะผ่านไต ซึ่งอาจทำให้ไตเสื่อมได้
    สารส้มปนเปื้อนอยู่ในน้ำดื่มปริมาณที่สูงอาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องร่วง เกิดผื่นคันเป็นแผลร้อนในได้ และที่สำคัญที่สุด คือ เกิดภาวะสมองเสื่อม และเป็นโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากอะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเนื้อเยื่อประสาท
    โรคไตอ่อนแอมีอาการหนึ่งคือเป็นตะคริว
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 9 มกราคม 2556 เวลา 16:53

    ตอนนี้กินอาเบนดาโซล 10วันแล้ว(400ก เช้ามื้อเดียวพร้อมอาหาร) อาการหนักกว่าเดิม คิดว่ายาออกฤทธิ์ ทำให้พยาธิไม่สามารถนอนหลับอย่างสบายเหมือนเดิมได้ อาการคือ คันเป็นหย่อมๆ แขน คอ หน้า คาง และเป็นลมพิษท่ีหน้าและคอมา 3 วันแล้ว(มีอาการแสบร้อนคัน) และ ที่จมูกมีตุ่มใสขึ้นเล็กเบียดกันขึ้นประมาณ10เม็ด หวังว่ามันจะหาย เป็นมาจะ20ปีแล้วค่ะ เดี๋ยวจะลองกินกระเจี๊ยบด้วย. ถ้าทำครบคอร์ส21 วันจะแจ้งอีกทีค่ะ ออเพื่อนๆอย่าลืมดีท็อกตับหลังจบคอร์สน่ะค่ะ
    โดย - จิ๋ว - วันที่ 21 มกราคม 2556 เวลา 20:35

    เป็นมา5 6ปีแล้วไปเวชศาสตร์เขตร้อนหมอสันนิฐานว่าเป็นแต่ตรวจเชื้อไม่พบทรมารมากตอนี้เป็นอยู่ที่หน้ากระเจียบก็กินแล้วแต่ไม่หาย
    โดย - ฟ้า - วันที่ 13 มีนาคม 2556 เวลา 19:22

    ดิฉันก็เคยเป็นที่หลังมือด้านขวา. รับประทานยาแล้วก็ไม่หาย. ในที่สุดลองไปผ่าตัดแต่มันก็ดิ้นหนีไปเรื่อยๆ. จนในที่สุดต้องพึ่งทางไสยศาสตร์ไม่น่าเชื่อเจ้าตัวจี๊ดมันออกมาจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวเลย. ดิฉันไปรักษาที่บ้านทางหลวงจังหวัดปราจีนบุรี. จำทางเข้าได้ว่ามีป้ายชื่อบ้านทางหลวงใหญ่ ๆ แล้วขับตรงเข้าไปในซอยแล้วถามหาบ้านหมอที่เขารักษา. หมอเป็นคนำดีมากไม่เรียกร้องค่าตอบแทนสุดแท้แต่จะทำบุญ. ขากลับมีการขายข้าวหลามที่มีไส้ตรงกลางอร่อยมาก ๆจะมีขายระหว่างทางกลับค่ะ.
    โดย - ครูอิ๋ว. จันทบุรีค่ะ - วันที่ 18 มีนาคม 2556 เวลา 18:32

    กลัวมากเลยค่ะ รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่เท้า ไม่เป็นอันเรียนเลยค่ะ พอลองสังเกตุดูมันเป็นเส้นแดงๆ เปลี่ยนบริเวณไปเรื่อย กังวลมากเลย YY
    โดย - pupae english - วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 เวลา 19:54

