เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1818 คน
Priew Nitiyaporn
Ling Ling
About me:
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • หนัง Suck Seed (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • MVเพลงเธอก็ยังมีฉัน ขนมจีน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กิจกรรมส้มป่อยพิทยาคม54 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • MVสุนทร54-ส้มป่อย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประชาคมอาเชียน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กันยายน 2557>
     
    3525262728293031
    361234567
    37891011121314
    3815161718192021
    3922232425262728
    40293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 3502
    • เฉพาะวันนี้ 3
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 5
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ประชาคมอาเชียน
    31 สิงหาคม 2554 - 8:45:00

    ประชาคมอาเซียน
    ความเป็นมา
    การสิ้นสุดของยุคสงครามเย็นและการก้าวเข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัฒน์ทำให้
    อาเซียนต้องปรับตัวเพื่อรักษาสถานภาพ ความสำคัญและความเกี่ยวข้องขององค์กรในภูมิภาค
    การจัดตั้งประชาคมอาเซียนเกิดจากปัจจัยภายในคือ การที่อาเซียนไม่สามารถแก้ไขปํญหาและ
    ความท้าทายใหม่ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจัยภายนอกคือโลกาภิวัฒน์ทำให้ประเทศต่างๆ
    ต้องพึ่งพากันและแข่งขันกันสูงขึ้น ประเทศสมาชิกจึงเห็นความสำคัญของการร่วมมือกันอย่าง
    ใกล้ชิดยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งและอำนาจต่อรองให้กับรัฐสมาชิก
    ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 9 ในเดือน ต.ค. 2546 ที่บาหลี ผู้นำ
    อาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II
    หรือ Bali Concord) เห็นชอบให้มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี
    2020 ต่อมาในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 12 ในเดือน ม.ค. 2550 ที่เซบู ประเทศ
    ฟิลิปปินส์ ผู้นำฯ ได้ตกลงให้มีการจัดตั้งประชาคมให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นเป็นภายในปี 2015
    ประชาคมอาเซียนคืออะไร
    ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยความร่วมมือ 3 เสาหลัก คือ ประชาคมความ
    มั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community – ASC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN
    Economic Community – AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Cultural
    Community - ASCC) เสาหลักแต่ละด้านมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
    - ประชาคมความมั่นคงอาเซียน มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ประเทศใน
    ภูมิภาคอยู่อย่างสันติสุขโดยการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคโดยสันติวิธี และยึดมั่นในหลักความมั่นคง
    รอบด้าน ประชาคมความมั่นคงอาเซียนจะ (1) ใช้ข้อตกลงและกลไกของอาเซียนที่มีอยู่แล้วในการ
    เพิ่มศักยภาพในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทภายในภูมิภาค รวมทั้งการเผชิญหน้ากันภัยคุกความ
    รูปแบบใหม่ เช่น การก่อการร้าย การลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ
    อื่นๆ และการขจัดอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงง (2) ริเริ่มกลไกใหม่ๆ ในการเสริมสร้างความ
    มั่นคงและกำหนดรูปแบบใหม่สำหรับความร่วมมือด้านนี้ ซึ่งรวมถึงการกำหนดมาตรฐาน การ
    ป้องกันการเกิดข้อพิพาท การแก้ไขข้อพิพาท และการสร้างเสริมสันติภาพภายหลังการยุติข้อพิพาท
    (3) ส่งเสริมความร่วมมือทางทะเล ทั้งนี้ ความร่วมมือข้างต้นจะไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของ
    ประเทศสมาชิกในการดำเนินนโยบายการต่างประเทศ และความร่วมมือทางทหารกับประเทศนอก
    ภูมิภาค และไม่นำไปสู่การสร้างพันธมิตรทางการทหาร
    1
    - ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ภูมิภาคเอเชีย
    ตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้ โดย (1) มุ่งให้เกิด
    การไหลเวียนอย่างเสรีของสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลด
    ปัญกหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020 (2) ทำให้อาเซียนเป็นตลาด
    และฐานการผลิตเดียว (single market and production base) โดยจะริเริ่มกลไกและมาตรการ
    ใหม่ๆ ในการปฏิบัติตามข้อริเริ่มทางเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว (3) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิก
    ใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัว
    ทางเศรษฐกิจของอาเซียน (4) ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาค
    ตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัญและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการ
    คมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนา
    ทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน
    ในการนี้ ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบให้เร่งรัดการรวมกลุ่มสินค้าและบริการสำคัญ
    จำนวน 11 สาขาให้เป็นสาขานำร่อง ได้แก่ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ /
    ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การ
    บริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน) ซึ่งอาเซียนได้ดำเนินการดังนี้
    1) กำหนดให้ประเทศสมาชิกรับผิดชอบในการจัดทำ Roadmap ในแต่ละสาขา ได้แก่
    - ไทย: ท่องเที่ยวและและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)
    -
    พม่า: สินค้าเกษตรและสินค้าประมง
    -
    อินโดนีเซีย: ยานยนต์และผลิตภัณฑ์ไม้
    -
    มาเลเซีย: ยางและสิ่งทอ
    -
    ฟิลิปปินส์: อิเล็กทรอนิกส์
    -
    สิงคโปร์: เทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริการด้านสุขภาพ
    2) จัดทำกรอบความตกลงว่าด้วยการรวมกลุ่มสินค้าและบริการ 11 สาขาดังกล่าว คือ
    Framework Agreement for the Integration of the Priority Sectors และพิธีสาร1
    สำหรับแต่ละสาขา คือ ASEAN Sectoral Integration Protocol อีก 11 ฉบับ เพื่อ
    กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการร่วมที่จะใช้ในการรวมกลุ่มสินค้าและบริการสำคัญ
    ทุกสาขา โดยมีมาตรการสำคัญคือ การเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การ
    อำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน และ
    ความร่วมมือในด้านอื่นๆ
    1
    เป็นข้อตกลงประเภทหนึ่ง
    2
    3) กำหนดให้ปี ค.ศ. 2010 เป็น deadline สำหรับการรวมตัวของสินค้าและบริการ 11 สาขา
    ดังกล่าว โดยให้มีการผ่อนปรนสำหรับประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (CLMV)
    - ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้
    ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ร่วมกันในสังคมที่เอื้ออาทร โดยเน้นความร่วมมือในด้านต่างๆ
    อาทิ (1) การพัฒนาสังคม โดยการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่อาศัยในถิ่น
    ทุรกันดาร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของกลุ่มต่างๆ ในสังคม (2) การพัฒนาการ
    ฝึกอบรม การศึกษาขั้นพื้นฐานและสูงกว่า การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้าง
    งาน และการคุ้มครองทางสังคม (3) การส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
    การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เช่นโรคเอดส์ โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (4) การจัดการ
    ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (5) การส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักคิดและศิลปินในภูมิภาค
    ประเทศไทยกับประชาคมอาเซียน
    1. ประชาคมความมั่นคงอาเซียน
    สันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพทางการเมืองเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาใน
    ด้านอื่นๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ประชาคมอาเซียนมุ่งส่งเสริมความ
    ร่วมมือเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคตลอดมา โดยได้มีการลงนามใน
    เอกสารท่างการมืองต่างๆ อาทิ (1) สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
    เฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation, TAC) ปี 2519 ซึ่งกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการ
    ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคที่มุ่งเน้นการสร้างสันติภาพและความมั่นคง ความ
    เตริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจลความร่วมมือระหว่างกัน (2) สนธิสัญญาว่าด้วยภูมิภาคเอเชีย
    ตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตแห่งสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลาง (Zone of Peace, Freedom
    and Neutrality Declaration หรือ ZOPFAN) เมื่อปี 2514 ซึ่งเสดงเจตนารมณ์ของประเทศ
    สมาชิกที่จะทให้ภูมิภาคนี้ปลอดจากการแทรกแซงจากภายนอก (3) สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธ
    นิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty on the Southeast Asian Nuclear
    Weapon-Free Zone หรือ SEANWFZ) ปี 2537 ซึ่งห้ามมิให้ประเทศภาคีผลิต ครอบครอง ขน
    ย้าย หรือทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค รวมทั้งได้ริเริ่มการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือ
    ด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum – ARF) อัน
    ประกอบ ด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และประเทศผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน ซึ่ง
    ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกรวมทั้งสิ้น 23 ประเทศเพื่อเป็นเวทีในการเสริมสร้างความไว้วางใจกัน
    ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
    3
    ปัจจุบันอาเซียนขยายความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงออกไปให้กว้างขวาง
    ขึ้น รวมถึงความร่วมมือเพื่อตอบสนองต่อสิ่งท้าทายใหม่ๆ และสถานการณ์แวดล้อมทางการเมือง
    ระหว่างประเทศ เช่น การจัดการกับปัญหาข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการก่อการร้าย
    อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด ซึ่งรัฐใดรัฐหนึ่งมิอาจแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยลำพังแต่
    ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกประเทศ
    ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน2 2.
    การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทาง
    เศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนในตลาดโลก ซึ่งนับวัน
    จะเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยอาเซียนจะสามารถขยายการค้าและการลงทุนทั้งภายในภูมิภาค
    และระหว่างภูมิภาคให้สูงขึ้น เนื่องจากการลดอุปสรรคทางด้านภาษี และที่ไม่ใช่ภาษีต่างๆ ลง โดย
    ประโยชน์สำคัญจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน ได้แก่
    1. ช่วยขยายการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคให้สูงขึ้น เนื่องจากทำให้มีการ
    เคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และเงินทุนได้อย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต
    และส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในภูมิภาค (outsourcing) มากยิ่งขึ้น
    2. ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศที่สาม
    3. สร้างอำนาจการต่อรองของอาเซียนในเวทีโลก
    4. เพิ่มสวัสดิการและยกระดับความเป็นอยู่ของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจะ
    สามารถเลือกสรรสินค้าต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้นในราคาที่ต่ำลง รวมทั้งได้รับสินค้าที่มีมาตรฐาน
    ในระดับภูมิภาคและระดับโลก
    5. พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน
    6. ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเนื่องมากจากการ
    ประหยัดต่อขนาด (economy of scale) การแบ่งงานกันทำ (division of labor) และการพัฒนา
    ความชำนาญในการผลิต (specialization) ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน
    โอกาสทางการค้าของไทยจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
    ในส่วนของไทย ภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน
    มาโดยตลอด เนื่องจากเล็งเห็นว่า อาเซียนเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการ
    เจริญเติบโตต่อไป ประกอบด้วยประชากรรวมกันกว่า 550 ล้านคน นอกจากนี้ การส่งเสริมการ
    รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในสาขาสำคัญยังจะช่วยให้ไทยสามารถขยายการค้าและการลงทุนในสาขาที่
    2
    ข้อมูลจา กสำนักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
    4
    ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและใช้โอกาสจากการลดอุปสรรคทางการค้า
    และการลงทุนต่างๆ ลง ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีความพร้อมและมี
    ขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
    เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) กับประเทศไทย
    เป้าหมายหลักของอาฟตาคือส่งเสริมให้เกิดการค้าภายในภูมิภาคอย่างเสรีปราศจาก
    อุปสรรคทั้งในด้านภาษีและที่มิใช่ภาษี ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศมีเป้าหมายการ
    ลดภาษีสินค้าในบัญชีลดภาษีเป็น 0 ภายในปีค.ศ. 2010 ในขณะที่ ประเทศสมาชิกใหม่ (CLMV)
    มีเป้าหมายการลดภาษีสินค้าเป็น 0 ภายในปี ค.ศ. 2015
    ผลด้านบวก
    • การค้าระหว่างประเทศขยายตัว
    อาฟตานับเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้การค้าของไทยกับต่างประเทศ
    ขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา การเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้อาฟ
    ตา ทำให้การไหลเวียนของสินค้าระหว่างประเทศอาเซียนดำเนินไปได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น เกิดการพึ่งพา
    วัตถุดิบและชิ้นส่วนในการผลิตระหว่างกันมากขึ้น และเนื่องจากการเร่งลดอุปสรรคทางการค้า ทั้ง
    ทางด้านภาษีศุลกากรและที่มิใช่ภาษีศุลกากรภายใต้อาฟตา จึงทำให้สินค้าของอาเซียนมีต้นทุนต่ำ
    อาเซียนจึงกลายเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มี
    การลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ กระจายตัวเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
    ประเทศไทยซึ่งมีความได้เปรียบในสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาค
    อาเซียน มีเขตแดนที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม คือ สิงคโปร์และมาเลเซีย เข้า
    กับประเทศอาเซียนใหม่ คือ ลาว กัมพูชา และพม่า จึงได้รับประโยชน์จากอาฟตาค่อนข้างมาก ประกอบ
    กับมีแรงงานที่มีฝีมือ มีความละเอียดประณีต มีตลาดภายในประเทศที่มีกำลังซื้อและมีขนาดใหญ่
    นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วน
    อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อย่างต่อเนื่อง
    การส่งออกและนำเข้าของไทยกับประเทศคู่ค้าสำคัญในระยะ 10 ปี ที่ก่อตั้งอาฟต้าระหว่างปี
    2536 – 2546 นั้น มีการขยายตัวค่อนข้างสูง ในปี 2546 ไทยส่งออกไปยังทั่วโลกเป็นมูลค่า 80,040 ล้าน
    5
    ตารางที่ 1 แสดงการค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าสำคัญเปรียบเทียบระหว่างปี
    2536-2546 และ 2547-2548
    รายการ
    ประเทศคู่
    ค้า
    มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
    ปี 2536
    ปี 2546
    ปี 2547
    ปี 2548
    อาเซียน
    6,585
    16,486
    21,241
    24,398
    การ
    ญี่ปุ่น
    6,327
    11,356
    13,499
    15,097
    ส่งออก
    สหรัฐฯ
    8,022
    13,596
    15,509
    16,997
    สหภาพ
    ยุโรป
    6,493
    11,748
    13,816
    14,294
    โลก
    37,325
    80,040
    96,531
    110,953
    อาเซียน
    5,940
    12,489
    15,835
    21,631
    การ
    ญี่ปุ่น
    13,939
    18,074
    22,294
    26,036
    นำเข้า
    สหรัฐฯ
    5,362
    7,093
    7,206
    8,684
    สหภาพ
    ยุโรป
    7,684
    7,504
    9,074
    10,466
    โลก
    46,163
    75,034
    94,037
    118,190
    ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร
    อาฟตามีส่วนสำคัญที่ทำให้อาเซียนกลายเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย ในปี 2536
    อาเซียนเป็นแหล่งส่งออกสำคัญอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ แต่ในปี 2546-2548 อาเซียนเป็นแหล่งส่งออก
    สำคัญอันดับหนึ่ง โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังอาเซียนที่สำคัญ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ รถยนต์
    และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า ด้านการนำเข้า อาเซียนก็ทวี
    ความสำคัญขึ้นเป็นลำดับ จากที่เคยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 3 ของไทย รองจากญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป
    ปัจจุบัน อาเซียนเป็นแหล่งนำเขา้ อันดับ 2 รองจากญี่ปนุ่ โดยสินค้าเข้าที่สำคัญจากอาเซียน ได้แก่
    น้ำมันดิบ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องจักรไฟฟ้า
    6
    • สินค้าออกของไทยมีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน
    ในด้านการส่งออก อาฟต้ามีส่วนทำให้สินค้าออกของไทยมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มรายได้ที่เป็น
    เงินตราต่าง-ประเทศ การส่งออกของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของสินค้าเกษตรกรรม เกษตรแปร
    รูป และอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้สาขาเศรษฐกิจต่าง ๆ มีรายได้และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
    • สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นมาก
    ส่วนใหญ่ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์
    และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันสำเร็จรูป และอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น
    • สินค้าทุน วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่นำเข้ามีราคาถูกลง
    รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างอัตราภาษีศุลกากรของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้าน
    เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศและพันธกรณีภายใต้ความตกลงอาฟต้า ทำให้อัตราภาษีของ
    สินค้านำเข้าของประเทศลดต่ำลงมาก สินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าประเภททุน วัตถุดิบ ชิ้นส่วน
    และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป มีราคาถูกลง เอื้อประโยชน์แก่ภาคการผลิต เกิดการขยายตัวได้ดีขึ้น และ
    ต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งในส่วนนี้ เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ ทั้งที่อยู่ในภาคเกษตรและ
    อุตสาหกรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวสูงขึ้นมาก
    สินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปสำคัญที่ไทยนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันดิบ
    เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพชรพลอยและอัญมณี คอมพิวเตอร์
    และส่วนประกอบ เหล็กกล้า และเครื่องมือเครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ เป็นต้น
    • ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาถูกลง
    ผู้บริโภคภายในประเทศได้รับประโยชน์จากการที่สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในส่วนที่
    นำเข้าและผลิตภายในประเทศ มีราคาต่ำลง แต่มีคุณภาพและรูปแบบหลากหลายให้เลือกซื้อได้ตาม
    ความพอใจและระดับของรายได้ สินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าสูงขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
    ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด และพืชและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช เป็นต้น
    • การลงทุนโดยตรง (FDI) ในไทยเพิ่มมากขึ้น
    จากการที่อาเซียนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มีประชากรในประเทศสมาชิกทั้ง 10
    ประเทศรวมกันกว่า 500 ล้านคน อาเซียน รวมทั้ง ไทย จึงเป็นภูมิภาคที่สามารถดึงดูดการลงทุน
    โดยตรงจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีเงินทุนโดยตรงจากต่างประเทศไหลออกจากไทย
    ค่อนข้างมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ก็เพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีในช่วงปี
    2546 จนปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ภาคธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และ
    ชิ้นส่วน และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการขยายฐานการผลิตในไทย และส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจาก
    ญี่ปุ่นสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป นอกจากนี้ สิงคโปร์ก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเข้ามาลงทุนใน
    ภาคการค้าและธุรกิจบริการ ในสาขาการสื่อสาร การลงทุนโดยตรงที่หลั่งไหลเข้ามายังประเทศ
    7
    การเตรียมความพร้อมของไทย
    • อุตสาหกรรมภายในประเทศที่มีความอ่อนแอไม่สามารถแข่งขันได้
    การลดภาษีอาฟตาอาจส่งผลกระทบต่อการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมบางประเภทใน
    ประเทศ ที่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ไม่มีศักยภาพในการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีด
    ความสามารถในการแข่งขัน หรืออุตสาหกรรมที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานมาก เนื่องจาก
    อุตสาหกรรมเหล่านี้จะไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอาเซียนที่มีราคาถูกกว่าได้ ซึ่งผลกระทบ
    ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และอุตสาหกรรมที่ผลิต
    เพื่อการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปบางชนิด เช่น น้ำมันพืช สิ่งทอ (ผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใย
    ประดิษฐ์) เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
    • อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากภายนอกอาเซียนจะมีต้นทุนการ
    ผลิตสูง
    สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีในอาฟตาอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ สินค้าสำเร็จรูปที่มีการ
    ลดภาษีในอาฟตาแล้ว แต่เป็นสินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าจากนอกอาเซียน ซึ่งมีอัตราภาษีอยู่ใน
    ระดับสูง เช่น วัตถุดิบและชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบประเภทวัสดุสิ้นเปลืองที่
    นำมาผลิตเฟอร์นิเจอร์ (กาว เคมีภัณฑ์ เหล็ก สี วีเนียร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ) เคมีภัณฑ์และวัสดุประกอบ
    สินค้าเครื่องหนังและรองเท้า อัตราภาษีวัตถุดิบที่สูง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง และสินค้าสำเร็จรูปที่ผลิต
    ภายในประเทศ จึงมีราคาแพงกว่าสินค้าสำเร็จรูปที่นำเข้าจากอาเซียน เป็นเหตุให้ไม่สามารถแข่งขันได้
    หากรัฐบาลสามารถปรับโครงสร้างอัตราภาษีตามขั้นตอนการผลิตให้สอดคล้องกับพันธกรณีต่าง ๆ ที่ไทย
    ผูกพันอยู่ ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าของไทยได้
    3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
    จุดมุ่งหมายของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คือการยกระดับคุณภาพ
    ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างอัตลักษณ์ทาง
    วัฒนธรรมของอาเซียน โดยมีแผนปฏิบัติการประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งครอบคลุม
