เซลล์ ( Cell ) เป็นหน่วยเล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ซึ่งรูปร่างของเซลล์แต่ละอย่างจะแตกต่างกันมากแต่จะมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน คือ เซลล์ทุกเซลล์จะมีเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane) เป็นส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์และกั้นเซลล์จากสิ่งแวดล้อมภายนอก ส่วนในเซลล์พืชจะมีผนังเซลล์ (call wall ) มีโครงสร้างเล็กๆอยู่ภายใน เรียกว่า organelle ล่องลอยใน cytoplasm organelleเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างๆกันมีนิวเคลียสเป็นศูนย์กลางควบคุมกระบวนการเมตาโบลิซึมต่างๆและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ชนิดของเซลล์
1. Prokaryotic cells เซลล์ของพืชชั้นต่ำพวกแบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน และไมโครพลาสมา
ลักษณะเด่นคือ เซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มแบ่งแยกต่างหาก ลักษณะเซลล์จะค่อนข้างเล็ก มีขนาด 0.2-10 ไมโครเมตร
2. Eukaryotic cells ได้แก่ เห็ด รา เซลล์ของพืชและสัตว์ทั่วๆไป มีขนาด 10-100 ไมโครเมตร
ประวัติการค้นพบ
โรเบิร์ตฮุค
ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ประดิษฐ์ขึ้นตรวจดูชิ้นไม้คอร์คที่ฝานบางๆ พบว่า ชิ้นไม้คอร์กประกอบด้วย ช่องขนาดเล็มมากมายเขาจึงตั้งชื่อแต่ละช่องว่า เซลล์ (CELL)
ชิ้นไม้คอร์ก เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว เหลืออยู่แต่ ผนังเซลล์ (cell wall) ที่แข็งแรง ประกอบไปด้วยสารพวก เซลลูโลส และ ซูเบอริน
ธีออร์ดอร์ ชวานน์ (Theodor Schwan) และ แมทเธียส ชไลเดน (Matthias Schleiden) นักชีววิทยาชาวเยอรมัน ได้เสนอทฤษฎีของเซลล์ ( Cell theory) มีใจความว่า "สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ประกอบด้วย เซลล์ และผลิตภัณฑ์ของเซลล์"
ความหมาย
เมื่อตรวจดูเซลล์พืช-เซลล์สัตว์ ด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก โดยทั้งของพืชและสัตว์ จะมีลักษณะเป็นถุงห่อหุ้มของเหลวอยู่ภายใน ซึ่งประกอบด้วยบริเวณที่ทำหน้าที่พิเศษ เช่น นิวเคลียส เหมือนกัน
แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันหลายประการ เช่นในเซลล์พืชจะมีผนังหนาและแข็งแรง ซึ่งเซลล์ของสัตว์ไม่มี ซึ่งอันนี้เองที่ทำให้จับต้องพืชได้ง่ายกว่าสัตว์
พืชและสัตว์ไม่ว่าจะมีลักษณะแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามต่างก็ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันอยู่ประการหนึ่ง คือ ประกอบด้วย เซลล์ (CELL) ซึ่งก็คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตซึ่งประกอบด้วยสารชนิดต่างๆและโครงสร้างขนาดเล็ก เทียบได้กับอวัยวะ อยู่ภายใน เรียก ออแกแนลล์ (organelle) ซึ่งเป็นโครงสร้างเล็กๆภายในเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะ
ตัวอย่างของเซลล์ เซลล์เยื่อบุข้างแก้มของคน เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไข่ เซลล์ประสาท เซลล์สาหร่ายหางกระรอก
โครงสร้างของเซลล์

1.ผนังเซลล์(cell wall)เป็นผนังเซลล์อยู่ชั้นนอกสุด ประกอบขึ้นจากสารเซลลูโลส(celllulose) ทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงทนทานอยู่ได้นานนับปี ทำให้เซลล์คงรูปอยู่ได้ แม้ว่าเซลล์จะต่ยไปแล้วก็ตาม แต่เราจะไม่พบผนังเซลล์ในเซลล์ของสัตว์ ด้วยเหตุนี้ เซลล์สัตว์จึงมีลักษณะอ่อนนุ่มและแตกง่ายกว่าเซลล์พืช
2. เยื่อหุ้มเซลล์(cellmembrane ) อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามา เป็นเยื่อบางๆ ประกอบด้วยสารจำพวก โปรตีน ไขมัน เป็นส่วนใหญ่ ทำหน้าที่ ควบคุมการผ่านเข้า-ออกของสารบางอย่าง โดยสารที่มีขนาดเล็ก เช่น น้ำ ก๊าซ สารอาหารโมเลกุลเดี่ยว ออกซิเจน ยูเรีย กลีเซอรอล จะผ่านได้ง่าย ส่วนสารที่มีขนาดใหญ่ เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน จะผ่านไม่ได้
3.ไซโทพลาสซึม(cytoplasm ) เป็นของเหลว มีสิ่งต่างๆปนอยู่ เช่น ผลึก ของเสีย อาหาร เช่น น้ำ ไขมัน โปรตีน น้ำตาล แร่ธาตุ กรดอะมิโน ทำหน้าที่เกี่ยวกับ เมตาโบลิซึม(metabolism) ทั้งกระบวนการสร้างและสลายอินทรีย์สาร
4.นิวเคลียส(neucleus ) มีรูปร่างกลม ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น คือ
4.1 นิวคลีโอลัสมีรูปร่างกลมอยู่ภายในนิวเคลียส ประกอบด้วยสาร DNA, RNA ทำหน้าที่สร้างไรโบโซม
4.2โครมาทิน เป็นเส้นใยเล็กๆพันกันเป็นร่างแห เรียก โครโมโซม (chromosome) ประกอบด้วยสาร DNA หรือ ยีน(Gene)และโปรตีนหลายชนิด ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างโปรตีนและควบคุมการแสดงออกของลักษณะต่างๆในสิ่งมีชีวิต
5. คลอโรพลาสต์(chloroplast )พบเฉพาะในเซลล์พืช ประกอบด้วยเยื่อหุ้ม 2 ชั้น
5.1 ชั้นนอก ทำหน้าที่ ควบคุมปริมาณและชนิดของสารที่เข้า-ออกจากคลอโรพลาสต์
5.2 ชั้นใน มีสารสีเขียวเรียก คลอโรฟิลล์(chlorophyll) และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาหารของพืช
6. แวคิวโอล(vacuole )พบได้ทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ทำหน้าที่ เก็บอาหาร ของเสีย ก่อนขับออกนอกเซลล์
7. ไมโทคอนเดรีย(mitochondria )มีโครงสร้างเป็นก้อนยาวรี ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์
8. เอนโดพลาสมิก เรติคิวลัม(endoplasmic reticulum) เป็นแผ่นเยื่อบางๆ 2 ชั้น เป็นท่อพันทบไปมา มองเห็นเป็นร่างแห ทำหน้าที่ เป็นทางผ่านของสารอาหารหรือสารต่างๆจากภายในเซลล์ไปยังนอกเซลล์
อ่านทั้งหมด:
89827,
ความเห็นทั้งหมด:
192