    ไปตรวจหมอแมะหมอบอกว่าตับไม่ดี เดิมก่อนกินยาถ่ายพยาธิ21วัน ตับดีเป็นปกติ ทำเอาร่างกายทรุด
    แต่อาการที่กินยาถ่ายพยาธิไม่ครบ เช่นกินฟูก้าคาร์ครั้งเดียวเม็ดเดียว 5 ครั้ง ใน6-8ปี ช่วงนั้นมีอาการวุ้นในตาเสื่อม (หมอบอก) ซึ่งสังเกตว่ามันมีเพิ่มตัวที่ลอยไปมาในวุ้นตา เราบอกว่าไม่ใช่มันเหมือนคราบอะไรซักอย่าง เทียบกับคราบลูกน้ำเหมือนแบบนั้น เวลาที่มองฝาผนังสีขาวหรือพื้นเรียบๆจะมีอะไรลอยในตาข้างขวา และบางครั้งเหมือนมีตัวอะไรดิ้นไชในตาขาว หมอขยายม่านตาบอกว่าปกติ
    หยากใยนั้น หมอเรียกว่าวุ้นในตาเสื่อม
    วันนี้ประจักษ์แล้วมันคือพยาธิตัวจี๊ดขึ้นตา ก่อนมันจะจากไปก็ดิ้นมาก นับจากตรวจเชื้อซ้ำว่าไม่พบพยาธิแล้วไม่มีอาการไชตาอีกเลย  แต่คราบมันในตายังอยู่
    โดย - แม่กลัวลูกติด - วันที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 13:17

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    หอยทาก" นับพันตัว! บุกแฟลตตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก (ชมคลิปชัดๆ) (ดีโพลมา2572)ร่วมกับสื่อสย
    หนังเรื่องคัมภีร์หยุดกระสุน (ดีโพลมา2571)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2570)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    ตำรวจแคนาดาเผยภาพนาทีระทึก มือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในรัฐสภา (ชมคลิป) (ดีโพลมา2569)ร่วมกับส
    หนังเรื่องทะลักจุดแตก(ดีโพลมา2568)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังเรื่องทะลักจุดแตก
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2567)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    กฎหมายเรื่องการวิ่งเต้นล้มคดี(ดีโพลมา2566)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27(ดีโพลมา2565)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2564)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    ลูกครูญี่ปุ่น ถูกฆ่าหั่นศพ รุดพบตำรวจ (ดีโพลมา2563)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 26(ดีโพลมา2562)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    ออกกำลังอย่างไรในคนทำงานคอมพิวเตอร์
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2561)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    ขับรถอย่างไรจึงไม่ปวด
    ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “สมชาย ไพบูลย์” แนวร่วม นปช.และอดีต ส.ข.บางบอ
    รพ.จุฬาลงกรณ์ เชิญประชาชนร่วมบำเพ็ญกุศล (ดีโพลมา2559)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม -ตอนที่ 25(ดีโพลมา2558)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน).
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2560)
    กฎหมายค่าส่วนกลาง(ดีโพลมา2559)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 24 (ดีโพลมา2558)
    กินอย่างไร เมื่อไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
    กินอย่างไรห่างไกลเบาหวาน
    กินอย่างไร เมื่อเป็นโรคเบาหวาน
    หางาน part time งานผ่านเน็ต รับงานทำที่บ้านได้ คลิก
    โรคความดันโลหิตสูง รักษาได้ แค่หลีกให้ไกลจากโซเดียม
    อีเมล และสมอง อัศจรรย์แห่งการเชื่อมโยง
    Japanese Language Course
    แค่หลับสนิท ก็ผอมได้ไม่น่าเชื่อ!
    อลังการอะ ศิลปะบนผนังที่ห้างรูปเกือกม้าในเนเธอร์แลนด์
    วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์ สูตรเด็ดที่สาว ๆ ต้องคิดก่อนลอง !
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2556)
    สตช. เพิ่งตื่น สั่งเข้มปราบปรามแหล่งเงินกู้นอกระบบ(ดีโพลมา2555)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 23(ดีโพลมา2554)
    30 วิธีฉลาดสุดๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณ “ง่ายขึ้น” ไปดูว่ามีอะไรบ้าง!
    การปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเป็นคนที่มีความสุขทำอย่างสม่ำเสมอ
    งานพิเศษ งานรายได้เสริม ใช้เวลาว่างๆ 2-3 ชั่วโมง ทำงาน ที่นี่ค่ะ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2553)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่18ต.ค.2557(ดีโพลมา2552)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 22(ดีโพลมา2551)
    ตามหาญาติ (ดีโพลมา2550)
    หางานทำที่บ้าน งานทำทางเน็ต สร้างรายได้ที่บ้านค่ะ
    เลือกที่พัก รายวัน รายเดือน อย่างไรดี
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2549)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2548)
    แต่งตั้งนายตำรวจราชสำนัก (ดีโพลมา2547)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 21ขอขอบคุณที่มาของข่าว/ภาพจากผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านล่างนี้ทุก

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 109.2002ms