    ความร่วมมือในหลายสาขาเช่น ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด การพัฒนาชนบท การ
    ขจัดความยากจน สิ่งแวดล้อม การศึกษา วัฒนธรรม สตรี สาธารณสุข โรคเอดส์ และเยาวชนเป็น
    ต้น เป็นกลไกสำคัญเพื่อการบรรลุจุดมุ่งหมายของประชาคมนี้ แผนปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งให้
    เกิดผลใน 4 ประเด็นหลัก คือ
    8
    1) การสร้างประชาคมแห่งสังคมที่เอื้ออาทร โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน
    เสริมสร้างความเสมอภาคและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้มาตรการระดับภูมิภาค เพื่อ
    ส่งเสริมการดำเนินการภายในประเทศ ในด้านต่างๆ อาทิ
    1.1 ยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ไร้โอกาสและผู้ด้อยโอกาส โดยเสริมสร้างศักยภาพ
    ของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน และส่งเสริมวิธีการที่จะให้คน
    เหล่านี้มามีส่วนร่วมในสังคม
    1.2 ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและการพัฒนาให้การศึกษามีมาตรฐานสูง
    โดยใช้ การสร้างเครือข่ายและการประสานความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา
    1.3 ลดความเสี่ยงทางสังคมของ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยสนับสนุนโครงการ
    ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ และส่งเสริมการบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้การดูแล
    ผู้สูงอายุ การบริการด้านสาธารณสุข และการศึกษา
    1.4 ส่งเสริมให้ครอบครัว ประชาสังคม และภาคเอกชนมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ
    มากขึ้น ในการแก้ไขความยากจนและปัญหาด้านสวัสดิการสังคม ด้วยการจัดตั้งเครือข่ายและ
    โครงการแลกเปลี่ยน รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและ
    สวัสดิการสังคม
    1.5 ส่งเสริมให้สตรีและเยาวชนมีส่วนร่วมในกลุ่มกำลังแรงงานที่สามารถทำงานได้ดีขึ้น
    ด้วยการจัดการฝึกอบรมทักษะ และสามารถเข้าถึงสินเชื่อขนาดย่อมและระบบข้อมูลได้มากขึ้น
    1.6 แก้ไขปัญหาด้านการพัฒนาระบบการสาธารณสุข
    1.7 ป้องกันการแพร่กระจาย และลดอันตรายของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง(โรคเอดส์) และ
    โรคติดต่ออื่นๆ
    1.8 เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระบบฐานข้อมูลความ
    มั่นคงด้านอาหาร
    1.9 ทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ประเทศสมาชิกสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้รวดเร็ว โดย
    ลดผลกระทบทางลบของภัยพิบัติเพื่อมุ่งสู่การเป็นชุมชนที่ปลอดภัยขึ้นและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน
    1.10 ทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ปลอดยาเสพติดภายในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) โดย
    การป้องกัน บำบัดและใช้ชุมชนเป็นพื้นฐานในการควบคุมการใช้สารเสพติดในทางที่ผิด ควบคู่ไป
    กับการส่งเสริมการพัฒนาทางเลือก และการขจัดการลักลอบค้ายาเสพติด
    1.11 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในอาเซียน เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน
    ภูมิภาค ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการส่งเสริมการนำ
    วิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีไปใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมมากยิ่งขึ้น
    9
    2) การแก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ การมุ่ง
    สร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียวโดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาอาจทำให้
    เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคทางสังคมซึ่งสามารถสั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองต่อไป
    แผนการปฏิบัติการด้านสังคมและวัฒนธรรมจึงเน้น การสร้างฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มี
    ความสามารถในการแข่งขัน และสร้างระบบการป้องกันทางสังคมเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคง
    ของมนุษย์ โดยให้ความสำคัญกับการศึกษาและฝึกอบรม การพัฒนาฝีมือแรงงาน และเสริมสร้าง
    ความร่วมมือด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สวัสดิการสังคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สาธารณสุข
    โดยเน้นปัญหาที่มากับโลกาภิวัฒน์ เช่นโรคระบาด ไข้หวัดนก SARS มาลาเรีย และวัณโรคเป็นต้น
    3) ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และ การจัดการการดูแลสิ่งแวดล้อมที่
    ถูกต้อง โดยมีกลไก เพื่อจัดการการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ตลอดจนการป้องกันและขจัดภัย
    พิบัติด้านสิ่งแวดล้อม การป้องกันมลพิษจากหมอกควันที่ข้ามแดน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
    ชายฝั่งและทะเล การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการและส่งเสริมความยั่งยืนของ
    ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ
    4) การสร้างเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียน (ASEAN Identity) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ
    ของการสร้างประชาคมอาเซียน โดยการให้การศึกษาแก่ประชาชน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทาง
    วัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ในหมู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนตระหนักว่า ในท่ามกลางความ
    หลากหลายทางประสบการณ์และมรดกทางวัฒนธรรมนั้น ประชาชนอาเซียนยังมีความเชื่อมโยง
    กันด้านประวัติศาสตร์ แหล่งที่อยู่อาศัยในเขตที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และความมุ่งหวังที่จะเห็น
    สันติภาพและความรุ่งเรืองของภูมิภาคที่จะเป็นพื้นฐานเป็นพื้นฐานของการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน
    ของอาเซียนได้
    *******************
    จัดทำโดย กลุ่มงานนโยบาย กรมอาเซียน
    กระทรวงการต่างประเทศ
    สถานะ ณ มีนาคม 2550
    10
    กฎบัตรอาเซียน
    ภูมิหลังการจัดทำกฎบัตรอาเซียน
    • เอกสารจัดตั้งอาเซียน - Bangkok Declaration - เป็นเพียงคำประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองที่
    จะจัดตั้ง ASEAN แต่ไม่ก่อให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมาย ทำให้อาเซียนไม่มีสถานะบุคคลอย่างเป็นทางการ

    Bali Concord II กำหนดเป้าหมายให้อาเซียนเป็นประชาคม อันประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ 1)
    ประชาคมความมั่นคงอาเซียน 2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ 3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม
    อาเซียน เพื่อยกระดับความร่วมมือในด้านดังกล่าวในภูมิภาค

    ASEAN Summit ครั้งที่ 11 - ผู้นำได้ลงนามในปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ จัดตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ
    เรื่องกฎบัตรอาเซียน (Eminent Persons Group on the ASEAN Charter – EPG) เพื่อจัดทำ
    ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางการรวมตัวของอาเซียนและเนื้อหาที่ควรปรากฏในกฎบัตร ซึ่ง EPG ประชุม
    อย่างต่อเนื่องทั้งปี และได้พบปะหารือกับรัฐสภาและภาคส่วนต่างๆ

    EPG ได้เสนอรายงานต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 ซึ่งผู้นำได้ลงนามในปฏิญญาเซบู
    ว่าด้วยแผนแม่บทของกฎบัตรอาเซียน มอบหมายให้คณะทำงานระดับสูงในการยกร่างกฎบัตรอาเซียน
    (High Level Task Force – HLTF) ยกร่างกฎบัตรเพื่อเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 ที่
    สิงคโปร์ ในเดือน พ.ย. นี้

    HLTF จะยกร่างกฎบัตรโดยใช้แนวทางจากผู้นำ เอกสารของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง และ
    ข้อเสนอแนะจาก EPG ให้เสร็จสิ้นเพื่อเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 ที่สิงคโปร์ ในเดือน
    พ.ย. 50 โดยมีกำหนดเสนอร่างแรกให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิจารณาในเดือน
    กรกฎาคม และร่างสุดท้ายภายใน กันยายน 2550
    กฎบัตรอาเซียนจะช่วยขับเคลื่อการสร้างประชาคมอาเซียนอย่างไร
    • แม้ว่าอาเซียนก่อตั้งมาแล้ว 40 ปี และประสบความสำเร็จหลายด้านโดยเฉพาะในการธำรงไว้
    ซึ่งสันติภาพในภูมิภาค ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีปัญหากัมพูชา
    • แต่ด้วยสภาวการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมที่ได้เปลี่ยนไป อาเซียนก็ต้องปรับตัว ซึ่งมี
    ข้อพิจารณาหลายประการที่ผู้นำอาเซียนหารือกันแล้วเห็นว่าควรต้องปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ
    อาเซียน ที่สำคัญเช่น
    1. อาเซียนมีลักษณะเป็นองค์กรหลวมๆ ไม่มีนิติฐานะ ประเทศสมาชิกยึดถืออำนาจอธิปไตย
    ของตนเต็มทื่ ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของอาเซียนเท่าที่ควร หลักการ ระเบียบ และ
    วิธีการของอาเซียนไม่เอื้อต่อการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    2. มีกรณีที่ประเทศสมาชิกไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตกลงไว้ แต่ยังไม่มีกลไกที่จะบังคับให้รัฐ
    สมาชิกปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตกลงกันไว้
    3. แม้อาเซียนจะประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศสมาชิก
    ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา แต่อาเซียนก็ยังเป็นองค์กรที่ห่างไกลจากประชาชน ผลประโยชน์จาก
    การดำเนินการต่างๆของอาเซียนยังตกไม่ถึงประชาชนส่วนใหญ่ และนโยบายอาเซียน
    ไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
    4. หลังยุคสงครามเย็นเป็นต้นมาอาเซียนมีบทบาทและความสำคัญลดลงไปเพราะไม่
    สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ เช่น การรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งในระดับภูมิภาคของ
    กลุ่มประเทศต่างๆ การเติบโตอย่างรวดเร็วของจีนและอินเดีย นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีปัญหา
    ท้าทายและภัยคุกคามของโลกยุคปัจจุบัน เช่นโรคระบาด การก่อการร้าย ยาเสพติด
    การค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ เป็นต้น แต่อาเซียนยังขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพและมี
    หลักการบางอย่าง (โดยเฉพาะหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน) ที่เป็นอุปสรรคต่อการ
    แก้ไขปัญหาร่วมกัน ตลอดจนมีงบประมาณจำกัด
    • กฎบัตรจะเป็น legal and institutional framework เพื่อให้อาเซียนสามารถดำเนินการตาม
    วัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคม
    อาเซียนภายในปี 2015 ตามที่ผู้นำได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ โดย
    1. ให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียน เพื่อให้อาเซียนเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีสถานะทาง
    กฎหมาย ซึ่งสามารถลงนามในสนธิสัญญาและทำนิติกรรมต่างๆ ในนามของประเทศสมาชิกตามที่
    ได้รับมอบหมาย
    2. ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีกฎเกณฑ์ในการทำงาน (rule-based organization) โดย
    (1) ประเทศสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎบัตรและความตกลงของ
    อาเซียน รวมถึงการออกกฎหมายภายในรองรับพันธกรณี (obligation to comply)
    (2) มีกลไกการระงับข้อพิพาทสำหรับความตกลงในทั้ง 3 เสาหลัก (enforcement)
    (3) มีกลไกตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศสมาชิก – โดยเลขาธิการ
    อาเซียนเป็นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติตามคำตัดสินจากกลไกการระงับข้อพิพาทของประเทศสมาชิก และ
    รายงานต่อผู้นำ (monitoring)
    (4) มีมาตรการลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี (sanctions) โดยให้ผู้นำสามารถ
    ตัดสินกรณีการละเมิดพันธกรณีตามกฎบัตรอย่างร้านแรง
    3. ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (people-oriented organization)
    โดย
    (1) มุ่งให้กิจกรรมของอาเซียนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้
    ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน ความมั่นคงของมนุษย์
    เสริมสร้างประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสิทธิมนุษยชน รวมถึงการมีองค์กรระดับภูมิภาคเพื่อส่งเสริม
    และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
    (2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น การกำหนดให้องค์กรต่างๆ ของอาเซียนมี
    หน้าที่ปรึกษาหารือกับภาคประชาชนในการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ การให้สถานะที่ปรึกษา
    กับองค์การภาคประชาชนต่างๆ เป็นต้น
    4. ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกำหนดโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อ
    ปรับปรุงการประสานงาน ปรับกระบวนการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับหลักการ noninterference
    ให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้อาเซียนสามารถแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม
    ได้ทันท่วงที โดย
    (1) ตั้ง ASEAN Summit ระดับผู้นำ ซึ่งจะประชุมร่วมกันบ่อยขึ้นเพื่อให้แนวทางและ
    เสริมสร้างเจตจำนงในการสร้างประชาคมอาเซียน
    (2) ตั้งคณะมนตรี (Councils) ของแต่ละเสาหลัก เพื่อความเป็นเอกภาพและการ
    ประสานงานที่ดีระหว่างกิจกรรมภายใต้แต่ละเสาหลัก และประเด็นที่เป็น cross-cutting issues
    (3) ตั้งองค์กรประกอบด้วย รมว. กต.อาเซียน มีหน้าที่กลั่นกรองเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะเสนอ
    เข้าสู่การพิจารณาของผู้นำ
    (4) เพิ่มบทบาทและหน้าที่ของประธานอาเซียน เพื่อทำให้การดำเนินงานของอาเซียนเกิด
    ความต่อเนื่อง และมีการประสานงานที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน
    (5) เพิ่มอำนาจและความรับผิดชอบของเลขาธิการอาเซียน โดยนอกจากจะเป็น Chief
    Administrative Official แล้ว ยังมีหน้าที่โติดตามการปฏิบัติตามคำตัดสินจากกลไกระงับข้อพิพาทของ
    ประเทศสมาชิกและรายงานต่อผู้นำ และสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรของอาเซียนกับภาคประชา
    สังคม
    (6) ตั้งสำนักผู้แทนถาวรของประเทศสมาชิกประจำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา เพื่อลด
    ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าร่วมประชุม และการประสานงานที่ดีขึ้น
    (7) การตัดสินใจด้วยหลักการฉันทามติยังคงเป็นหลักการสำคัญของอาเซียน แต่ในกรณีที่
    ไม่สามารถหาฉันทามติในระหว่างประเทศสมาชิกได้ ให้ผู้นำสามารถตกลงกันให้ใช้วิธีการตัดสินใจรูปแบบ
    อื่นได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (8) ยกระดับ political dialogue เพื่อปรึกษาหารือถึงปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ร่วม
    ของประเทศสมาชิกอาเซียน
    พัฒนาการล่าสุดของการยกร่างกฎบัตรอาเซียน

    HLTF จะประชุมกันทั้งหมด 13 ครั้งระหว่าง เดือน ก.พ.-พ.ย. 2550 และจะจัดทำร่างกฎบัตรฯ
    ให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2550 เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 ที่จะจัดขึ้นใน
    วันที่ 13-21 พ.ย. 2550 ที่สิงคโปร์
    • ที่ผ่านมา HLTF ได้ประชุมมาแล้ว 11 ครั้ง (ครั้งล่าสุดที่นครนิวนอร์ก เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 50) และ
    ได้พิจารณาข้อบทต่างๆ ของกฎบัตรครบทุกบทในรอบแรก (first draft) แล้ว โดยกฎบัตรประกอบด้วย
    ข้อบทต่างๆ รวม 12 บท ดังนี้ 1) อารัมภบท 2) เป้าหมายและหลักการ 3) การให้สถานะนิติบุคคลกิ
    อาเซียน 4) สมาชิกภาพ 5) องค์กรของอาเซียน 6) เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน 7) กระบวนการตัดสินใจ 8)
    การระงับข้อพิพาท 9) งบประมาณและการเงิน 10) การบริหารจัดการและกระบวนการ 11) เอกลักษณ์
    และสัญลักษณ์ของอาเซียน 11) ความสัมพันธ์กับภายนอก 12) บทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติ
    สุดท้าย

    HLTF ได้รายงานความคืบหน้าในการยกร่างกฎบัตรและขอรับแนวนโยบายจากรัฐมนตรี
    ต่างประเทศอาเซียนในเรื่องที่ HLTF ตกลงกันไม่ได้แล้ว 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 30 ก.ค. และ 27 ก.ย. 50

    HLTF จะประชุมกันอีก 2 ครั้ง ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน (3-5 ต.ค. 50) และ ที่กรุงเวียงจันทน์
    (18-20 ต.ค. 50) หลังจากนั้น ประเทศสมาชิกจะดำเนินการตามขั้นตอนภายในของแต่ละประเทศก่อนที่
    จะมีการลงนามกฎบัตรที่ Summit ในเดือนพฤศจิกายน 2550 ที่สิงคโปร์
    __________________________________
    กลุ่มงานนโยบาย กรมอาเซียน
    กันยายน 2550
    FREQUENTLY ASKED QUESTIONS
    1. เหตุใดอาเซียนจึงให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
    • ที่ผ่านมาอาเซียนมีบทบาทสำ คัญและประสบความสำ เร็จมากในการส่งเสริม
    ความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างความเข้มเข็งให้กับรัฐสมาชิก ดังจะเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า
    40 ปีนับจากการก่อตั้งอาเซียนรัฐสมาชิกไม่เคยทะเลาะเบาแว้งกันจนถึงขั้นที่จะใช้กำลัง
    ต่อสู้ทำสงครามกัน และต่างก็ประคับประคองตนจนอยู่รอดปลอดภัยจากภัยคุกความของ
    คอมมิวนิสต์และการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจมาโดยตลอด
    • แต่การมุ่งส่งเสริมแต่ความสัมพันธ์ภาครัฐทำให้อาเซียนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นองค์กร
    ของอภิสิทธิชน ผลประโยชน์ของความร่วมมือในอาเซียนยังไม่ตกถึงประชาชนอย่างเต็ม
    เม็ดเต็มหน่วยทำให้ประชาชนไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของหรือมีส่วนร่วมในอาเซียน
    • ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และทำให้
    ประชาชนในชาติสมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะประชาชนเป็นส่วนประกอบ
    พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของประชาคม อาเซียนจะเป็นประชาคมที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อสมาชิก
    ของประชาคม ได้แก่ รัฐสมาชิกและประชาชน มีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอจนมี
    ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การดำเนินงานต่างๆ ของอาเซียนคงจะไร้ความหมาย
    หากมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน
    • จริงอยู่ว่าการรวมตัวระดับภูมิภาคมักมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ
    การพัฒนาทางเศรษฐกิจช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ก็อาจก่อให้เกิด
    ผลกระทบทางสังคมตามมา อาเซียนจึงมีความร่วมมือใน socio-cultural pillar และความ
    เป็น people-oriented organization ก็จะช่วยบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ คือคำนึงถึงมิติ
    ของสังคมและมนุษย์/ประชาชน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของความร่วมมือทุกสาขา
    2. กฎบัตรอาเซียนและประชาคมอาเซียนจะทำให้ประเทศสมาชิกสูญเสียอำนาจ
    อธิปไตยหรือไม่ อย่างไร
    • อาเซียนเป็น intergovernmental มิใช่ supranational organisation หมายความว่า ประเทศ
    สมาชิกจะตัดสินใจร่วมกันในการกำหนดนโยบายและดำเนินการต่างๆ ภายใต้กรอบ
    อาเซียน ไม่ได้มอบอำนาจให้อาเซียนเป็นผู้ตัดสินใจแทน หรือมีกฎหมายของอาเซียนเอง
    อย่างเช่นกรณีของ EU
    • เพราะฉะนั้น ประเทศสมาชิกยังคงอำนาจอธิปไตยในการบริหารจัดการประเทศและออก
    กฎหมายภายใน
    • อย่างไรก็ดี หากประเทศสมาชิกใช้อำนาจอธิปไตยของตนในการเลือกที่จะยอมผูกพัน
    ภายใต้ความตกลงอาเซียน ประเทศก็มีหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้อง
    ปฏิบัติตามพันธกรณีโดยการออกกฎหมายภายในรองรับ ซึ่งอาจมีผลเป็นการ harmonise
    กฎหมายภายใน แต่มิใช่การสูญเสียอธิปไตย
    • ทั้งนี้ การรวมตัวในระดับภูมิภาคจะพัฒนาตามระดับความพร้อมและการรวมตัว อาเซียน
    ก็เช่นเดียวกันที่จะยังต้องพัฒนาขึ้นไปอีก และก่อนที่จะไปถึงขั้นการมีกฎหมายอาเซียน
    คงต้องมี common policy/position ของอาเซียนเองเสียก่อน ซึ่งเป็นความเป็นจริงของ
    อาเซียนในขณะนี้
    3. อาเซียนจะไปไกลขนาดมีสภาอาเซียนหรือศาลอาเซียนหรือไม่
    • สภาอาเซียน – อาเซียนต้องการ engage parliamentarians อยู่แล้ว กฎบัตรก็จะระบุ
    กลไกการปรึกษาหารือและรับฟังข้อคิดเห็นจาก AIPA การจะมีสภาอาเซียนหรือไม่คงต้อง
    ดูพัฒนาการของอาเซียนด้วย ยกตัวอย่างสภาของ EU แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้มาจากการ
    เลือกตั้งโดยตรงและมีอำนาจน้อยมาก คือมีสิทธิแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย
    เท่านั้น ไม่มีสิทธิเสนอ input หรือ เปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือให้ความเห็นชอบแต่อย่างใด
    นั่นคือจุดเริ่มต้น ต่อมาถึงมีอำนาจมากขึ้น ถามว่าอาเซียนเราไปถึงจุดนั้นหรือยัง มองไป
    ข้างหน้า AIPA ก็จะมีสิทธิเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของอาเซียนในลักษณะ
    consultative body แต่เรายังไม่มีนโยบายร่วมหรือกฎหมายร่วมเลย และไม่ใช่ทุกประเทศ
    จะมีสภาฯ เช่น บรูไนก็ไม่มี นั่นคือความเป็นจริงของภูมิภาค
    • ศาล – การมีศาลมีข้อดีคือเป็นกลไกบังคับ/กำกับให้รัฐต้องเคารพข้อตกลงของอาเซียน
    และถ้ามีข้อพิพาทกันก็มีกลไกที่จะระงับข้อพิพาทนั้นก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต ทำให้รัฐ
    สมาชิกมีที่พึ่งพิงที่เป็นกลไกแน่นอนหากถูกอีกรัฐละเมิดสิทธิ แต่ศาลอาเซียนจะเกิดขึ้น
    หรือไม่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศสมาชิกเพราะการตั้งศาลมี implication ทั้งในแง่
    อำนาจอธิปไตย ใครจะมาเป็นผู้ตัดสิน งบประมาณ ใครจะฟ้องคดีได้บ้าง เฉพาะรัฐ หรือ
    รวมภาคเอกชนและปัจเจกบุคคล และจะบังคับให้ข้อพิพาทในอาเซียนต้องขึ้นศาลอาเซียน
    ก่อนที่จะไปใช้กลไกอื่นๆ นอกภูมิภาคหรือไม่ อย่างไรเสียการมีกลไกระงับข้อพิพาท ไม่ว่า
    จะเป็นศาลหรือไม่ ก็น่าจะช่วยให้อาเซียนจริงจังกับ commitment ของตัวเองมากขึ้น
    4. องค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
    • กลไกนี้ควรสะท้อนความคาดหวังและความต้องการของประชาชนอาเซียน ในส่วนของ
    ไทยเองก็ได้ผลักดันให้มีการระบุถึงองค์กรด้าน Human Rights อย่างเต็มที่
    • อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนยังเป็นเรื่องที่ sensitive กับบางประเทศ การ
    จะผลักดันอะไรก็อาจต้องค่อยเป็นค่อยไป จากมุมมองของภาครัฐที่จะสามารถผลักดันได้
    ในขณะนี้ คือ เป็นกลไกส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน ให้ความรู้และทำให้ประชาชน
    ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตน อาจเริ่มจากการส่งเสริมสิทธิเด็กและสตรี ซึ่งถือเป็น
    กลุ่มที่ vulnerable แต่มีศักยภาพหากได้รับการดูและส่งเสริมอย่างเหมาะสม
    • การที่จะมี Human Rights Body ในกฎบัตรก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนที่จะมี
    กลไกด้านสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็งขึ้นต่อไป
    5. ASEAN Way เป็นอุปสรรคของการสร้างประชาคมหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร

    ASEAN Way มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือหลัก consultation and consensus หลักนี้ทำให้
    อาเซียนไม่แตกแยกและยังคงอยู่ด้วยกันได้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ข้อเสียก็คือทำให้อาเซียน
    ทำอะไรได้ช้าเพราะหากประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยทุกอย่างก็หยุดชะงัก
    ดังนั้นถ้าจะมีวิธีการตัดสินใจอื่นๆ ที่จะทำให้ตกลงกันได้และก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นก็
    น่าจะนำมาใช้ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประเทศสมาชิก ตอนนี้ก็มีการพูด
    ถึงการตัดสินใจโดยการ vote ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ในอาเซียน ที่ผ่านมาก็เคยใช้ใน
    DSM ต่างๆ เช่น High Council และDSM ด้านเศรษฐกิจ ต่อไปก็อาจนำวิธีนี้มาใช้เฉพาะ
    เรื่องที่ไม่ละเอียดอ่อนเช่น เรื่อง กระบวนการ เรื่องการบริการองค์กร งบประมาณ และ
    ความตกลงบางเรื่อง ต้องดูรายละเอียดต่อไป

    ASEAN Way ส่วนที่ 2 คือหลัก non interference ตัวหลักการนี้เองเป็นหลักกฎหมาย
    ระหว่างประเทศทั่วไปที่เป็นสากล แต่ปัญหาคืออาเซียนตีความหลักการเรื่องนี้อย่าง
    เคร่งครัดมากเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาข้ามแดนในยุคปัจจุบัน เช่น
    ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การก่อการร้าย
    ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่นหมอกควัน วิกฤตเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาเหล่านี้ที่ต้องการความ
    ร่วมมือจากหลายๆประเทศ ที่เราตีความเคร่งครัดก็น่าจะเป็นเพราะเรายังไม่ไว้วางใจกัน
    มากเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมานาน สมาชิกเก่าก็ 40 ปี สมาชิกใหม่ก็กว่า 10 ปี ดังนั้น
    เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศสมาชิกไว้วางใจกันมากขึ้นและคิดถึงผลประโยชน์
    ส่วนรวมของประชาชนมากขึ้น ถ้าเห็นว่ามีอะไรที่แม้จะดูเป็นเรื่องภายในแต่จะกระทบต่อ
    ภูมิภาคก็ควรหยิบยกขึ้นหารือแลกเปลี่ยนกัน กฎบัตรอาจมีกลไกในลักษณะนี้ เช่น อาจ
    ให้ประธานอาเซียนหยิบยกเรื่องแบบนี้ขึ้นหารือกันได้
    6. ที่ผ่านมา การรับพม่าเข้าเป็นสมาชิกสร้างปัญหาให้กับอาเซียนพอสมควร ต่อไป
    อาเซียนจะจัดการกับปัญหาพม่าอย่างไร
    • จริงอยู่ที่หลักการสำคัญของอาเซียนคือ non-intervention แต่อาเซียนก็ตระหนักดีว่า
    ประเด็นเรื่องพม่าเป็นปัญหาของอาเซียนด้วย
    • กฎบัตรได้กำหนดไว้ชัดเจนถึงหลักการประชาธิปไตยและให้ประเทศสมาชิกยึดมั่นต่อ
    รัฐบาลที่มาจากวิถีทางรัฐธรรมนูญ การสร้างประชาคมความมั่นคงอาเซียนก็จะช่วย
    ยกระดับความร่วมมือในการส่งเสริมประชาธิปไตยของแต่ละประเทศอันมีผลต่อความสงบ
    เรียบร้อยทางการเมืองในภูมิภาคดวย
    • กฎบัตรอาเซียนจะกำหนดให้มี political dialogue ระหว่างประเทศสมาชิกมากขึ้นเพื่อ
    หารือในเรื่องที่กระทบต่อ common interests ของอาเซียน ซึ่งเรื่องพม่าก็อาจถือว่ากระทบ
    ต่อ common interests ของอาเซียนเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การตีความหลักการ noninterference
    มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และคาดหวังว่าจะผลักดันให้พม่ามีความเป็น
    ประชาธิปไตยมากขึ้น
    • นอกจากนี้การทำให้อาเซียนเป็น people-centred organization ก็เป็นการเน้นย้ำถึงสิทธิ
    ของประชาชน ซึ่งรวมถึงสิทธิพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย เช่น สิทธิแสดงความคิดเห็น และ
    สิทธิรวมกลุ่มทางการเมือง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลพม่ามีความตระหนัก
    ในเรื่องนี้มากขึ้น

    Human Rights Body ก็เป็นอีกกลไกหนึ่งซึ่งจะมีบทบาทส่งเสริมเรื่องสิทธิในระบอบ
    ประชาธิปไตย
    7. ประชาคมอาเซียนจะมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาข้าม
    พรมแดนอย่างไร
    • แน่นอนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาไร้พรมแดน ตัวอย่างในอาเซียน เช่น กรณี Haze
    จากอินโดนีเซีย ซึ่งกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในหลายประเทศ
    • ในความเป็นจริงแล้วอาเซียนมีความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในหลายกรอบ เช่น การพัฒนา
    พลังงานทดแทน การรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการทรัพยากรทางน้ำ
    และป่าไม้ เป็นต้น
    • กฎบัตรอาเซียนจะกำหนดให้สิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมายหนึ่งของอาเซียน และประชาคม
    ด้านสังคมและวัฒนธรรมก็จะช่วยยกระดับความร่วมมือและการประสานงานของประเทศ
    สมาชิกในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย
    • นอกจากนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมย่อมเป็นปัญหาที่กระทบต่อ common interests ของ
    ประเทศสมาชิกอาเซียน ดังนั้น political dialogue จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการ
    แก้ปัญหา
    • การมีงบประมาณของอาเซียนที่เพียงพอก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้แก้ปัญหาได้อย่างสำเร็จ
    ลุล่วง คณะ HLTF ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้และกำลังพิจารณาวิธีการที่เหมาะสม
    ในเรื่องการระดมทุน
    8. ยุทธศาสตร์ของอาเซียนในบริบทของโลกคืออะไร (เรื่อง external relations)
    • อาเซียนตั้งใจจะเป็นผู้ผลักดันการรวมตัวกันในระดับภูมิภาคของเอเชีย ที่ผ่านมา ได้แก่
    การผลักดันความร่วมมือในกรอบ ASEAN+3, East Asia Community, ACD เป็นต้น
    และยกระดับฐานะอาเซียนในสายตาประชาคมโลก ในองค์การระหว่างประเทศและ
    forum ระหว่างประเทศต่างๆ เช่น UN และกระชับความร่วมมือกับกรอบภูมิภาคอื่น ซึ่งเรา
    ตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่ออาเซียนเข้มแข็งจากภายใน สามารถมี unity in
    diversity มีจุดยืนร่วมกันได้ charter อาจช่วยได้ในจุดนี้แต่ที่สำคัญคือการมี political will
    อีกอย่างที่ต้องทำคือต้องสร้างพันธมิตร เช่น Dialogue Partners, ASEM , ARF กลไก
    ระดับอนุภูมิภาคก็ต้องทำควบคู่กันไปให้ส่งเสริมกัน
    • กรณีจีนและอินเดียที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว มุมหนึ่งก็มองได้ว่าเรามีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ต้อง
    เหนื่อยขึ้นเพื่อไม่ให้ตกกระแสหรือพ่ายแพ้ในการแข่งขัน แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นโอกาสที่จะ
    สร้างพันธมิตร engage these 2 rising powers เพื่อคานอำนาจกับมหาอำนาจอื่นๆ เช่น
    อเมริกา ญี่ปุ่น หรือรัสเซีย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี การค้า การลงทุน สิ่ง
    เหล่านี้เป็นโอกาสที่เราต้องคว้าไว้


    อ่านทั้งหมด: 1454, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2463)
    ไพบูลย์” อึ้ง โยก พล.ต.อ.สลับเก้าอี้บิ๊กดีเอสไอ(ดีโพลมา2462)
    ไพบูลย์” อึ้ง โยก พล.ต.อ.สลับเก้าอี้บิ๊กดีเอสไอ(ดีโพลมา2462)
    บัวขาวโดนนับยกที่ 1 (โคตรมัน)(ดีโพลมา2461)
    สนทนาภาษาญี่ปุ่น
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2460)
    บ่อนอ.หนองเรือเป็นพิษ(ดีโพลมา2459)
    รักต้องอุ้ม [ตอนจบ] (ดีโพลมา2458)
    งานพิเศษ-งาน part time กรุงเทพ สามารถทำที่บ้านได้
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2457)
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2456)
    หินปูนในหูหลุด กับภาวะบ้านหมุน(ดีโพลมา2455)
    พี่สอนน้อง: ตอนที่ 29 วิธีการสอนลูก
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2454)
    กฎหมายที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2453)
    มนุษย์หลายเสียง(ดีโพลมา2452)
    ศูนย์โรคตับ “รพ.จุฬาลงกรณ์”ร่วมเสวนารีสตาร์ทสุขภาพ!!(ดีโพลมา2451)
    รับงาน งานมาทำที่บ้าน งานพิเศษ คีย์งาน พิมพ์งาน ง่ายๆ ที่นี่ค่ะ
    ภาษีมรดกเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน หรือไม่ อย่างไร??
    การรับมรดกที่ดิน, จดทะเบียนผู้จัดการมรดก
    การโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นมรดก?
    ภาษีมรดก มาทำความรู้จักภาษีมรดกครับ
    ภาษีมรดก หมายถึง .....
    เทศกาลกินเจ 2557 มี 2 รอบ เริ่มวันที่ 24 กันยายน
    ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร ประจำปี 2557
    งานพระสมุทรเจดีย์ 2557 วันที่ 13-24 ต.ค.
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2450)
    ข่าวโยกย้ายตำรวจ(ดีโพลมา2449)
    ทึ่ง คนหรือหุ่นยนต์(ดีโพลมา2448)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2447)
    การบังคับชำระหนี้โดยพลการ(ดีโพลมา2446)
    เงาเสียงเต๋า เจมส์ พุ่มพวง หญิงลี(ดีโพลมา2445)
    วิธีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องปั๊มน้ำที่ถูกต้อง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2444)
    ฎีกาที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2442)
    สี่เลือดบ้า มือใหม่หัดปล้น(ดีโพลมา2441)
    ไอแบงก์ จัดงาน “ร่วมใจไกล่เกลี่ยฯ”(ดีโพลมา2440)
    HAPIfork ส้อมอัจฉริยะช่วยลดน้ำหนัก
    อยากเป็นสาวหุ่นดี ต้องฝึกทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัย
    แสงยามเช้า อัศจรรย์แห่งการลดความอ้วน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2439)
    เปิดรายชื่อที่คาดจะเป็นผบก.(ดีโพลมา2438)
    โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ดีโพลมา2437)
    คลิปตำรวจไทยไม่เฟี้ยวววว ไม่เคยจับกูได้ ล่าสุดโดนจับแล้ว
    เพลงเพราะๆฟังต่อเนื่องหลายๆเพลงอัตโนมัติ(ดีโพลมา2436)
    Car Free Day เปิดถนนคนเดิน ปิดถนนสีลม 20-22 ก.ย.
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี KALMAEGI ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 16 กันยายน 2557
    การส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
    เตรียมตัว!เมื่อส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร
    ฝึกดูหนังให้เก่งภาษาอังกฤษ

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2ms